วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

เปิดมติกขช.เสนอหั่นโครงการจำนำข้าว

เปิดมติกขช.เสอนหั่นโครงการรับจำนำข้าว ระบุสถานการณ์เปลี่ยน-เตรียมพร้อมรับเออีซี

การประชุมคณะรัฐมนตรีวานนี้ (19 พ.ย.) เห็นชอบตามที่นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เสนอเรื่องการปรับโครงการรับจำนำข้าวเปลือก ปีการผลิต 2555/56 ซึ่งเป็นผลจากการประชุมคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ ครั้งที่ 5/2556 มีรายละเอียดดังนี้

กระทรวงพาณิชย์ได้รายงานผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) ครั้งที่ 4/2556 เมื่อวันที่ 17 มิ.ย. 2556 ให้คณะรัฐมนตรีทราบ โดยที่ประชุมพิจารณาแนวทางการดำเนินโครงการรับจำนำข้าวเปลือก ปีการผลิต 2555/56 ซึ่งขณะนี้มีผลการรับจำนำสูงมาก ใกล้เคียงกับกรอบ ปริมาณ และวงเงินที่คณะรัฐมนตรีได้มีมติอนุมัติไว้ จำนวน 22 ล้านตัน และวงเงินจำนวน 345,000 ล้านบาท จึงได้เสนอที่จะปรับลดราคารับจำนำและจำกัดวงเงินรับจำนำของเกษตรกรแต่ละครัวเรือนให้ที่ประชุม กขช.พิจารณา

ข้อเท็จจริง

1. จากการดำเนินโครงการรับจำนำข้าวเปลือก ตั้งแต่ปีการผลิต 2554/55 จนถึงปัจจุบัน ทำให้เกษตรกรได้รับประโยชน์จากโครงการ โดยมีรายได้เพิ่มขึ้น และมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นระดับหนึ่ง

2. สำนักงานพัฒนาการเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติ ได้มีหนังสือกราบเรียนนายกรัฐมนตรีเกี่ยวกับแนวทางการบริหารจัดการโครงการรับจำนำข้าวเปลือก โดยเห็นว่าควรกำหนดราคารับจำนำให้สอดคล้องกับต้นทุนการผลิต และมีความยืดหยุ่นสอดคล้องกับภาวะราคาข้าวตลาดโลก โดยอาจคำนวณจากต้นทุนการผลิตข้าว บวกค่าขนส่ง และกำไรที่เหมาะสมของเกษตรกร

ทั้งนี้ ในระยะแรกควรพิจารณาจำกัดปริมาณรับจำนำข้าวเปลือกของเกษตรกรต่อครัวเรือน โดยไม่ให้ส่งผลกระทบต่อรายได้ของเกษตรกรรายย่อย และในระยะต่อไป ควรพิจารณากำหนดราคารับจำนำข้าวเปลือก ให้มีความยืดหยุ่น และสอดคล้องกับสถานการณ์ราคาข้าวตลาดโลก

3. กระทรวงการคลัง ได้ให้ข้อคิดเห็นในการประชุม กขช.ในวันที่ 18 มิ.ย. 2556 เห็นว่าการปรับราคารับจำนำลดลง เกษตรกรรับได้ จะสร้างโอกาส และสร้างเสถียรภาพให้เกิดแก่เกษตรกรชาวนา ประกอบกับวงเงินที่ใช้ในการรับจำนำ คณะรัฐมนตรี มีกำหนดกรอบวงเงินในวันที่ 31 ธ.ค. 2556 จำนวน 500,000 ล้านบาท

4. เพื่อให้ได้ข้อยุติในการปรับโครงการรับจำนำข้าวเปลือก ปีการผลิต 2555 /56 กขช.จึงได้มีมติเมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2556 สรุปได้ดังนี้

เพื่อให้การดำเนินการรับจำนำข้าวเปลือก ปีการผลิต 2555/56 สอดรับกับมติคณะรัฐมนตรีที่กำหนด ปริมาณการรับจำนำรวมไม่เกิน 22 ล้านต้าน และกรอบวงเงินที่ใช้ในการรับจำนำไม่เกิน 345,000 ล้านบาท และกำหนดวงเงินดำเนินการสิ้นสุด ณ วันที่ 31 ธ.ค.2556 ต้องไม่เกิน 500,000 ล้านบาท เป็นวงเงินกู้ 410,000 ล้านบาท และเงินทุนของ ธ.ก.ส.จำนวน 90,000 บาท

รวมทั้งรักษาวินัยทางการคลังตามข้อเสนอของกระทรวงการคลัง ประกอบกับเพื่อเป็นการเตรียมความพร้อม และสร้างความเข้มแข็งให้เกษตรกรให้มีความสามารถในการแข่งขันเพิ่มขึ้นรองรับการเปิดตลาดเออีซี และสถานการณ์ภาวะการค้าข้าวในตลาดโลกที่เปลี่ยนแปลงไป จึงจำเป็นต้องปรับราคารับจำนำ วงเงินรับจำนำของเกษตรกรแต่ละครัวเรือน รวมทั้งการกำกับดูแลโครงการรับจำนำข้าวเปลือก ปีการผลิต 2555/56 ดังต่อไปนี้

1.) เห็นชอบให้ปรับราคารับจำนำข้าวเปลือกเจ้า 100% โครงการรับจำนำข้าวเปลือกปีการผลิต 2555/56 ครั้งที่ 1 และครั้งที่ 2 จากราคาตันละ 15,000 บาท เป็นราคาตันละ 12,000 บาท และข้าวเปลือกชนิดอื่นๆ ปรับลด 20% จากราคาที่กำหนดไว้เดิม โดยราคาที่ปรับลดลงใกล้เคียงกับราคาต้นทุนเฉลี่ยของข้าวเปลือกเจ้านาปรังบวกค่าตอบแทนเกษตรกรประมาณ 40% ซึ่งเป็นเกณฑ์การช่วยเหลือที่สูงกว่ามาตรฐานการช่วยเหลือสินค้าเกษตรทั่วไป โดยกำหนดชนิด และราคาจำนำข้าวเปลือก ปีการผลิต 2555/56 ณ ความชื้นไม่เกิน 15% โดยมีระยะเวลาเริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 30 มิ.ย.56 จนถึงวันที่ 15 ก.ย.2556

ข้าวเปลือกเจ้า 100% ตันละ 12,000 บาท

ข้าวเปลือกเจ้า 5% ตันละ 11,840 บาท

ข้าวเปลือกเจ้า 10% ตันละ 11,680 บาท

เข้าเปลือกเจ้า15% ตันละ11,360 บาท

ข้าวเปลือกเจ้า 25% ตันละ 11,050 บาท

ข้าวเปลือกปทุมธานี 1 (42 กรัม) ตันละ 12,800 บาท

ข้าวเปลือกเหนียว 10% เมล็ดยาว (42 กรัม) ตันละ 12,800 บาท

ข้าวเปลือกเหนียว 10% เมล็ดสั้น (40 กรัม) ตันละ 12,000 บาท

ทั้งนี้ ข้าวเปลือกปทุมธานี 1 ให้ปรับเพิ่ม-ลดตามจำนวนกรัม ในอัตรากรัมละ 160 บาท และข้าวเปลือกเหนียวให้ปรับเพิ่ม-ลด ตามจำนวนกรัม โดยเมล็ดยาวในอัตรากรัมละ 130 บาท และเมล็ดสั้นในอัตรากรัมละ 120 บาท

2.) เห็นชอบให้จำกัดวงเงินรับจำนำข้าวของเกษตรกรแต่ละครัวเรือน จากเดิมที่ไม่จำกัดวงเงิน เป็นไม่เกินครัวเรือนละ 500,000 บาท โดยให้เริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 20 มิ.ย.2556 เป็นต้นไป

3.) มอบหมายให้กระทรวงเกษตร และสหกรณ์ กระทรวงการคลัง และกระทรวงพาณิชย์ ร่วมกันกำหนดมาตรการรองรับในการลดต้นทุนการผลิตข้าว และสนับสนุนให้เกษตรกรมีความเข้มแข็งรวมทั้งให้มีรายได้เพิ่มขึ้นอย่างยั่งยืน

4.) แนวทางกำกับดูแล

4.1 มอบหมายให้คณะทำงานตรวจสอบข้อเท็จจริง และข้อมูลปริมาณข้าวคงเหลือขององค์การคลังสินค้า และองค์กรตลาดเพื่อเกษตรกร ที่ กขช.แต่งตั้งขึ้น เร่งรัดตรวจสอบสต็อกข้าวทั้งของโรงสี และโกดังกลางที่เข้าร่วมโครงการรับจำนำข้าวเปลือกนาปี ปีการผลิต 2554/55 นาปรังปี 2555 และข้าวเปลือกปีการผลิต 2555/56 ณ วันที่ 31 พ.ค.2556 ตามข้อเสนอของคณะอนุกรรมการปิดบัญชีโครงการรับจำนำข้าวเปลือกตามนโยบายรัฐบาล โดยการตรวจสอบดังกล่าว ให้มีบริษัทตรวจสอบคุณภาพข้าวที่ไม่ได้เข้าโครงการรับจำนำข้าวทั้ง 3 โครงการดังกล่าว เข้าร่วมตรวจสอบด้วย กรณีตรวจสอบพบการทุจริตให้ดำเนินคดีทั้งทางแพ่ง และอาญาโดยเคร่งครัด

4.2 มอบหมายให้คณะอนุกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติระดับจังหวัด และธนาคารเพื่อการเกษตร และสหกรณ์การเกษตร ตรวจสอบใบประทวน ที่ยังไม่ได้จ่ายเงินให้แก่เกษตรกรอย่างรอบคอบรัดกุมว่าข้าวเปลือกที่เกษตรกรนำมาจำนำเป็นข้าวเปลือกของเกษตรกรที่นำเข้าเปลือกมาจำนำอย่างแท้จริง
4.3 มอบหมายให้องค์กรคลังสินค้า และองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร ออกใบประทวนให้แก่เกษตรกร โดยใช้รับจำนำ และเงื่อนไขในการรับจำนำที่ปรับใหม่ตั้งแต่วันที่ 30 มิ.ย.2556 เป็นต้นไป