หุ้นไทยเช้าเปิดร่วง 11.01 จุด หลังนักลงทุนยังกังวลเฟดชะลอ QE โบรกฯคาดดัชนีแกว่งตัวในกรอบแคบ แนะชะลอลงทุน
นายเทิดศักดิ์ ทวีธีระธรรม ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.เอเชียพลัส กล่าวว่า แนวโน้มตลาดหุ้นวันนี้น่าจะผันผวน เคลื่อนไหวสลับทั้งแดนบวกและลบในกรอบแคบๆ ต่อเนื่องจากสัปดาห์ที่แล้ว และเชื่อว่าแรงขายของนักลงทุนต่างชาติจะลดลง
ปัจจัยที่ต้องติดตาม คือ สถานการณ์การเมืองในประเทศ ที่มีกลุ่มผู้คัดค้านหลายฝ่ายเตรียมออกมาชุมนุม ทั้งการชุมนุมของกลุ่มหน้ากากขาวเพื่อต่อต้านการทำงานของรัฐบาล และการชุมนุมของชาวนาทั่วประเทศ เพื่อคัดค้านการลดราคาจำนำข้าวของรัฐบาล ส่วนปัจจัยต่างประเทศ ได้แก่ แนวโน้มเศรษฐกิจจีนที่ผันผวนและยังมีทิศทางที่ชะลอตัว
กลยุทธ์การลงทุน แนะนำทยอยเก็บหุ้นเข้าพอร์ต 40% ของพอร์ต ส่วนนักลงทุนเก็งกำไรนั้น แนะนำให้ระมัดระวัง เนื่องจากตลาดมีความผันผวนสูง โดยประเมินแนวรับที่ 1,380 จุด และประเมินแนวต้านที่ 1,420 จุด
หุ้นเช้าเปิดร่วง11จุดแนะชะลอลงทุน
ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวดัชนีตลาดหลักทรัพย์ไทย พบว่า ทันทีที่เปิดการซื้อขายดัชนีปรับตัวลดลง 11.01 จุด สวนทิศทางดัชนีดาวโจนส์ปิดตลาดที่ระดับ 14,799.10 จุด เพิ่มขึ้น 41.08 จุด หรือ 0.28%หลังจากที่ถูกเทขายอย่างหนัก 2 วันติดต่อกัน จากความวิตกกังวลที่ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจชะลอโครงการซื้อพันธบัตรในช่วงปลายปีนี้
บทวิเคราะห์ บล. เมย์แบงก์กิมเอ็ง ระบุว่า ทิศทางตลาดหุ้นวันนี้ คาดว่าจะแกว่งตัวในกรอบแคบมากขึ้น ระหว่าง 1,380 – 1,420 จุด เพราะอาจเห็นแรงซื้อจาก prop trade – กองทุนภายในประเทศ เพื่อประคองราคาหุ้นหลัก จากการทำ Window dressing ในสัปดาห์นี้ แต่อย่างไรก็ตาม นักลงทุนยังไม่ควรประมาทกับแรงขายจากต่างชาติอีกเช่นกัน เนื่องจากความกังวลต่อการชะลอ QE ยังคงกดดันสินทรัพย์ทุกประเภท
กลยุทธ์การลงทุนวันนี้: หลังจากที่แนะนำให้ขายตัดขาดทุนไปบางส่วนแล้ว แนะนำให้นักลงทุนชะลอการลงทุน เพื่อประเมินทิศทางเงินทุนต่างชาติระยะหนึ่ง
ล่าสุดเมื่อเวลา 10.10น. ดัชนีอยอยู่ที่ 1,392.95 จุด ลดลง 7.55 จุด (0.54%) มูลค่าการซื้อขาย 4,772.31 ล้านบาท






