เป็นเครื่องมือที่สามารถพัฒนาตัวบุคคลได้อย่างเจาะจง แตกต่างจากเครื่องมืออื่นๆ ที่พัฒนาเพียงแค่ภาพรวม
เช่นเดียวกับสำนวนที่ว่า "ไม่มีใครแก่เกินเรียน" เพราะในวันนี้มีการนำแนวทางการพัฒนาสมองที่ชื่อ Brain Based Learning หรือ BBL มาปรับใช้กับคนวัยทำงาน
นั่นก็คือ "โครงการวิจัยแนวทางการนำองค์ความรู้ด้านสมองประยุกต์ใช้ในการพัฒนาทักษะฝีมือ สำหรับแรงงานในภาคการผลิต" ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างสำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน) หรือ สบร. กับ สถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติ
จุดมุ่งหวังก็เพื่อสร้าง "ศักยภาพ" คนทำงาน ซึ่งมี "ผลิตภาพ" เกิดเป็นผลลัพธ์ปลายทาง
โดยมีอุตสาหกรรมการผลิต 5 แห่ง ที่อาสาเป็นผู้นำร่อง ทั้งนี้ก็เพื่อพิสูจน์ให้เห็นว่าแม้เรื่องนี้อาจไม่ใช่เรื่องง่าย แต่สามารถเกิดขึ้นได้จริง
เดิมทีขึ้นชื่อว่า BBL มักจะโฟกัสกลุ่มเด็กเป็นหลัก เพราะความเชื่อที่ว่าโอกาสทองของการเรียนรู้จะเป็นเด็กที่มีอายุอยู่ระหว่างแรกเกิด - 10 ปี เท่านั้น
อย่างไรก็ดี ศาสตราจารย์กิตติคุณนายแพทย์ประเสริฐ บุญเกิด ผู้เชี่ยวชาญด้านประสาทวิทยา คณะแพทยศาสตร์รามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า ไม่ว่าสมองของคนวัยไหนก็สามารถพัฒนาได้ทั้งหมด
แต่มีข้อแม้ที่ว่า ต้องทำความเข้าใจกับกลไกอันชาญฉลาดของสมองให้ได้เสียก่อน
BBL นั้นเป็นเครื่องมือที่สามารถพัฒนาตัวบุคคลได้อย่างเจาะจง แตกต่างจากเครื่องมืออื่นๆ ที่พัฒนาได้เพียงแค่ภาพรวม
เปรียบเทียบ คล้ายกับการฝึกฝนนักกีฬาให้มีฝีมือที่ดีขึ้น จากเดิมเป็นแค่ตัวสำรองให้สามารถพัฒนาจนกลายเป็นตัวจริงลงแข่งในสนามได้ในที่สุด
และเมื่อพนักงานในองค์กรหรือนักกีฬาในทีมทุกคนได้รับการพัฒนาจนมีศักยภาพอย่างเต็มเปี่ยม ที่สุดก็จะนำพาเป้าหมายทีมและองค์กรให้บรรลุความสำเร็จ
จุดสตาร์ท คือการเปิดสมอง
นพ.ประเสริฐ อธิบายว่า สมองนั้นจะทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด แต่ต้องอาศัย "เปิด" มันก่อนการเรียนรู้หรือทำงานในแต่ละวัน
การเปิดสมองทำได้ไม่ยาก เช่น การฟังเพลง เล่นกีฬา เล่นดนตรี หรือทำในทุกสิ่งที่ชอบ เพื่อให้เกิดความรู้สึกที่ผ่อนคลาย
การเปิดสมองจะช่วยสร้าง "ความยอมรับ" โดยไม่รู้สึกว่า "ถูกบังคับ"
สำหรับคนทั่วไป ทั้งเรื่องการเรียนหรือการทำงาน คงคล้ายกับ "ยาขม" หากแต่มันจะกลายเป็น "ขนมหวาน" ทันที เมื่อมีการเปิดสมองโดยใช้วิธีล่อหลอกให้คนทำในสิ่งที่ชอบเสียก่อน
"เช่นเด็กคนหนึ่งหากต้องไปเรียนเพราะถูกบังคับ จะทำให้สมองของเขาเปิดได้ไม่เต็มที่ แต่ถ้าให้เขาทำในสิ่งที่ชอบเป็นการเปิดสมองเสียก่อน ที่สุดแล้วมันจะเป็นการเรียนที่ลึกซึ้งมากๆ จนแทบไม่น่าเชื่อ"
จากนั้นก็คือเส้นทางที่จะช่วยพัฒนาศักยภาพคนให้ไปถึงขั้นสูงสุดของงานแต่ละงาน ซึ่งหมายถึงขั้นตอนที่ถูกต้องและเหมาะสม หรือ Basic Skill อันเป็นพื้นฐานของทักษะการทำงานทุกงาน
เปรียบเหมือนการเรียนขับรถ ที่เริ่มแรกมักเต็มไปด้วยความล่าช้า แต่เมื่อได้ทดลองทำซ้ำแล้วซ้ำเล่าตามขั้นตอนที่ครูได้สอนไว้ ไม่ช้าผู้เรียนก็จะสามารถขับรถได้อย่างคล่องแคล่ว
นพ.ประเสริฐกล่าวว่า สมองนั้นสามารถเรียนรู้จากการลองผิดลองถูก เมื่อทำซ้ำๆ ทำบ่อยครั้งจำนวนครั้งที่ถูกจะมากขึ้น
"สมองเราจะมีวิธีการเรียนรู้ เรียนลัด และเรียนเร็ว ซึ่งเมื่อได้ทำจนชำนาญ มันจะไม่คิดแต่ทำโดยอัตโนมัติ ไม่ว่าทักษะใดก็เหมือนกัน การเร่งการทำงานของสมอง ก็คือการทำซ้ำๆ "
ที่ต้องตระหนักก็คือ ระหว่างทางของการทำงาน ไม่ว่าจะเป็นงานใดก็ตาม ต้องมีจุดสำคัญ หรือ Key Points ที่พลาดไม่ได้ หรือให้เกิดความเสียหายไม่ได้เลย
" เช่นการผ่าตัด ซึ่งแพทย์จะต้องรู้ว่ามีจุดใดที่สำคัญ ซึ่งจะให้พลาดแม้แต่ครั้งเดียวก็ไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นการกรีด การเจาะ หรือการผ่า ต้องอาศัยความแม่นยำมากๆ เพราะคนไข้จะหายหรือตายก็อยู่ที่ขั้นตอนนี้"
การทำงานก็เช่นเดียวกัน ต้องมีจุดสำคัญที่หากพลาดก็จะสร้างความเสียหายอย่างมากมายมหาศาล
Internal Feedback และ External Feedback สมองเรานั้นแม้จะสามารถพัฒนาได้เอง แต่ก็ไม่วายต้องอาศัยผู้อื่น
สมองมีการพัฒนาศักยภาพด้วยตนเอง ทั้งด้านความเร็ว ความละเอียด และความแม่นยำ หรือ Auto..Internal Feedback
ขณะที่จะเป็นการดียิ่งขึ้น หากมี External Feedback โดยมีครู หัวหน้างาน หรือผู้ฝึกสอน มาต้องคอยเฝ้าดูจุดบกพร่องที่ขั้นตอนไหน และจุดใด เพื่อแก้ไขจุดบกพร่องและชี้แจง อธิบายให้ทำงานชิ้นนั้นได้ถูกต้อง
External Feedback จะสำเร็จหรือไม่ อยู่ที่ศาสตร์และศิลป์ ของครูผู้ฝึกสอน หัวหน้างาน
จังหวะของการใช้ External Feedback ก็มีความสำคัญไม่น้อย ต้องไม่ช้า หรือต้องไม่เร็วเกินไป แต่อยู่ในจังหวะที่พอดี ในเวลาที่มีความต้องการ ซึ่งก็ต้องอาศัยการสังเกตุปฏิกริยาของผู้ปฏิบัติงาน
Output&Outcome ไม่ว่าจะอย่างไรผลลัพธ์ต้อง win-win เท่านั้น
หมายถึง ผู้ได้รับการพัฒนา มีศักยภาพในการทำงานที่มากขึ้นจริง และทำให้องค์กรบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้
" ผลลัพธ์ในเรื่องการทำงาน ดูได้จาก ผลงานที่ดีมีคุณภาพมากขึ้น พนักงานมีความสุขและมีพลังในการทำงาน"
ซึ่งเคล็ดลับความสำเร็จของนพ.ประเสริฐ ก็คือ สิบปากว่าไม่เท่า หนึ่งตาเห็น สิบตาเห็นไม่เท่า หนึ่งมือทำ สิบมือทำไม่เท่า หนึ่งครั้งที่ทำจริง
--------------------
4 ขั้นตอนเพื่อวัยทำงาน
ในการนำ BBL เข้ามาพัฒนาศักยภาพคนทำงานในโรงงานผลิต มีการดีไซน์ออกมาเป็น 4 ขั้นตอนหลักๆ ดังนี้
ขั้นตอนแรก เริ่มด้วยการประเมินทักษะของพนักงานแต่ละคน เพื่อให้รู้ถึงจุดอ่อนจุดแข็ง ให้รู้ว่าพนักงานคนไหนควรเติมเต็มความรู้ในเรื่องใด
ขั้นตอนที่สอง หัวหน้างานต้องนำข้อมูลที่ได้รับมาตั้งเป็นโจทย์ และกำหนดเป้าหมายการพัฒนาของพนักงานแต่ละคนอย่างชัดเจน
ขั้นตอนที่สาม เป็นกระบวนการถ่ายทอด สอนงานอย่างเป็นขั้นตอน
ขั้นตอนที่สี่ ติดตามผล และให้การ Feedback พัฒนาการที่เกิดขึ้น








