จากเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าในยุคดิจิทัล ทำให้การสื่อสารผ่านสื่อบนจอประเภทต่างๆ เข้มข้นมากขึ้น และต่างมีกลยุทธ์ในการดึงดูดความสนใจผู้ชม
นักการตลาดจึงให้ความสำคัญกับการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วผ่าน จอต่างๆ จากการเสพคอนเทนท์ ในรูปแบบ “มัลติ สกรีน” มากขึ้น
มายด์แชร์ ประเทศไทย เอเยนซี่เครือข่ายด้านการตลาดและการสื่อสารครบวงจร จัดสัมมนา The Original Thinking Forum หัวข้อ The Fragmentation of Screens เพื่อให้ข้อมูลด้านสื่อสารการตลาดและเกาะติดเทรนด์การเปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์สื่อในประเทศไทย ที่ก้าวสู่ยุคสื่อยุคดิจิทัล และโทรทัศน์ระบบดิจิทัล (ทีวีดิจิทัล) ในปีนี้
นีลูฟาร์ ฟาว์เลอร์ กรรมการผู้จัดการ มายด์แชร์ กล่าวว่าอุตสาหกรรมสื่อมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา จากเทคโนโลยีในยุคดิจิทัล ส่งผลประเทศไทยกำลังก้าวสู่การพัฒนาแพลตฟอร์มใหม่ๆ จากการเติบโตของเคเบิล ทีวีดาวเทียม และการก้าวสู่ ทีวีดิจิทัล ในปีนี้ รวมทั้งการขยายตัวของประชากรอินเทอร์เน็ต ล้วนทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงต่อพฤติกรรมผู้บริโภค ในการเสพคอนเทนท์ ที่เป็นทั้งโอกาสและความท้าทายของอุตสาหกรรมสื่อและแบรนด์
“แบรนด์ที่จะคงความเป็นผู้นำ จะต้องปรับกลยุทธ์การสื่อสาร รองรับการเปลี่ยนแปลงของภูมิทัศน์สื่อใหม่ดังกล่าว เพื่อตอบสนองความต้องการผู้บริโภคผ่านทุกแพลตฟอร์มทันที ทำให้การสื่อสารแบรนด์กับกลุ่มเป้าหมายเกิดประสิทธิภาพสูงสุด” นีลูฟาร์ กล่าว
แพลตฟอร์มยุค“ฟรีทีวี-เพย์ทีวี”
เดียว วรตั้งตระกูล ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ แพลตฟอร์ม สแทรทิจี และ สปอนเซอชิพ บริษัท จีเอ็มเอ็ม แซท เทรดดิ้ง จำกัด กล่าวในหัวข้อ “การพัฒนาของแฟลตฟอร์ม เคเบิลและทีวีดาวเทียม ในประเทศไทย ความท้าทายใหม่และโอกาสสำหรับนักการตลาด” ว่า ตลอดช่วง 5 ปีที่ผ่านมา พฤติกรรมการรับชม “ช่องรายการโทรทัศน์” ของครัวเรือนไทย เปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน
ปัจจุบันแพลตฟอร์มการรับชมทีวีของ 22 ล้านครัวเรือนไทย แบ่งออกเป็น 3 ช่องทาง คือ จานรับสัญญาณดาวเทียม 11 ล้านครัวเรือน , เคเบิลทีวีท้องถิ่นและทรูวิชั่นส์ 6.2 ล้านครัวเรือน และ ทีวีอนาล็อก รับชมผ่านเสารับสัญญาณก้างปลา 4.8 ล้านครัวเรือน
ขณะที่การเกิดขึ้นของ “ทีวีดิจิทัล” ในประเทศไทยรวม 48 ช่อง ที่จะเริ่มจัดสรรในปีนี้ จะเข้าไปทดแทนแพลตฟอร์มทีวีอนาล็อก เป็นลำดับแรก ขณะที่แพลตฟอร์มจานดาวเทียม และเคเบิลทีวี สามารถรับชมช่องทีวีดิจิทัลได้เช่นกัน ผ่านประกาศหลักเกณฑ์ Must Carry Rule ที่กำหนดให้ทุกแพลตฟอร์มที่เป็นช่องทางสำคัญการรับชมทีวีของครัวเรือนไทย ต้องแพร่ภาพเป็นการทั่วไปในทุกแพลตฟอร์ม ซึ่งนับเป็นการสร้าง “มูลค่า” ในการประมูลทีวีดิจิทัล ประเภทธุรกิจ 24 ช่อง
ภายใต้แพลตฟอร์มโทรทัศน์ในปัจจุบัน ที่มีทั้งทีวีดาวเทียม 200 ช่อง เคเบิลทีวีกว่า 100 ช่อง ทีวีดิจิทัล 48 ช่อง และช่องรายการจากไอพีทีวี ที่กำลังขยายตัวจากการเติบโตในฝั่งบรอดแบนด์
จากการขยายตัวของแพลตฟอร์มใหม่ๆ ในปัจจุบัน ส่งผลให้ “เจ้าของ” คอนเทนท์ต่างประเทศ เห็นโอกาสเข้ามาทำตลาดในประเทศไทย นับจากปีนี้ถึงปีหน้า ที่จะมีคอนเทนท์ต่างประเทศ รายการดังๆ ทั้งกีฬา และบันเทิง ต้องเจรจาซื้อลิขสิทธิ์รอบใหม่ โดยมีแนวโน้มการปรับราคาค่าคอนเทนท์ในรอบนี้ “เท่าตัว” จากภาวะการแข่งขันในธุรกิจแพลตฟอร์มในประเทศไทย
แต่ในที่สุดแพลตฟอร์มการรับชมช่องรายการทีวี จะมีเพียง “ฟรีทีวี” และ “เพย์ทีวี” เท่านั้น
โดยช่องรายการที่ต้องการเข้าถึง ตลาดแมส และมีรายได้หลักจากโฆษณา จะอยู่บนแพลตฟอร์ม “ฟรีทีวี” ที่มีหลายช่องทางให้รับชม ทั้งจานดาวเทียมและเคเบิลทีวี ขณะที่ช่องรายการ ที่ต้องการเจาะผู้ชมเฉพาะกลุ่ม รวมทั้งช่องรายการต่างประเทศ จะเลือกอยู่บนแพลตฟอร์ม “เพย์ทีวี”
ไม่ว่าจะเป็นแพลตฟอร์ม “ฟรีทีวี” หรือ “เพย์ทีวี” ปัจจัยหลักที่ผู้บริโภคจะเลือกรับชม คือ “คอนเทนท์” ที่ตอบโจทย์ความสนใจของผู้ชมแต่ละกลุ่ม
“ฟรีทีวี”สื่อหลักตลาดไทย
ด้านมุมมอง “ทีวีดิจิทัล” ที่กำลังจะเกิดขึ้นในปีนี้ สุรินทร์ กฤตยพงศ์พันธุ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท บางกอกเอ็นเตอร์เทนเม้นต์ จำกัด ผู้บริหารสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 กล่าวว่าภายใต้ประกาศหลักเกณฑ์ Must Carry Rule ของ กสทช. ทำให้ฟรีทีวี อนาล็อก 6 ช่อง ยังคงแพร่ภาพอยู่ในทุกแพลตฟอร์มจนกว่าประเทศไทยจะประกาศยุติระบบอนาล็อก หรือสิ้นสุดสัมปทานช่อง 3 และช่อง7 อีกราว 7-10 ปีนับจากนี้
ดังนั้นแม้ จะมีทีวีดิจิทัล เพื่อขึ้นอีก 48 ช่อง และเป็นช่องธุรกิจ 24 ช่อง ในปีนี้ เชื่อว่าในช่วง 3-4 ปีจากนี้ “ฟรีทีวี อนาล็อก” จะไม่ได้รับผลกระทบทั้งจากฐานผู้ชม และเม็ดเงินโฆษณา เนื่องจากพฤติกรรมการรับชมคอนเทนท์ของผู้ชมไทย ให้ความสนใจคอนเทนท์ “ละคร” ซึ่งอยู่ในช่วงเวลาไพรม์ไทม์ ของฟรีทีวี อนาล็อกปัจจุบัน ระหว่าง 18.00-22.30 น. เชื่อว่าด้วยคอนเทนท์ ที่แข็งแกร่ง และแพลตฟอร์มที่ ฟรีทีวี อนาล็อก ยังแพร่ภาพได้ในทุกช่องทาง ทำให้ “ฟรีทีวี” ยังเป็นสื่อหลัก ที่มีฐานผู้ชมสูงกว่าทีวีรูปแบบอื่นๆ
“ผลวิจัยผู้ชมไทยแม้จะมีอัตราการดูทีวีจาก จอทีวี ลดลง แต่ที่จริงคือผู้ชมยังคงดู ฟรีทีวี แต่เปลี่ยนแฟลตฟอร์มการรับชม ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของแต่ละเพศวัย ทั้งการดูจากจอพีซี สมาร์ทโฟน แทบเล็ต กลุ่มที่เติบโตสูงคือการดูทีวี หรือละคร ย้อนหลังผ่านยูทูบ ซึ่งแสดงให้เห็นว่า คอนเทนท์ คือสิ่งที่ผู้ชมเลือก แตกต่างที่แพลตฟอร์มการรับชมเท่านั้น" สุรินทร์ กล่าว
ภายใต้แผนการก้าวสู่ "ทีวีดิจิทัล" ช่อง 3 ได้เตรียมแผนที่จะประมูลทีวีดิจิทัล 2 ช่อง คือ เอชดี และ วาไรตี้ SD โดยจะเป็นการพัฒนาคอนเทนท์ขึ้นใหม่ โดยไม่นำ ช่อง3 ทั้งช่องเปลี่ยนแฟลตฟอร์มไปออกอากาศในทีวีดิจิทัล
"ทีวีดิจิทัล ถือเป็นแพลตฟอร์มหนึ่งในการรับชม เชื่อว่าฟรีทีวี อนาล็อก ยังคงสามารถรับชมได้ผ่านทุกช่องทาง และยังเป็นตัวเลือกในการรับชมทีวี ของคนไทย จากคอนเทนท์ที่แข็งแกร่ง ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมสื่อในยุคนี้"









