"มีเดีย แชนแนล"ปรับทัพช่องทีวีดาวเทียม รวมคอนเทนท์ช่อง"มีเดียบูม"เสริมผังละครเฟิร์สรัน ดันเรทติ้งขึ้นแชมป์ วางเป้ารายได้ปีนี้เพิ่ม"เท่าตัว"
นายนุติ เขมะโยธิน กรรมการผู้จัดการ บริษัท มีเดียซีน จำกัด ผู้บริหารทีวีดาวเทียม "มีเดีย แชนแนล" เปิดเผยว่าช่วงต้นปีได้ปรับธุรกิจทีวีดาวเทียมโดยยุบรวมช่อง"มีเดีย บูม" ช่องวาไรตี้ที่นำเสนอคอนเทนท์ ละคร ซีรี่ส์ ภาพยนตร์ มารวมกับช่อง "มีเดีย แชนแนล" ซึ่งเดิมเป็นช่องรายการรีรันละครจากช่อง 7 พร้อมปรับคอนเทนท์ใหม่เป็นช่องรายการวาไรตี้ เพื่อเสริมความแข็งแกร่งด้านคอนเทนท์ พร้อมผลิตละครออกอากาศครั้งแรก (first run) ในช่วงไพรม์ไทม์ปีละ 4 เรื่อง เพื่อขยายฐานผู้ชมช่องมีเดีย แชนแนลในปีนี้
"หลังจากปรับคอนเทนท์ช่องมีเดีย แชนแนลใหม่ พบมีกระแสความนิยมเรทติ้งช่องมาเป็นอันดับหนึ่ง ในกลุ่มช่องวาไรตี้ทีวีดาวเทียม" นายนุติ กล่าว
จากรายงานของ"นีลเส็น" ระบุว่าปัจจุบันครัวเรือนไทยทั่วประเทศจำนวน 22 ล้านครัวเรือน หรือ 64.6 ล้านคน แพลตฟอร์มเคเบิลทีวีและทีวีดาวเทียมเข้าถึงครัวเรือนไทย 64% แบ่งเป็นทรูวิชั่นส์ 2 ล้านราย ,เคเบิลท้องถิ่น 2.4 ล้านราย และจานรับสัญญาณดาวเทียม 7.5 ล้านราย และยังมีอัตราการเติบโตต่อเนื่องในปีนี้ ซึ่งถือเป็นโอกาสการขยายฐานผู้ชมช่อง "มีเดีย แชนแนล" ซึ่งเป็นช่องฟรีทูแอร์ ผ่านแพลตฟอร์มดังกล่าว
อย่างไรก็ตามจากแนวโน้มการเติบโตของฐานผู้ชมทีวีดาวเทียม อีกทั้งเรทติ้งผู้ชมช่องที่เพิ่มขึ้น ทำให้บริษัทมีโอกาสปรับขึ้นอัตราค่าโฆษณาช่องมีเดีย แชนแนลราว 10% ในช่วงต้นปี แต่ยังถือเป็นราคาโฆษณาค่อนข้างต่ำเฉลี่ยนาทีละ 5,000-10,000 บาท แต่เชื่อว่าหลังจากปรับคอนเทนท์ช่องใหม่ คาดว่าสิ้นปีนี้จะทำรายได้เพิ่มขึ้น "เท่าตัว" จาก 100 ล้านบาทในปีที่ผ่านมา เป็น 200 ล้านบาทในสิ้นปีนี้
นายนุติ กล่าวอีกว่ามีเดียซีน เป็นในเครือบริษัท มีเดีย สตูดิโอ จำกัด ซึ่งเป็นผู้บริหารทีวีดาวเทียมช่อง "มีเดีย นิวส์" ช่องรายการข่าว และเป็นบริษัทในเครือสถานีโทรทัศน์ช่อง7 โดยทั้งมีเดีย แชนแนล และมีเดียนิวส์ จะโฟกัสธุรกิจทีวีดาวเทียม เจาะตลาดแมสเป็นหลัก และไม่มีเป้าหมายเปลี่ยนที่จะนำทั้ง 2 ช่องไปออกอากาศในแพลตฟอร์ม "ทีวีดิจิทัล" หากช่อง7 เข้าร่วมและชนะประมูล โดยคาดว่าช่อง7 จะพัฒนาคอนเทนท์ช่องรายการใหม่มาออกอากาศในระบบทีวีดิจิทัลแทน
ทั้งนี้ การเกิดขึ้นของทีวีดิจิทัล โดยเฉพาะช่องบริการธุรกิจ 24 ช่องที่จะมีการประมูลในเดือนก.ย.นี้ ในช่วงแรกอาจจะยังไม่ส่งผลต่อฟรีทีวี อนาล็อกปัจจุบัน แต่หลังจากการส่งสัญญาณทีวีดิจิทัลครอบคลุมทั่วประเทศภายใน 4-5ปี อาจจะเข้ามามีบทบาทสำคัญและแบ่งเม็ดเงินโฆษณาจากฟรีทีวี ที่ปัจจุบันมีมูลค่ากว่า 6 หมื่นล้านบาทต่อปี
ปัจจุบันฟรีทีวี อนาล็อกยังเป็นสื่อที่เข้าถึงครัวเรือนไทยได้ทั่วประเทศ ทำให้สามารถกำหนดอัตราโฆษณาต่อนาทีได้ในราคาสูง แต่หลังจากมีทีวีดิจิทัล เชื่อว่าช่วงแรกช่องรายการใหม่จะกำหนดราคาค่าโฆษณาต่ำกว่าฟรีทีวี เนื่องจากการส่งสัญญาณยังไม่ครอบคลุมพื้นที่ และต้องรอครัวเรือนไทยติดตั้งอุปกรณ์กล่องรับสัญญาณ (set top box) หรือซื้อจอโทรทัศน์ที่มีเครื่องรับสัญญาณทีวีดิจิทัล แบบบิวท์อิน เมื่อมีฐานผู้ชมทีวีดิจิทัลเพิ่มขึ้น จะทำให้ราคาโฆษณาค่อยๆปรับขึ้น ขณะที่ช่องทีวีดาวเทียมจะมีราคาโฆษณาต่ำที่สุดเมื่อเทียบกับฟรีทีวี และทีวีดิจิทัล เนื่องจากมีช่องรายการจำนวนมากและเป็นช่องรายการเฉพาะกลุ่ม แต่เชื่อว่าช่องรายการทุกแพลตฟอร์มที่มีความโดดเด่นด้านคอนเทนท์ จะได้รับความสนใจจากผู้ลงโฆษณาและอยู่รอดได้









