วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

กูรูฟันธงทองคำไม่หมดเสน่ห์

กูรูฟันธงทองคำไม่หมดเสน่ห์ แนะคนไทยเปลี่ยนวิธีคิดลงทุน หาจังหวะราคาเด้งขึ้นทำกำไร

จากสถานการณ์ราคาทองคำลดลงต่อเนื่อง และแนวโน้มของราคาทองคำจากนี้ไปจะเป็นอย่างไร จะหมดยุคทองหมดความสว่างไสวของราคาสูงอย่างโลหะมีค่าประเภทนี้แล้วหรือยัง ในรายการ Business Talk เวลา 20.00 น.เมื่อวันพุธ 26 มิ.ย.นี้ ในหัวเรื่อง "หมดยุคทองคำ จริงหรือ" ทางกรุงเทพธุรกิจทีวี ซึ่งมี นพ.กฤชรัตน์ หิรัณยศิริ ประธานกรรมกลุ่มบริษัทแม่ทองสุก และนายกมลธัญ พรไพศาลวิจิต ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยทองคำ บริษัทจีที เวลธ์ แมเนจเมนท์ จำกัด ร่วมแสดงความเห็น

โดยน.พ.กฤชรัตน์มองว่าอาจเป็นการหมดยุคทองขาขึ้น แต่ไม่หมดยุคด้านการลงทุน เพราะทองคำถึงจะเป็นขาลงก็สามารถลงทุนทำกำไรได้ 7 เดือนที่ผ่านมานี้ ทองคำเปลี่ยนทิศทางมีแนวโน้มขาลงอย่างสมบูรณ์และต่อเนื่องในทุกปัจจัย ทั้งปัจจัยพื้นฐานและปัจจัยทางเทคนิค

"แน่นอนหมดยุคทองขาขึ้น เพราะเศรษฐกิจสหรัฐ 6 เดือนที่ผ่านมาอยู่ในเกณฑ์ค่อนข้างดี แต่ไม่ได้ดีมากหรือดีชัดเจน โดยเฉพาะอัตราการว่างงาน ดัชนีการผลิต ความเชื่อมั่นผู้บริโภคดีขึ้น ซื้อกันมากขึ้น กลายเป็นการลดเสน่ห์ของทองคำทำให้เกิดแรงเทขาย กองทุนใหญ่ระดับโลกอย่างอีทีเอฟฟันด์ก็ขายออกเกือบทุกวัน"

ส่วนสาเหตุที่ทองคำหมดความน่าสนใจเมื่อเทียบกับอดีตนั้น น.พ.กฤชรัตน์อธิบายว่าต้องเข้าใจว่าแต่ก่อนราคาทองคำขึ้นเพราะปัญหาเศรษฐกิจของสหรัฐ ตั้งแต่ปี 2551 สหรัฐประสบหาวิกฤต สิ่งเกื้อหนุนราคาทองคำให้สูงขึ้น คือการตรึงดอกเบี้ยต่ำ 0.25% เป็นระยะเวลานาน พอเกิดวิกฤตเศรษฐกิจตัวเลขออกมาไม่ดี สหรัฐอัดฉีดเงิน หรือ คิวอี มาโดยตลอดตั้งแต่ปี 2551เป็นต้นมา ทำให้เกิดกระแสเงินไหลเข้าลงทุนทองคำ เกิดการโยกเงินหาผลตอบแทนดีที่สุดหาที่ปลอดภัย (safe heaven)

"ราคาทองคำมีแนวโน้มขาลง และนักลงทุนควรลงทุนช่วงทองคำขาลง จึงจะสามารถทำกำไรได้ขณะนี้ เพราะตลาดมองว่าราคาทองคำจะลงไปถึงสิ้นปีนี้มีสูง และนักวิเคราะห์จากหลายค่ายมีชื่อเสียงมองว่าปีหน้าราคาทองยังลงต่อ ซึ่งอาจเป็นเพราะคิวอีเริ่มสลายลง และเงินที่ถูกกระชากออกไปมีผลต่อราคาทองคำ คล้ายกับตลาดหุ้นผลประกอบการยังดีแต่การกระชากเงินออกไปทำให้หุ้นไทยตก"

เขายอมรับด้วยว่าราคาทองคำไม่จรัสแสงแล้ว แต่ยังทำกำไรได้อยู่สามารถลงทุนทองคำในทิศทางขาลงได้ คือขายแพงออกมาก่อนแล้วค่อยกลับไปซื้อของถูก การลงทุนทองคำตอนนี้คือต้องหาจังหวะในการขายก่อน แนะให้หาจังหวะที่เด้งขึ้นมาแล้วขาย แล้วหาจังหวะซื้อกลับในจำนวนเดิมก็จะได้เงินเพิ่มขึ้นกลับมาด้วยทองคำเท่าเดิม

ทั้งนี้ นพ.กฤชรัตน์ไม่เห็นด้วยว่าราคาทองคำจะตกตลอดไป แต่จะกลายเป็นส่วนหนึ่งของสกุลเงินทีเรียกว่าสกุลทองคำที่มีการแกว่งตัวขึ้นและมีลง โอกาสปรับลดลงใน 1-2 ปียังมีอยู่ แต่เขาไม่เชื่อว่าเศรษฐกิจสหรัฐกับยุโรปจะฟื้น 100% สหรัฐจริงๆแล้วยังมีบาดแผลที่ลึกอยู่แต่ตัวเลขดูแล้วดีขึ้นทั้งที่จริงดีขึ้นนิดเดียว แต่พยายามข่าวให้ดีขึ้นมาก แต่ถ้าสหรัฐไม่ดีทองคำก็จะกลับมารุ่งโรจน์

ด้านนายกมลธัญเห็นด้วยว่าทิศทางตลาดทองคำอยู่ในช่วงขาลง ราคาปรับลงต่อเนื่อง แต่เห็นว่าได้ว่าวัฒนธรรมของคนไทยยังผูกพันอยู่กับทองคำ จึงมองทองคำอยู่ในทิศทางลงทุนได้ และเชื่อว่าทองคำยังไม่หมดเสน่ห์ แต่วิธีคิดด้านการลงทุนอาจจะต้องเปลี่ยน

"เท่าที่สัมผัสนักลงทุนไทยมองทองคำเป็นขาขึ้นอย่างเดียว แต่ต้องเข้าใจว่าทองคำเป็นสินทรัพย์ประเภทหนึ่งมีขึ้นมีลงได้ เข้าใจว่ามีช่วงหนึ่งของตลาดขาลงได้ วิธีลงทุนอาจต้องเปลี่ยนจากเดิม จากรอซื้อรอขึ้นอย่างเดียว มาเป็นการใช้การเทรดดิ้งเครื่องมือตลาดช่วงขาลงเป็นเรื่องสำคัญ"

เขาให้เหตุผลที่ว่าทองคำยังไม่หมดเสน่ห์ไปจากตลาดการลงทุนว่า ดูจากตัวเลขพฤติกรรมการลงทุนที่เปลี่ยนไป และลักษณะตลาดทองคำมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง หากดูดีมานด์กับซัพพลายตั้งแต่ปี 2550 มีสัดส่วนลงทุนในทองคำ ประมาณ 20%ของดีมานด์ทั้งหมด แต่ปัจจุบันสัดส่วนดังกล่าว เพิ่มขึ้นมาเป็น 50%

"ราคาทองอาจลง1-2ปีหน้า แต่อยากให้มองภาพไกลขึ้น1-2ปี สัญญาณ เทรนด์ดอลลาร์ในอนาคตยังมีปัจจัยเสี่ยงอยู่มาก ยูโรโซนวันนี้ยังไม่เห็นการฟื้นปัญหายังไม่หมดไป และจีนที่มองว่าเป็นตัวนำช่วยเศรษฐกิจโลกฟื้นตอนนี้ก็มีปัญหา ทำให้อนาคตยังมีความเสี่ยงอีกมาก หากบริบททางเศรษฐกิจเปลี่ยนในอนาคตทองคำอาจเป็นขาขึ้นได้"