บอร์ดไฟเขียว "ธานินท์ อังสุวรังสี"เอ็มดีแบงก์อิสลาม ลาออก! หลังถูกกดดันหนัก
มีรายงานว่า คณะกรรมการธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ไอแบงก์) ได้อนุมัติให้นายธานินท์ อังสุวรังสี กรรมการผู้จัดการธนาคาร ลาออกจากตำแหน่ง ตามที่ยื่นหนังสือมายังบอร์ด
ทั้งนี้ มีรายงานว่า สาเหตุการลาออกของนายธานินท์ มาจากกระแสความขัดแย้งที่เกิดขึ้น หลังจากเข้ามารับตำแหน่งไม่ถึง 6 เดือน โดยล่าสุดได้มีพนักงานกว่า 1.4 พันคน ลงชื่อร้องเรียนต่อคณะกรรมการธนาคารว่าเข้าข่ายการทำผิด 9 ข้อต่อคณะกรรมการธนาคารคือ 1. ลดผลกระทบและการตกชั้นเป็นหนี้เสียของลูกค้า ด้วยการสั่งการให้ผู้บริหารที่เกี่ยวข้องยกเลิกกระบวนการอนุมัติและเบิกจ่ายสินเชื่อที่ไม่เป็นไปตามข้อบังคับธนาคาร ซึ่งได้ส่งผลกระทบต่อสภาพคล่องของลูกค้าธุรกิจจนมีผลทำให้ลูกค้าจำนวนมากประสบปัญหาในทางธุรกิจจนไม่สามารถชำระหนี้ให้กับธนาคารได้ ดังปรากฏจากหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ของธนาคารได้เพิ่มขึ้นจาก 2.4 หมื่นล้านบาทในเดือนพ.ย. 2555 เป็นมากกว่า 3.8 หมื่นล้านบาท ในเดือนเม.ย. 2556
2. สั่งการให้ยกเลิกการรวบอำนาจการอนุมัติตามลำดับชั้นโดยกรรมการผู้จัดการธนาคาร ซึ่งการสั่งการของกรรมการผู้จัดการธนาคาร ส่งผลให้การอนุมัติดำเนินการต่างๆ ได้เกิดความล่าช้าและไม่มีประสิทธิภาพ และก่อให้เกิดความเสียหายต่อการดำเนินงานในการสั่งซื้อสั่งจ้างพัสดุหรือการดำเนินการที่มีความจำเป็นในหน่วยงานต่างๆ ของธนาคาร และสุ่มเสี่ยงต่อการถูกคู่ค้าของธนาคารฟ้องร้อง อันเนื่องมาจากการเบิกจ่ายเพื่อชำระเงินให้กับคู่ค้าของธนาคารมีความล่าช้า
3. สั่งการให้ยกเลิกการว่าจ้างคณะที่ปรึกษากรรมการผู้จัดการ ทุกราย โดยในปัจจุบันธนาคารมีค่าใช้จ่ายในการจ้างที่ปรึกษากรรมการผู้จัดการรวมมากกว่า 1 ล้านบาทต่อเดือน เนื่องจากเป็นการลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นของธนาคาร
4. สั่งการให้สอบข้อเท็จจริงกรณีที่มีการสั่งกันสำรองเป็นเงินจำนวน 7,000 ล้านบาท ซึ่งส่งผลให้ธนาคารขาดทุนจนทุนติดลบโดยไม่มีความจำเป็น โดยการกันเงินสำรองจำนวน 7,000 ล้านบาทในงบการเงินปี 2555
5. สั่งการให้ตั้งคณะทำงานสอบข้อเท็จจริงกรณีที่มีการออกข่าวในทางเสียหายต่อธนาคาร โดยเฉพาะการเปิดเผยรายงานธนาคารแห่งประเทศไทย มีหนี้เสียถึง 3.9 หมื่นล้านบาท ทั้งที่ในข้อเท็จจริง ณ เดือนม.ค. 2556 หรือขณะที่ออกข่าว ธนาคารมีหนี้เสียเพียง 2.4 หมื่นล้านบาท
6. สั่งการให้ตั้งคณะทำงานสอบข้อเท็จจริงกรณีมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการแก้ไขชั้นหนี้ลูกค้าเบิกเกินวงเงิน (OD) หลายรายเพื่อปกปิดหนี้เสียกว่า 3,000 ล้านบาท ในเดือนก.พ. 2556 ที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงยอดหนี้เสียรวมของธนาคารอย่างมีนัยสำคัญ
7.สั่งการให้ตั้งคณะทำงานสอบข้อเท็จจริงกรณีกล่าวหาว่ามีการเรียกรับสินบน ตามที่ บริษัท ท้าพิสูจน์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ได้มีการฟ้องร้องผู้บริหารของธนาคารต่อศาลอาญา เมื่อวันที่ 10 เม.ย. 2556 ว่ามีข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร โดยในคำฟ้องของลูกค้ารายดังกล่าวได้กล่าวถึงการสั่งการให้ระงับการอนุมัติสินเชื่อของลูกค้าเพื่อเรียกรับผลประโยชน์ ดังนั้น การตั้งคณะทำงานสอบข้อเท็จจริงในกรณีนี้จะทำให้เกิดความกระจ่างและทำให้เกิดความโปร่งใสในกระบวนการบริหารจัดการของธนาคาร
8.สั่งการให้ตั้งคณะทำงานสอบข้อเท็จจริงกรณีมีการร้องเรียนเรื่องบริษัทที่ปรึกษากรรมการผู้จัดการเรียกรับผลประโยชน์จากการขายทรัพย์สินของลูกค้าเพื่อนำมาชำระหนี้ โดยการว่าจ้างบริษัทดังกล่าวเพื่อเข้ามาเป็นที่ปรึกษากรรมการผู้จัดการธนาคารฯ ในการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ให้กับธนาคารฯ แต่ปรากฎว่ามีการร้องเรียนว่าบริษัทที่ปรึกษากรรมการผู้จัดการธนาคารฯ ได้มีพฤติกรรมในการเรียกรับผลประโยชน์ อันเกิดจากการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ โดยได้เรียกค่านายหน้าในการขายทรัพย์สินของลูกค้าเพื่อชำระหนี้ ที่เข้าสู่กระบวนการปรับโครงสร้างหนี้ของธนาคารฯ เป็นเงิน 3% ของมูลค่าทรัพย์สินที่ขายได้
9. สั่งการให้ตั้งคณะทำงานสอบข้อเท็จจริงในกรณีที่มีการปิดรับสมัครพนักงานในตำแหน่งผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ สายงานธุรกิจรายย่อย จำนวน 3 ตำแหน่ง เป็นการภายในก่อนเวลาที่กำหนดไว้ โดยในครั้งแรกบริหารทรัพยากรบุคคลได้กำหนดให้หมดเขตการรับสมัครในวันที่ 5 เม.ย. 2556 แต่ภายหลังได้มีการประกาศให้ปิดรับสมัครทันทีในวันที่ 26 มี.ค. 2556 เวลา 17.02น. และมีการเสนอวาระว่าจ้างบุคคลภายนอก 3 รายให้มาดำรงตำแหน่งดังกล่าวต่อคณะกรรมการธนาคาร ในวันที่ 27 มี.ค. 2556 จึงเป็นที่สงสัยในการดำเนินการดังกล่าวว่ามีการกระทำความผิดตามข้อบังคับธนาคารหรือกฎหมายอื่นใดที่เกี่ยวข้องหรือไม่ ดังนั้นการตั้งคณะทำงานสอบข้อเท็จจริงในกรณีนี้จะทำให้เกิดความกระจ่างและทำให้เกิดความโปร่งใสในกระบวนการบริหารจัดการของธนาคาร









