วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

คลังรับมิตซูบิชิแบงก์หารือซื้อกรุงศรี51%

คลังรับมิตซูบิชิแบงก์หารือซื้อกรุงศรี 51% ดันราคาหุ้นพุ่งกระฉูดสวนกระแสตลาด ขณะที่แบงก์ชาติเผยต้องรอให้จบดีลอย่างเป็นทางการก่อน

นายสมชัย สัจจพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า กรณีที่มีกระแสข่าวว่า กลุ่มมิตซูบิชิ ยูเอฟเจ ไฟแนนเชียล กรุ๊ป (MUFG) ซึ่งเป็นธนาคารยักษ์ใหญ่อันดับหนึ่งในญี่ปุ่น อยู่ในขั้นตอนเจรจาขอซื้อหุ้นธนาคารกรุงศรีอยุธยา ต่อจากกลุ่มจีอี แคปปิตอล อินเตอร์เนชั่นแนล โฮลดิ้งส์ คอร์ปอเรชั่น หรือ "จีอี" นั้น จนถึงขณะนี้ยังไม่มีรายงานเข้ามาที่กระทรวงการคลังแต่อย่างใด และเข้าใจว่าทาง มิตซูบิชิ ยังไม่ได้ยื่นคำขออนุญาต (application) การเข้าถือหุ้นในธนาคารกรุงศรีกรุงศรีอยุธยา ไปที่ ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) ด้วย

อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าที่ผ่านมา ทางกลุ่มมิตซูบิชิ มีการหารือเรื่องดังกล่าวกับหน่วยงานทางการบ้าง โดยมีมาพูดคุยประมาณ 2 ครั้ง แต่ยังไม่ได้ข้อสรุปอย่างเป็นทางการใดๆ

ด้านนายเกริก วณิกกุล รองผู้ว่าการ ด้านเสถียรภาพสถาบันการเงิน ธปท. ได้ปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์ในเรื่องนี้ โดยบอกเพียงว่า ธปท.ยังไม่ได้รับรายงานใดๆ แต่ปกติแล้วถ้ามีบุคคลใดหรือกลุ่มใดเข้ามาถือหุ้นธนาคารพาณิชย์เกินกว่า 10% ก็จำเป็นต้องมาขออนุญาตจากทาง ธปท. แต่ถ้าดีลยังไม่จบทางผู้ขอซื้อเองก็คงไม่รู้ว่าจะรายงานทำไม

ขณะที่ การเคลื่อนไหวราคาหุ้นธนาคารกรุงศรีอยุธยา บวก 2 บาท มาที่ 34.75 บาท หลังปรับขึ้นสูงสุดที่ 35.75 บาท ด้วยมูลค่าซื้อขายสูงสุดในตลาด สวนทางดัชนีหุ้นที่ปรับตัวลงแรงกว่า 36 จุด

สำนักข่าวรอยเตอร์อ้างแหล่งข่าวกล่าวว่า มิตซูบิชิ ยูเอฟเจ ไฟแนนเชียล กรุ๊ป กำลังอยู่ในขั้นตอนคืบหน้าในการเจรจาเพื่อซื้อหุ้น 51% หรือมากกว่าของธนาคารกรุงศรีอยุธยา ซึ่งเป็นธนาคารใหญ่อันดับ 5 ของไทย ในข้อตกลงมูลค่า 4.1 พันล้านดอลลาร์ หรือราว 127,100 ล้านบาทซึ่งจะถือเป็นการซื้อกิจการครั้งใหญ่ที่สุดของธนาคารญี่ปุ่นในเอเชีย

ด้านบล.ธนชาต ระบุในบทวิเคราะห์ หากการเข้าซื้อดังกล่าวประสบความสำเร็จ จะทำให้แรงกดกันต่อจีอีหมดไป ในขณะเดียวกันมิตซูบิชิ ยูเอฟเจ จะสามารถใช้ธนาคารกรุงศรีอยุธยาในการขยายการดำเนินงานในไทยได้ นอกจากนี้ยังเห็นความสามารถในการเข้าถึงเงินทุน ราคาถูก ซึ่งช่วยเพิ่มความได้เปรียบในการแข่งขันให้ธนาคารกรุงศรีอยุธยา

ก่อนหน้านี้มิตซูบิชิ ยูเอฟเจฯ ได้ทำการเจรจาเป็นเวลาหลายเดือนเพื่อซื้อหุ้นของเจเนอรัล อิเลคทริค ที่ถือครองในธนาคารกรุงศรีจำนวน 25% แต่กฎระเบียบของทางการไทยที่ห้ามธนาคารต่างชาติถือหุ้นในธนาคารไทยมากกว่า 1 แห่ง ก็ได้กลายเป็นอุปสรรคต่อมิตซูบิชิ เนื่องจากทางธนาคารมีการดำเนินงานอย่างกว้างขวางกับภาคเอกชนของญี่ปุ่นในประเทศไทย

แหล่งข่าวระบุว่า ในแผนการล่าสุดที่มีการหารือกันกับฝ่ายต่างๆนั้น มิตซูบิชิ จะทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ (เทนเดอร์ ออฟเฟอร์) เพื่อซื้อหุ้นธนาคารกรุงศรี อย่างน้อย 51% จากจีอี และฝ่ายต่างๆ โดยจะผนวกการดำเนินงานในประเทศไทยของมิตซูบิชิเข้ากับ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา