วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'บุญทรง'เล็งเทสต็อกข้าวรัฐ

"บุญทรง"ถกผู้ส่งออกเตรียมแผนเทสต็อกข้าวรัฐ ชี้ตลาดโลกแข่งดุ ด้านผู้ส่งออกเชื่อแนวโน้มราคาผันผวน หลังจากซัพพลายในตลาดยังสูง

ภายหลังรัฐบาลประกาศลดราคาจำนำข้าวขาวจาก 1.5 หมื่นบาทต่อตัน เหลือ 1.2 หมื่นบาท เป็นผลให้ราคาข้าวไทยในตลาดโลกลดราคาลงทันที 5 ดอลลาร์ต่อตัน ด้วยต่างประเทศมั่นใจว่าไทยจะต้องระบายข้าวออกมา จึงโค้ดราคาลง ขณะที่กระทรวงพาณิชย์ได้หารือผู้ส่งออก เพื่อหาทางระบายสต็อกข้าวออกไป

นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังหารือร่วมกับสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย ว่า ผู้ส่งออกแสดงความสนใจหากรัฐจะเปิดระบายข้าวเป็นการทั่วไป ซึ่งได้เสนอให้รัฐดำเนินการระบายอย่างสม่ำเสมอในปริมาณครั้งละไม่มาก ซึ่งได้มอบหมายให้กรมการค้าต่างประเทศไปศึกษารายละเอียดก่อนดำเนินการ

อย่างไรก็ตาม คาดว่าจะเปิดระบายเป็นการทั่วไปได้ประมาณต้นเดือนหน้า หรือหลังจากที่คณะอนุกรรมการปิดบัญชีโครงการรับจำนำข้าว ได้ตรวจสต็อกรัฐทั่วประเทศเสร็จสิ้นก่อน ซึ่งจะทำให้ทราบปริมาณและคุณภาพที่อยู่ในสต็อก ก่อนกำหนดเงื่อนไขการเปิดประมูล

สำหรับราคาที่คาดว่าจะระบายได้ ไม่น่าจะทิ้งห่างจากราคาตลาดมากนัก เพราะเป็นการเปิดให้มีการแข่งขัน ขณะที่การระบายรูปแบบอื่นๆ เช่น การระบายแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) ยังคงเดินหน้าต่อไป นอกจากนี้ในอีก 2-3 วันจะเชิญผู้เกี่ยวข้อง เพื่อหารือการระบายผ่านตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้า (เอเฟท) ซึ่งเป็นอีกรูปแบบหนึ่งของการระบายที่ให้ดำเนินการ ส่วนแผนการระบายอื่นๆ กรมการค้าต่างประเทศจะเสนอเข้ามาในเร็วๆนี้

"บุญทรง"รับขาดทุนเพื่อเกษตรกร

นายบุญทรง ยอมรับว่า สถานการณ์ตลาดข้าวโลกช่วงครึ่งปีหลังยังมีการแข่งขันสูง ซึ่งการระบายข้าวอาจทำให้รัฐขาดทุนเมื่อเทียบกับราคาต้นทุนจากการรับจำนำ แต่เป็นเงื่อนไขที่ได้คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้แล้ว ตามหลักการโครงการรับจำนำ ที่เน้นให้ความช่วยเหลือชาวนามากกว่าการหากำไร ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์ได้เปิดระบายข้าวเป็นการทั่วไปมาก่อนหน้านี้ ตั้งแต่เริ่มโครงการรับจำนำปี 2554/55 จำนวน 5 รอบ ปริมาณรวม 6-7 ล้านตัน แต่มีเอกชนสนใจร่วมประมูลน้อยมาก ทำให้ระบายไปได้เพียง 2-3 แสนตัน แต่ภาพรวมการระบายรูปแบบดังกล่าวก็ได้ราคาดีเป็นที่น่าพอใจ

ทั้งนี้ รัฐบาลมีข้าวรวม ตั้งแต่โครงการรับจำนำรอบแรกจนถึงปัจจุบัน 40 ล้านตันข้าวเปลือก คิดเป็นข้าวสารประมาณ 20 ล้านตัน เป็นการระบายในประเทศ 5-6 แสนตัน จัดทำข้าวถุงไปแล้ว 6-7 แสนตัน ระบายรูปแบบอื่นๆ และส่งเงินคืนคลังไปแล้วรวม 6-7 ล้านตัน เป็นเงิน 1.3 แสนล้านบาท (เป็นการคืนเงินเมื่อปี 2555 จำนวน 9 หมื่นล้านบาท และเป็นการคืนเงินช่วงปีนี้ 4 หมื่นล้านบาท)

ยันเหลือสต็อกข้าว 10 ล้านตัน

ขณะนี้ มีข้าวเหลือในสต็อกประมาณ 10 ล้านตัน บางส่วนเป็นข้าวที่มีภาระผูกพันรอการส่งมอบ หากประเมินการระบายและส่งเงินคืนคลังช่วงที่ผ่านมา ยอมรับว่าคลาดเคลื่อนไปจากแผนที่คาดไว้ แต่จากนี้ น่าจะมีเงินส่งคืนคลังได้ตามแผนเดิม คือ ตั้งแต่เดือนมี.ค.- ก.ย. 2556 จำนวน 1.49 แสนล้านบาท โดยเป้าหมายการส่งออกปีนี้คาดว่าจะไม่ต่ำกว่า 8.5 ล้านตัน

"การระบายแบบประมูลทั่วไป คงได้จำนวนไม่มาก ส่วนการขายแบบจีทูจี จะได้จำนวนมากแต่ราคาก็จะมีเงื่อนไขมิตรภาพความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ เช่นเดียวกับการระบายผ่านตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้า คงไม่สามารถขายในปริมาณมากๆ ได้ ดังนั้น รูปแบบการระบายจากนี้จะใช้หลายๆ วิธีมาดำเนินการร่วมกัน"นายบุญทรง กล่าว

ข้าวตกขบวน 1 ล้านตัน-ชาวนารับได้

ส่วนท่าทีที่ชาวนาบางส่วนไม่ยอมรับราคาจำนำใหม่ ตนพร้อมรับฟังความเห็นทุกฝ่าย และพร้อมที่จะออกไปพบชาวนาเพื่อชี้แจงเหตุผลให้เข้าใจ เบื้องต้นมั่นใจว่าถ้าเป็นชาวนาตัวจริงจะเข้าใจได้ แต่ก็เป็นห่วงว่าจะมีมือที่ 3 ไปยุแหย่ให้ชาวนาเกิดความไม่เข้าใจ ซึ่งราคาตันละ 1.2 หมื่นบาทนั้น เป็นราคาที่ใช้ในช่วงการรับจำนำนาปรัง 2556 ที่กำลังดำเนินการอยู่และมีกำหนดเวลาอีก 2 เดือน จะสิ้นสุดโครงการ มีข้าวที่เหลือรอเข้าโครงการ ประมาณ 1 ล้านตันจากข้าวที่เข้าโครงการมาก่อนหน้านี้ 5-6 ล้านตัน จากเป้าหมายที่คณะกรรมการข้าวแห่งชาติ (กขช.) กำหนดไว้ 7 ล้านตัน จากปริมาณผลผลิตรวม 9 ล้านตัน

นายบุญทรง กล่าวถึง การดำเนินการเอาผิดหากมีการตรวจสอบโรงสี หรือ โกดังข้าวและผู้เกี่ยวข้องที่สร้างความเสียหายต่อโครงการรับจำนำ ว่าได้สั่งการไปแล้วให้ดำเนินคดีให้ถึงที่สุด และให้ขึ้นบัญชีดำไม่ให้ร่วมโครงการอีก

อย่างไรก็ตาม กรณีที่จังหวัดพิจิตรที่มีการหลอกลวงชาวนานั้น ไม่เกี่ยวกับการดำเนินโครงการแต่เป็นเรื่องของโรงสีที่หลอกลวงชาวนา แต่จะมีการตรวจสอบว่าโรงสีดังกล่าวอยู่ในสังกัดของ องค์การคลังสินค้า (อคส.) หรือ องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร(อ.ต.ก.) หรือไม่

ณัฐวุฒิชี้โกงข้าวลดลง

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า จากการลงพื้นที่ตรวจข้าวในสต็อกรัฐบาล ตั้งแต่มีโครงการรับจำนำข้าวปี 2554/55 พบว่ามีแนวโน้มการกระทำผิดลดลงจากยอดการดำเนินคดี โดยปี 2555 มีคดีที่เกี่ยวกับการรับจำนำข้าวทั่วประเทศ รวม 115 คดี แบ่งออกเป็นการกระทำผิดหลักเกณฑ์การจำนำข้าว จำนวน 98 คดี และเป็นการลักลอบขนข้าว 17 คดี ปริมาณข้าวที่เสียหาย 3.2 หมื่นตัน มูลค่ารวม 541 ล้านบาท ปี 2556 จำนวน 59 คดี ลดลง 49% เป็นการกระทำผิดหลักเกณฑ์ 55 คดี และลักลอบขนข้าว 4 คดี ปริมาณ 4.2 ล้านตัน มูลค่า 79 ล้านบาท

เอกชนขอล็อตเล็กไม่กระทบตลาด

นายโชคชัย เศรษฐีวรรณ อุปนายกสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย กล่าวว่า แนวโน้มราคาตลาดข้าวโลกจากนี้ไปมีโอกาสทั้งปรับขึ้นและลดลง เพราะซัพพลายข้าวในตลาดยังถือว่าสูง ขณะที่ผู้ซื้อในตลาดที่สำคัญๆ เช่น ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย ก็ยังไม่มีท่าทีว่าจะนำเข้าข้าว ซึ่งการหารือกับรมว.พาณิชย์ ผู้ส่งออกได้แสดงความเห็นว่าควรมีการระบายข้าวเป็นการทั่วไปออกมาเป็นระยะๆ อย่างสม่ำเสมอแต่ปริมาณครั้งละไม่มาก เพื่อไม่ให้กระทบราคาตลาด

ส่วนการลดราคารับจำนำข้าวคาดว่าไม่น่าจะกระทบตลาดมากนัก เพราะไทยเป็นผู้ค้าในตลาดอันดับ 3 แล้ว โดยมีอินเดีย เวียดนามเป็นอันดับ 1 และ 2 โดยภาวการณ์การแข่งขันยังขึ้นอยู่กับปัจจัยผู้ค้าแต่ละรายที่ถือสต็อกอยู่ว่ามีมากน้อยเท่าใด

หอการค้าฯรอผลสอบสต็อกข้าว

นายอิสระ ว่องกุศลกิจ ประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า สภาหอการค้าฯ ยังคงจับตาดูโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาล ว่า รัฐบาลจะมีมาตรการและการดำเนินการอย่างไรต่อไป

ส่วนกระแสข่าวที่มีการทุจริตโครงการ เช่น ในเรื่องของข้าวหายไปจากสต็อกของรัฐบาล คงต้องรอการตรวจสอบของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อน จึงจะสามารถให้ความคิดเห็นในเรื่องนี้ได้

สำหรับการกำหนดราคารับจำนำข้าว นายอิสระ กล่าวว่า สภาหอการค้าฯ ยังยืนว่า ราคารับจำนำข้าวที่เหมาะสม คือ ราคาที่สอดคล้องกับราคาตลาดโลก

แหล่งข่าวจากสภาหอการค้าฯ เปิดเผยว่า ในสัปดาห์หน้าคณะกรรมการหอการค้าไทยจะมีการประชุม เพื่อพิจารณาและติดตามผลการตรวจสอบสต็อกข้าวของรัฐบาลที่จะมีขึ้นในวันที่ 29 มิ.ย. 2556 เพื่อพิจารณาว่าข้อมูลที่ได้จากการตรวจสต็อก ก่อนจะมีการกำหนดข้อเสนอแนะและท่าทีในเรื่องดังกล่าวต่อไป

ธ.ก.ส.เตรียมหมื่นล้าน-หั่นดอกเบี้ย3%

นายบุญไทย แก้วขันตี รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ธนาคารได้พิจารณามาตรการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวที่ได้รับผลกระทบ จากการปรับลดราคารับจำนำข้าวจาก 1.5 หมื่นบาทต่อตัน เหลือ 1.2 หมื่นบาทต่อตัน โดยเตรียมวงเงินสินเชื่อให้แก่เกษตรกรกลุ่มดังกล่าว จำนวน 1 หมื่นล้านบาท พร้อมลดอัตราดอกเบี้ยลงจำนวน 3% ต่อปี จากปัจจุบันอัตราดอกเบี้ยลูกค้าชั้นดีอยู่ที่ 7% ต่อปี

ทั้งนี้ เท่าที่สำรวจเบื้องต้น มีจำนวนเกษตรกรผู้ปลูกข้าวจำนวนประมาณ 2 แสนราย ที่คาดว่าจะไม่สามารถเข้าโครงการรับจำนำในราคาเดิมได้ เพราะว่ามีเกษตรกรเข้าโครงการแล้วประมาณ 3 แสนราย จำนวนข้าว 4 ล้านตัน เป็นเงินกว่า 6 หมื่นล้านบาท โดยขึ้นทะเบียนไว้ 5 แสนราย

"วงเงินที่เราตั้งไว้ที่ 1 หมื่นล้านบาทนั้น หากไม่เพียงพอก็สามารถเพิ่มเติมได้ โดยมาตรการดังกล่าวจะมีผลหลังจากรัฐบาลเริ่มใช้ราคารับจำนำที่ 1.2 หมื่นล้านบาท ซึ่งในส่วนต้นทุนที่ธนาคารได้เข้าไปช่วยเหลือนั้น รัฐบาลจะพิจารณาชดเชยให้”เขากล่าวและว่า ทั้งนี้ สินเชื่อที่เพิ่มให้นั้น มีเงื่อนไขว่า เกษตรกรจะต้องนำไปใช้เพื่อปลูกข้าวในฤดูกาลผลิตถัดไปเท่านั้น"

ข้าวไทยดิ่ง 15 ดอลล์ต่อตัน รอบสัปดาห์

ดัชนีข้าวขาวโอไรซา (ดับเบิลยูอาร์ไอ) สิ้นสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ที่ 481 ดอลลาร์ต่อตัน ลดลงราว 1 ดอลลาร์ต่อตัน หรือไม่ถึง 1% จากสัปดาห์ก่อนหน้านี้ และลดลงราวตันละ 9 ดอลลาร์ หรือประมาณ 2% จากเมื่อเดือนที่แล้ว

การปรับลดดังกล่าว ส่วนใหญ่เป็นผลมาจากการดิ่งลงอย่างหนักของราคาข้าวไทย ที่ร่วงลงไปราว 15 ดอลลาร์ต่อตัน หรือราว 3% ในเวลาเพียงสัปดาห์เดียว และลดลงมากถึงตันละ 40 ดอลลาร์ หรือ 7% ในเวลา 1 เดือน

เว็บไซต์โอไรซา รายงานว่า การร่วงลงของราคาข้าวไทย เกิดขึ้นหลังจากมีการเปิดเผยถึงปัญหาในโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาล ทั้งตลาดข้าวโลกก็ปฏิเสธที่จะจ่ายเงินก้อนโต สำหรับข้าวไทย ส่วนหนึ่งเป็นเพราะการกลับเข้าสู่ตลาดอีกครั้งของข้าวอินเดีย เมื่อเดือนก.ย. 2554 ก่อนที่ไทยจะเริ่มต้นโครงการรับจำนำไม่นานนัก

รายงานระบุด้วยว่า ผู้ค้าข้าวไทยปรับลดราคาขายลงมา 5-10 ดอลลาร์ต่อตัน เมื่อวานนี้ ขณะที่ประเทศผู้ค้าข้าวรายอื่นๆ ในเอเชีย ไม่มีการเปลี่ยนแปลงเพดานราคาแต่อย่างใด

ชทพ.เมินช่วยรัฐสกัดม็อบชาวนา

นายชาญชัย เอื้อสุวรรณ ส.ส. สุพรรณบุรี พรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) กล่าวว่า การลดราคาจำนำของรัฐ โดยส่วนตัวเห็นว่ารัฐบาลตัดสินใจผิดพลาดที่เปลี่ยนหลักเกณฑ์อย่างกะทันหัน

ทั้งนี้ ช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้ประชุมร่วมกับตัวแทนชาวนาในพื้นที่ประมาณ 500 คน โดยมีข้อเสนอให้รัฐบาลทบทวนมติครม. วันที่ 19 มิ.ย. ใน 3 ข้อ คือ 1.กลับมารับจำนำข้าวที่ราคา 15,000 บาท หรืออย่างเลวที่สุดต้องสิ้นฤดูกาลผลิต 2.หากรัฐบาลยืนยัน 12,000 บาท ต้องกำหนดค่าความชื้นร้อยละ 30 และ 3.เปลี่ยนการจำกัดวงเงินรับจำนำข้าวที่กำหนดเพดาน 5 แสนบาท

นายชาญชัย กล่าวว่า รัฐบาลประกาศนโยบาย 15,000 บาท ชาวนาก็ขยายพื้นที่เพาะปลูกเพิ่ม เพราะอยากได้เงินเพิ่ม บางคนก็เอาเงินที่ได้ไปผ่อนซื้อสินค้า คือเขามีภาระ แล้วจู่ๆ คุณบอกไม่เอาแล้ว ขอลดเหลือ 12,000 บาทต่อตัน แต่ภาระชาวนาไม่ได้ลดลงด้วย เท่าที่สอบถามชาวนาทราบว่าทุกกลุ่มพร้อมออกมาเคลื่อนไหว เอาจริง มาจริง เพราะว่าเดือดร้อนจริงๆ

"แกนนำรัฐบาลบอกให้ ส.ส. ช่วยไปชี้แจงชาวบ้าน ถามว่าจะให้ไปชี้แจงอะไร จะให้เราไปแก้ตัวให้รัฐบาล ซึ่งในฐานะที่เราร่วมรัฐบาลอยู่ก็อยากช่วย แต่คำอธิบายมันฟังไม่ขึ้น เพราะว่าอย่างโครงการรถคันแรกเป็นภาระงบประมาณตั้งเท่าไร มีคนได้ประโยชน์ไม่กี่กลุ่ม แต่ไม่ยกเลิก พอโครงการรับจำนำข้าว ซึ่งคนส่วนใหญ่ของประเทศได้ประโยชน์ กลับขอปรับเกณฑ์โดยอ้างว่าขาดทุน"