นักวิชาการห่วงการเมืองครึ่งปีหลังเดือด! รัฐบาลเข็นพ.ร.บ.ปรองดอง-นิรโทษกรรม จนเกิดเหตุบานปลายสู่การรัฐประหาร กดดันศก.-ลงทุน 2 ล้านล้านล่าช้า
นายอนุสรณ์ ธรรมใจ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจเพื่อการปฏิรูป มหาวิทยาลัยรังสิต ประเมินเศรษฐกิจไทยครึ่งหลังปี 2556 ว่า จะขยายตัวลดลงเหลือ 4.5-5.5% จากเดิมประมาณการณ์ว่าจะขยายตัว 5.5-6.5% หรือลดลง 1% เพราะมีแรงกดดันจากปัญหาภายในประเทศและภายนอกประเทศ
"ทางศูนย์วิจัยฯ ให้น้ำหนักปัจจัยภายในประเทศเป็นสำคัญ อาทิ การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ร่าง พ.ร.บ.ปรองดองแห่งชาติ และร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ซึ่งเป็นเงื่อนไขที่จะนำไปสู่การเคลื่อนไหวทางการเมือง เกิดตุลาการภิวัฒน์ ทำให้เกิดการรัฐประหารที่ไม่เป็นไปตามแนวทางประชาธิปไตย โดยประเด็นการรัฐประหารมีโอกาสเกิดขึ้นมากกว่า 50% และเมื่อเกิดขึ้นจริงจะทำให้เกิดภาวะทศวรรษแห่งการถดถอยของเศรษฐกิจ ภาวะเงินทุนไหลออก การลงทุนขนาดใหญ่ของภาครัฐต้องชะลอออกไปไม่มีกำหนด ทั้งโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่ง 2 ล้านล้านบาท และโครงการบริหารจัดการน้ำ 3.5 แสนล้านบาท จนกระทบต่อการบริโภคในประเทศลดลง"
อย่างไรก็ตาม หากมีการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองและเป็นไปตามกรอบของประชาธิปไตยโดยไม่มีความรุนแรง จะมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยเพียง 0.5% เท่านั้น เพราะโครงการลงทุนต่าง ๆ จะสามารถเดินหน้าต่อไปได้ หลังจัดตั้งรัฐบาลใหม่เสร็จ
ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจเพื่อการปฏิรูป มหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวว่า ในส่วนปัจจัยภายนอกประเทศยังต้องจับตานโยบายของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในการทยอยลดมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (คิวอี) เพราะมาตรการดังกล่าวส่งผลกระทบต่อตลาดเงิน จากการที่นักลงทุนต่างชาตินำเงินต้นทุนต่ำมาเก็งกำไรในประเทศ และเริ่มขายทำกำไรเพื่อนำเงินกลับไปลงทุนในประเทศของตัวเอง แม้ว่าเศรษฐกิจไทยและผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยจะยังมีพื้นฐานและมีการเติบโตที่ดีก็ตาม






