วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

คิกออฟสนามแข่ง'ทีวีดิจิทัล'ชงโมเดล'โครงข่ายเดียว'

การก้าวเข้าสู่อุตสาหกรรม โทรทัศน์ระบบดิจิทัล (ทีวีดิจิทัล) ที่กำลังจะเกิดขึ้นนับจากปีนี้เป็นต้นไป

โดยคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กสทช.) กำหนดการจัดสรรคลื่นความถี่ใหม่ในระบบใบอนุญาตอายุ 15 ปี รวม 48 ช่อง แบ่งเป็นช่องบริการสาธารณะ 12 ช่อง ช่องธุรกิจ 24 ช่อง และช่องชุมชน 12 ช่อง

สนามการแข่งขัน "ทีวีดิจิทัล" สตาร์ท หลังจาก กสทช. เห็นชอบอนุมัติให้ใบอนุญาตโครงข่ายใช้คลื่นความถี่ (Multiplex : Mux) 4 ราย กับผู้ประกอบการฟรีทีวีอนาล็อก "รายเดิม" ประกอบด้วย กองทัพบบก ,ไทยพีบีเอส ,กรมประชาสัมพันธ์ และ อสมท ซึ่งเป็นหน่วยงานที่มีความพร้อมด้านสถานีส่งสัญญาณอยู่แล้ว พร้อมเงื่อนไขให้หน่วยงานทั้ง 4 ต้องคืนคลื่นความถี่ "ทีวีอนาล็อก" ภายใน 5 ปี เว้นไทยพีบีเอส ที่เสนอคืนคลื่นฯภายใน 3 ปี

หน้าที่หลักของ "โครงข่าย" คือการให้บริการ "ช่องรายการ" ส่งสัญญาณทีวีดิจิทัลให้ครอบคลุมทั่วประเทศ ตามประกาศ กสทช.ที่กำหนดระยะเวลาการขยายโครงข่ายให้เข้าถึงครัวเรือนไทย 100% ใน 4ปี โดยแต่ละโครงข่ายกำหนดให้บริการช่องรายการเอชดี 2 ช่อง และช่องเอสดี 6 ช่อง

ดังนั้นค่าบริการโครงข่าย นับเป็น "ต้นทุน" สำคัญที่ผู้ประมูลช่อง "ทีวีดิจิทัล" ในกลุ่มบริการธุรกิจ 24 ช่อง ต้องคำนึงถึง เพราะถือเป็นต้นทุน"คงที่"ที่ต้องรับภาระตลอดอายุสัญญาใบอนุญาต 15 ปี

ทั้งนี้ ผู้ประกอบการโครงข่ายทั้ง 4 ราย ได้เสนอราคาเบื้องต้น "ค่าบริการ" ให้กับ กสทช.พิจารณาแล้ว โดยค่าบริการในปีแรกถึงปีที่4 จะทยอย "ปรับขึ้น" ตามอัตราการขยายพื้นที่ส่งสัญญาณ ที่กำหนดให้ปีแรก 50% ปีที่สอง 80% ปีที่สาม 90% และปีที่สี่ 95% อีกทั้งค่าบริการช่องรายการประเภทมาตรฐานความคมชัดทั่วไป (Standard-definition :SD) และช่องรายการความคมชัดสูง (High-definition :HD) จะมีค่าบริการแตกต่างกันราว 2-3 เท่า เนื่องจากช่องเอชดีใช้ แบนด์วิธ (Bandwidth) ในการส่งสัญญาณสูงกว่า

หากพิจารณาค่าบริการโครงข่ายที่ทั้ง 4 ราย เสนอต่อ กสทช. โดยดูจากปีที่4 เป็นต้นไปจนจบอายุใบอนุญาตในปีที่ 15 ค่าใช้จ่ายโครงข่าย"รายปี" ของ กองทัพบก เสนอราคาช่องเอสดีที่ 60 ล้านบาท ช่องเอชดี 180 ล้านบาท ,ไทยพีบีเอส เสนอราคาช่องเอสดี 48 ล้านบาท และช่องเอชดี 108 ล้านบาท ,กรมประชาสัมพันธ์ เสนอราคาช่องเอสดี 48 ล้านบาท และช่องเอชดี 144 ล้านบาท ส่วน อสมท เสนอราคาช่องเอสดี 65.5 ล้านบาท โดยยังไม่เสนอราคาช่องเอชดี

อย่างไรก็ตามการกำหนดผู้ให้บริการโครงข่ายรวม 6 ราย โดยให้ใบอนุญาตกลุ่มแรก 4 ราย ดังกล่าว ซึ่งเป็นทั้งหน่วยงานภาครัฐ และรัฐวิสาหกิจ ที่มีความแตกต่างด้านศักยภาพในการลงทุน อีกทั้งแต่ละโครงข่ายยังเสนอ "ราคา"ค่าบริการที่แตกต่างกัน ได้สร้างความกังวลให้กับ ภาค"เอกชน" ที่เตรียมเข้ามาลงทุนในกิจการทีวีดิจิทัล

โดย ไพบูลย์ ดำรงชัยธรรม ประธานกรรมการ บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่าผู้ประกอบการที่เตรียมเข้าสู่สนาม"ทีวีดิจิทัล" เป็นกังวลกับการออกแบบผู้ให้บริการ "โครงข่าย" ที่มีทั้งหมด 6 โครงข่าย และ กสทช.ได้ให้ใบอนุญาตกลุ่มแรก 4 โครงข่าย ซึ่งมองว่าการให้บริการโครงข่ายควรเป็น "โครงข่ายเดียว" (Single Network) เพื่อสร้างสนามแข่งขันที่เท่าเทียมในการส่งสัญญาณให้กับ"ช่องรายการ" ทุกราย โดย กสทช.ต้องเข้ามากำกับค่าบริการให้เป็น "ราคาเดียว" ตามต้นทุนจริง

หากพิจารณาราคาค่าโครงข่ายเอชดีที่แต่ละโครงข่ายเสนอราคาเบื้องต้น ถือว่ามีอัตราสูงมาก หากรวมตลอดอายุสัญญาจะมีราคาสูงกว่า"ราคาเริ่มต้น"ประมูลช่องเอชดี

การให้ใบอนุญาตโครงข่ายรวม 6 ราย แต่ละรายมีโครงสร้างพื้นฐาน สถานีส่งสัญญาณ และศักยภาพการลงทุนที่แตกต่างกัน โดย กสทช. กำหนดเกณฑ์ให้ผู้ชนะการประมูลด้วยราคาสูงสุด มีสิทธิเลือกใช้โครงข่ายก่อน เป็นการสร้างเกณฑ์ให้ผู้ประมูลช่องแข่งเสนอราคาในอัตราสูง ขณะที่โครงข่ายเป็นผู้ได้รับประโยชน์ จากค่าเช่าใช้บริการตามอายุใบอนุญาตช่องรายการ 15 ปี

"หากโครงข่ายที่ได้รับใบอนุญาตทั้ง 4 ราย มีประสิทธิภาพในการส่งสัญญาณต่างกัน เท่ากับช่องรายการที่อยู่ในโครงข่ายนั้นๆ จะได้รับผลกระทบจากการส่งสัญญาณที่ไม่เท่าเทียมกันไปด้วย"

การกำหนดราคาค่าโครงข่าย จะเป็นปัจจัยสำคัญ สร้างแรงจูงใจให้ผู้ประกอบการเข้าสู่สนามประมูลทีวีดิจิทัล แต่หากยังมีความแตกต่างทั้งศักยภาพในการส่งสัญญาณและราคา เชื่อว่าจุดเริ่มต้นของทีวีดิจิทัล ยังต้องเผชิญ "ขวากหนาม" จากคู่แข่ง "ทีวีดาวเทียม" ที่เข้าถึงครัวเรือนไทยไปแล้วกว่า 67%

สอดคล้องกับ อดิศักดิ์ ลิมปรุ่งพัฒนกิจ กรรมการผู้อำนวยการ บริษัทเนชั่น บรอดแคสติ้ง คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ เอ็นบีซี ย้ำว่าจุดเริ่มต้น "ทีวีดิจิทัล" ที่จะเกิดขึ้นในปีนี้ ผู้ประกอบการทุกรายควรมี "สนามแข่งขันที่เท่าเทียม" โดยเริ่มจากจุดเริ่มของผู้ให้บริการโครงข่าย ที่จะต้องมีมาตรฐานการส่งสัญญาณเดียวกัน ครอบคลุมพื้นที่การให้บริการเท่ากัน และ"ราคาเดียว" ในทุกโครงข่าย เพื่อสนับสนุน"ช่องรายการ" ที่ต้องแข่งขันประมูลใบอนุญาต"ไม่มีความได้เปรียบ หรือเสียเปรียบ" จากการได้รับบริการโครงข่ายของทั้ง 4 หน่วยงานที่ได้ไลเซ่น

ราคาค่าโครงข่ายเป็นเพียงหนึ่งในต้นทุนหลักของ"ทีวีดิจิทัล" ที่ผู้เข้าสู่สนามแข่งขันยังต้องเข้าสู่"เวที"การประมูลช่อง ซึ่งยังไม่สามารถคาดเดา "ราคาเคาะ" สุดท้ายว่าวิ่งไป"ตัวเลข"ใด อีกทั้งยังต้องมีภาระค่าธรรมเนียมใบอนุญาตรายปีรวม 4% ของรายได้

ทั้งหมดล้วนเป็น "ต้นทุน" ที่ผู้ประกอบการต้องแบกรับในสนามแข่งทีวีดิจิทัล