วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

เกาะเทรนด์สื่อ'มัลติสกรีน'

การเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยี ส่งผลให้รูปแบบการสื่อสารผ่าน "จอ" ประเภทต่างๆในยุคนี้ ก้าวสู่ The Fragmentation of Screens

บรรดาแบรนด์ต่างๆ ต้องปรับกลยุทธ์อย่างเข้มข้น เพื่อดึงความสนใจ "ผู้บริโภค" ด้วยคอนเทนท์และใช้เครื่องมือสื่อสารในรูป "มัลติ สกรีน" ตอบโจทย์การเสพ "สื่อและคอนเทนท์"ของกลุ่มเป้าหมายในทุกที่ ทุกเวลา

นีลูฟาร์ ฟาว์เลอร์ กรรมการผู้จัดการ มายด์แชร์ ประเทศไทย กล่าวว่าอุตสาหกรรมสื่อมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาจากเทคโนโลยีในยุคดิจิทัล ส่งผลประเทศไทยกำลังก้าวสู่การพัฒนาแพลตฟอร์มใหม่ๆ จากการเติบโตของเคเบิล ทีวีดาวเทียม และการก้าวสู่ ทีวีดิจิทัล ในปีนี้ รวมทั้งการขยายตัวของประชากรอินเทอร์เน็ต ล้วนทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงต่อพฤติกรรมผู้บริโภค ในการบริโภคคอนเทนท์ ด้วยรูปแบบและเครื่องมือที่แตกต่างกัน ซึ่งเป็นทั้ง"โอกาสและความท้าทาย"ของสื่อและแบรนด์ ในการพัฒนาช่องทางเพื่อสื่อสารกับผู้บริโภคในยุคนี้

แนวโน้วอุตสาหกรรมสื่อที่จะได้เห็นในปี 2558 คือ "คอนเทนท์" ยังคงความสำคัญในสื่อทีวี แต่พฤติกรรมการบริโภคคอนเทนท์จะผ่านหลากหลายช่องทางในรูปแบบมัลติ สกรีน ตามไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคในแต่ละเพศวัย โดยพฤติกรรมของผู้หญิงในเมือง จะใช้เวลา 35% บนดิจิทัล สกรีน เป็นสัดส่วนมากกว่าดูผ่านจอทีวี โดย 80% ระหว่างดูทีวี จะใช้งาน จอที่สอง(Second Screen) ไปพร้อมกัน

จำนวน 82% ของประชากรออนไลน์ มีพฤติกรรมดูวีดิโอ ออนไลน์ทุกเดือน สัดส่วน 74% ของผู้ใช้โมบาย อินเทอร์เน็ต จะดูคอนเทนท์วีดิโอ จากมือถือทุกเดือน อีกทั้ง "ออนไลน์ วีดิโอ" เข้าถึงผู้ประชากรอินเทอร์เน็ตอายุต่ำกว่า 35 ปี ได้ดีกว่าสื่อทีวี และในปี 2558 สัดส่วน 75% ของประชากรออนไลน์ มีพฤติกรรมดูวีดิโอ ออนไลน์ ทุกสัปดาห์

"แบรนด์ที่จะคงความเป็นผู้นำ จะต้องปรับกลยุทธ์การสื่อสาร รองรับการเปลี่ยนแปลงของภูมิทัศน์สื่อใหม่ดังกล่าว ตอบสนองความต้องการผู้บริโภคผ่านทุกแพลตฟอร์มทันที เพื่อทำให้การสื่อสารแบรนด์กับกลุ่มเป้าหมายเกิดประสิทธิภาพสูงสุด โดยเฉพาะรูปแบบมัลติ สกรีน"

ท่ามกลางกระแสสื่อใหม่ "ทีวีดิจิทัล" ที่กำลังจะเกิดขึ้นในปีนี้ สุรินทร์ กฤตยาพงศ์พันธุ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัทบางกอกเอ็นเตอร์เทนเม้นต์ จำกัด ผู้บริหารสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 บอกว่า "ทีวี" ยังคงเป็น "สื่อ"ที่มีความสำคัญในการเข้าถึงผู้บริโภค แต่จะสื่อสารผ่านแพลตฟอร์มต่างๆ ที่มีความหลากหลายมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น ฟรีทีวี อนาล็อก ,ทีวีดาวเทียม ,เคเบิลทีวี และทีวีดิจิทัล

การพัฒนาเทคโนโลยีและการเข้าถึงอินเทอร์เน็ต รวมทั้งการให้บริการ 3จี ทำให้พฤติกรรม "คนรุ่นใหม่" ไม่ได้ดูคอนเทนท์ "ทีวี" จาก "จอทีวี" ที่บ้านอีกต่อไป แต่มีพฤติกรรมดูทีวี "ทุกที่ ทุกเวลา"ผ่านสมาร์ทดีไวซ์ และดูย้อนหลังผ่านสื่อออนไลน์ แต่หัวใจสำคัญของการดูทีวี ผ่านจอต่างๆ อยู่ที่ "คอนเทนท์" ที่ตอบโจทย์พฤติกรรมของผู้ชม จากการใช้งานดีไวซ์ต่างๆ

"คอนเทนท์ จะเป็นหัวใจสำคัญผลักดันการเติบโตของฐานผู้ชมและเม็ดเงินโฆษณาสื่อทีวีในทุกแพลตฟอร์ม"
เช่นเดียวกับ อริยะ พนมยงค์ ผู้จัดการกูเกิ้ล ประจำประเทศไทย ให้มุมมองว่ารูปแบบการใช้งานของผู้บริโภคได้เข้าสู่ยุค Multiscreen ผ่าน 4 จอหลักๆ ประกอบด้วย "จอทีวี จอคอมพิวเตอร์ มือถือ และแทบเล็ต" ถือเป็นเทรนด์ที่เกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี การเติบโตของประชากรอินเทอร์เน็ต ที่ส่งผลโดยตรงต่อพฤติกรรม"ผู้บริโภค" ดังนั้นนักการตลาดและนักสื่อสารต้องเปลี่ยนกลยุทธ์ตามให้ทัน

การเปิดให้บริการ 3จีบนคลื่นความถี่ 2.1 GHz จะทำให้ผู้ใช้งาน 3จีเติบโตอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้สมาร์ทโฟนขยายตัวสูง โดย IDC คาดการณ์สมาร์ทโฟนในไทยปี2556 อยู่ที่ 10 ล้านเครื่อง โดยประเทศไทยจะเป็นอีกหนึ่งในประเทศเอเชีย ที่ใช้มีผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตผ่านมือถือสูงกว่าพีซี เช่นเดียวกับญี่ปุ่น

แนวโน้มพฤติกรรมจะเกิดขึ้นในกลุ่มผู้ใช้งานจากกระแสดังกล่าว คือความนิยมในการดู "วีดิโอ คอนเทนท์" ปัจจุบันพบว่าไทยเป็นอันดับสอง รองจากญี่ปุ่น ที่ดูวีดิโอ ยูทูบ สูงสุดในเอเชีย โดยสูงกว่าอินเดีย ส่วนหนึ่งมาจากพฤติกรรม"ไม่ชอบอ่าน"ของคนไทย อีกปัจจัยคือการเติบโตของผู้ใช้อินเทอร์เน็ต 3จี และสมาร์ทโฟน

"เทรนด์ที่จะเกิดขึ้นจากนี้ พบว่า 80% ผู้บริโภค เสพคอนเทนท์ ผ่าน 4 จอ โดยผู้บริโภคจะเห็นข้อมูลจากจอทีวีเป็นจุดแรก เริ่มหาข้อมูลจากออนไลน์พีซี เปรียบเทียบข้อมูลและถามความเห็นผ่านโซเชียลมีเดียทางมือถือและแทบเล็ต ไปเลือกดูสินค้าที่ช็อป และอาจกลับมาซื้อผ่านออนไลน์ สโตร์ เพราะได้ข้อเสนอพิเศษ"

แต่ในท้ายที่สุด "คอนเทนท์" คือคำตอบที่ผู้บริโภคต้องการ ดังนั้นไม่ว่าจะสื่อสารผ่าน "จอหรือแพลตฟอร์ม"ใด ต้องเริ่มจากคอนเทนท์ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภค