"กิตติรัตน์"เร่งเข็นร่างพ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้าน ก่อนโดนเขี่ยจากตำแหน่งรมว.คลัง อ้างช่วยดันจีดีพีปีละ 1% ต่อปี ภายใน 7 ปี หากเมกะโปรเจคเกิด
นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวเสวนาพิเศษในหัวข้อ "ยุทธศาสตร์การเงินสาธารณะ เพื่อโครงการสร้างสาธารณูปโภค 2 ล้านล้านบาท" จัดโดยหนังสือพิมพ์ข่าวหุ้น ว่า ร่าง พ.ร.บ.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ 2 ล้านล้านบาท เป็นการลงทุนครั้งสำคัญเพื่อ พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ และส่งผลต่อจีดีพีขยายตัวเพิ่มขึ้น 1% ต่อปี ในระยะเวลา 7 ปีของการลงทุน ทำให้เศรษฐกิจของประเทศมีเสถียรภาพมากขึ้น
นอกจากนี้ ยังทำให้การต่อยอดไปยังการลงทุนด้านอื่น เช่น การพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง จะผลักดันการส่งออกของประเทศ ขณะที่สนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งมีแผนลงทุนนอกแผน 2 ล้านล้านบาท จะช่วยให้จำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้น
โดยขั้นตอนของ ร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมาธิการ หากเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎรสมัยสามัญทั่วไป ในวันที่ 1 สิงหาคมนี้ จะมีการอภิปรายในประเด็นสำคัญ พร้อมกับการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2557 ทั้งนี้ เพื่อให้พ.ร.บ. ทั้ง 2 ฉบับ เริ่มอัดฉีดเงินออกสู่ระบบช่วงปลายปี ซึ่งจะช่วยสร้างความมั่นใจให้นักลงทุนทั้งไทยและต่างประเทศ
นายกิตติรัตน์ กล่าวว่าเมื่อเปิดโอกาสให้เอกชนเข้ามาร่วมลงทุน ผ่านโครงการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน (พีพีพี) จะทำให้กรอบการกู้เงินไม่เกิน 2 ล้านล้านบาท และหนี้สาธารณะไม่เกิน 50% ของจีดีพี ในระยะการลงทุน 7 ปี เพราะรัฐบาลเน้นการกู้เงินในประเทศเป็นหลัก เนื่องจากยังมีสภาพคล่องอีกมาก
ขณะเดียวกันยังต้องมองแหล่งเงินกู้ต่างประเทศไว้ในบางส่วนด้วยเช่นกัน การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของรัฐบาล อาจยังไม่คุ้มทุนในช่วงแรก แต่ก่อให้เกิดผลทางเศรษฐกิจต่อเนื่องในหลายส่วน และภาคธุรกิจที่เข้าไปลงทุน รวมถึงความสะดวกในการเดินทางและขนส่งสินค้า ทำให้รัฐบาลได้รับภาษีกลับคืนมาในทางอ้อม
หลังบรรยายเสร็จในช่วงค่ำวานนี้ นายกิตติรัตน์ เร่งเดินทางออกจากงานเพื่อไปหารือกับนายกรัฐมนตรีเกี่ยวกับการปรับ ครม. ท่ามกลางกระแสข่าวถูกย้ายให้ไปนั่งรมว.พาณิชย์









