วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

SMS เสียงสวรรค์ของคุณยาย

SMS Alert บริการแจ้งเจ้าของบัญชีทุกครั้งที่มีการโอนเงินเข้าหรือถอนออก ประโยชน์ของเทคโนโลยีให้บริการที่ไม่จำกัดเพศและวัย

ปัจจุบันเทคโนโลยีเจริญก้าวหน้ามากเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเราไปแล้ว เช่น โทรศัพท์มือถือ คิดว่าทุกท่านคงเคยมีประสบการณ์ออกจากบ้านแล้วลืมโทรศัพท์มือถือ เป็นไงล่ะ ทำงานไม่รู้เรื่องทั้งวัน หงุดหงิด เหมือนขาดอะไรไปอย่างหนึ่ง กังวลกลัวลูกค้าจะติดต่อมา เจ้านายจะโทรหา (ข้อนี้น่าจะเป็นเรื่องดี) หรือขาดการติดต่อกับเพื่อนในไลน์และที่สำคัญที่สุดแฟนโทรมาแล้วไม่รับสาย โอพระเจ้า! แบบนี้ยอมลงทุนกลับไปเอามาดีกว่า สมาร์ทโฟนปัจจุบันนี้ทำได้มากกว่ารับเข้า-โทรออก แต่สามารถท่องเน็ตค้นหาข้อมูล ใช้โปรแกรม Social Media ต่างๆ ในการติดต่อสื่อสาร หรือแม้แต่ทำธุรกรรมทางการเงิน ฯลฯ

พูดถึงเรื่องนี้อยากเล่าเรื่องจริงของคุณยายท่านหนึ่งให้ฟัง ที่สาขาธนาคารแห่งหนึ่ง ในช่วงประมาณ 10 โมงเศษ คุณยายคนหนึ่งก้าวเข้ามาในสาขาด้วยสภาพที่ไม่คล่องแคล่วมากนักด้วยวัยที่เลย 60 ปีแล้ว เธอตรงไปที่โต๊ะเขียนสลิปก้มหน้าก้มตาค้นหาสลิปที่จะถอนเงินและเมื่อได้สลิปแล้วเธอก็ตั้งใจเขียนด้วยมืออันสั่นเทาเพราะความชราและสายตาที่ฝ้าฟาง พนักงานหญิงท่านหนึ่งเข้าไปให้บริการกับคุณยายโดยอาสาเขียนรายละเอียดให้คุณยาย ในขณะนั้นก็ได้ถือโอกาสพูดคุยสอบถามบ้านช่องคุณยาย ทราบว่าบ้านอยู่ไกลมาก มีรถโดยสารวันละเที่ยว หากผิดเวลาก็เป็นอันว่าต้องเดินกลับ พนักงานสอบถามได้ความว่าคุณยายอยู่คนเดียวมีลูกหนึ่งคนทำงานอยู่ที่ต่างจังหวัดไม่ค่อยไปมาหาสู่เท่าไร?

คุณยายมาธนาคารทุกครั้งเพื่อเอาสมุดมาเช็คว่ามีเงินโอนเข้าบัญชีบ้างหรือไม่ เงินที่จะเข้าบัญชีให้คุณยายมีสองเส้นทางคือ จากลูก ซึ่งไม่แน่ไม่นอน มาๆ หายๆ ส่วนอีกด้านหนึ่ง คือ เบี้ยคนชราจากรัฐบาลเดือนละ 500 บาท ที่เลี้ยงชีวิตคุณยายอยู่ทุกวันนี้ คาดเดาว่าคุณยายคงปลูกผักปลูกหญ้าที่บ้านด้วย เมื่อพนักงานถามว่าถ้าคุณยายเกิดเจ็บป่วยใครจะดูแล คุณยายตอบด้วยสีหน้าและแววตาที่เข้มแข็งพร้อมสู้ "อ๋อยายมีเพื่อนบ้านที่เรียกเขาได้" พนักงานถามต่อว่าบ้านคุณยายกับเพื่อนบ้านห่างกันเท่าไร? คุณยายตอบอย่างอารมณ์ดี "เกือบ 3 กม." ไม่มีคำบ่นสักคำออกจากปากคุณยาย พนักงานด้วยความเห็นใจคุณยายจึงเสนอบริการ SMS Alert เพื่อคุณยายจะได้ทราบเวลามีเงินโอนมาเข้าบัญชีไม่ต้องมาให้เสียเที่ยว

ซึ่งตลอดเวลาคุณยายฟังด้วยความสนใจและใบหน้ามีรอยยิ้ม และพนักงานได้อธิบายเพิ่มเติมว่าช่วงนี้ธนาคารให้ใช้ฟรี 2 เดือนหลังจากนั้นขอคิดค่าบริการเดือนละ 10 บาท จะส่งข้อความผ่านมือถือทุกครั้งที่มีการโอนเงินเข้าหรือถอนออกตั้งแต่ 500 บาทขึ้นไป คุณยายสบตาและยิ้มให้กับพนักงานพร้อมพูดว่า "ไม่เป็นไรเก็บตอนนี้เลยก็ได้" ท่าทางคุณยายมีความสุขมากที่คราวนี้เมื่อได้ยินเสียง SMS แสดงว่ามีเงินเข้าบัญชี คุณยายสามารถออกมาถอนเงินได้โดยไม่ต้องเดาว่ามีเงินมาหรือยัง นี่คือประโยชน์ของเทคโนโลยีที่ให้บริการได้ทุกรุ่นทุกวัยไม่จำกัดเพศ

เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า เมื่ออยู่ในวัยทำงานมีรายได้ต้องหมั่นเก็บออมเพื่อชีวิตบั้นปลายที่สุขสมบูรณ์ตามสมควร ไม่ต้องลำบากเช่นคุณยายผู้นี้ ที่ต้องรอคอยการกลับมาเยี่ยมเยียนของลูก และ รอเงินที่ลูกอาจจะโอนมาให้บ้างเป็นครั้งคราว โชคดีมีเบี้ยคนชราที่พอบรรเทาความเดือดร้อนให้คุณยายได้บ้างแต่ก็น้อยมาก คุณยายคงทำใจได้กับชีวิตต้องสู้และทำใจให้สนุกเป็นสุขกับชีวิตแต่ถึงอย่างไรชีวิตก็คงไม่สบาย ยังคิดไม่ออกว่าถ้าคุณยายเจ็บไข้ไม่สบายจะทำอย่างไร?

ยังมีเรื่องจริงอีกหลายเรื่องที่เกิดจากความประมาทในการใช้ชีวิตในช่วงวัยทำงาน โดยลืมตระเตรียมเงินสำหรับอนาคตข้างหน้าในช่วงวัยที่ไม่สามารถหารายได้ได้อีก อาจหวังพึ่งพาลูกหลานหรือญาติพี่น้อง ซึ่งแต่ละคนก็จะมีภาระของตนเองอีกมากมาย เพราะทุกคนต้องมีครอบครัวมีลูกหลานที่ต้องรับผิดชอบ เพราะฉะนั้นเตรียมไว้เองดีกว่า คิดง่ายๆ ถ้าเราจะอยู่อีก 20 ปี หลังเกษียณแค่กินข้าว 3 มื้อๆ ละ 100 บาทวันละ 3 มื้อ ต้องเก็บเงินถึง 2,190,000 บาท จึงจะได้กินข้าวครบ 3 มื้อ…ท่านมีเงินกินข้าวครบ 3 มื้อหรือยัง ถ้ายังต้องเก็บเดือนละเท่าไร? จึงจะได้กินข้าวครบ 3 มื้อ