iTaste โปรแกรมสร้างผู้นำแห่งอนาคต

โปรแกรมนี้จะใช้เวลาส่วนใหญ่ถึง 70 เปอร์เซ็นต์ เพื่อให้น้องๆ มีโอกาสสัมผัสประสบการณ์ชีวิตการทำงานจริง
อนาคตของบริษัทของคุณอยู่ในกำมือใคร ? สำหรับคำถามนี้ แคดเบอรี อาดัมส์ (ประเทศไทย) บอกว่าคงหนีไม่พ้นคนเจนวาย และนั่นจึงเป็นจุดเริ่มต้นของ The iTaste Program ซึ่งมีวัตถุประสงค์ "ดึงดูด" น้องๆ ที่เพิ่งจบจากรั้วมหาวิทยาลัยแบบใหม่ ๆ หมาด ๆ
"เป็นน้องๆ ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยศักยภาพ และพร้อมจะก้าวเข้ามาเติบโตไปกับองค์กรของเรา" ไฉไล หงส์ลดารมภ์ ผู้อำนวยการฝ่ายบุคคล บริษัท แคดเบอรี อาดัมส์ (ประเทศไทย) จำกัด อธิบายถึงคุณลักษณะของน้องๆ ที่มีสิทธิเข้าร่วมโครงการ
แคดเบอรี อาดัมส์ (ประเทศไทย) เป็นส่วนหนึ่งของมอนเดลีซ อินเตอร์เนชั่นแนล (ชื่อเดิม คราฟท์ ฟูดส์ อิงค์) เจ้าของแบรนด์ขนมขบเขี้ยว อาทิ คุ้กกี้โอรีโอ บิสกิตเบลวีต้า แครกเกอร์ริทซ์ หมากฝรั่งไทรเดนท์ เดนทีน และสไตรด์ ลูกอมฮอลล์ กาแฟจาคอบ และเครื่องดื่มแทง
มอนเดลีซ อินเตอร์เนชั่นแนล มีพนักงานกว่า 100,000 คน (มีจำนวนพนักงานราว 1,200 คนในประเทศไทย ) และมีสาขาอยู่ใน 165 ประเทศทั่วโลก
แม้ขึ้นชื่อเป็นบริษัทชั้นนำระดับโลก แต่ตระหนักถึงการเตรียมความพร้อมในเรื่องคนเก่งอยู่เสมอและอย่างต่อเนื่อง
ไฉไล บอกว่า iTaste Program เริ่มต้นขึ้นเมื่อปี 2006 แต่ปรับเพื่อให้เป็นโปรแกรมสำหรับคนเจนวายอย่างแท้จริงในปี 2011
"เราทำการสำรวจหาความต้องการของเจนวายเพื่อดีไซน์ iTaste Program ให้ตอบโจทย์ Young Talent อย่างพวกเขา ซึ่งมีลักษณะเฉพาะตัว ที่ใจร้อน ชอบอะไรที่รวดเร็ว ต้องการตัดสินใจด้วยตัวเอง"
ปัจจุบัน แคดเบอรี อาดัมส์ (ประเทศไทย) มีความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ(เอแบค) สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง มหาวิทยาลัยขอนแก่น และมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในการค้นหาน้องๆ เข้าร่วมโปรแกรมในหลากหลายสาขา เช่น วิศวะอุตสาหการ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีทางอาหาร บริหารธุรกิจ และบัญชีการเงิน ไม่เพียงแค่นั้นยังเปิดกว้างสำหรับผู้ที่เรียนจบจากสถาบันต่างประเทศด้วย
โดยกระบวนการเริ่มต้นจากการให้น้องๆ เขียนเรียงความเพื่ออธิบายตัวตนมาว่า ความสามารถ ความมุ่งมั่นที่จะประสบความสำเร็จในชีวิต ความฝันและแรงบันดาลใจของเขานั้นเป็นเช่นไร แล้วทาง แคดเบอรี อาดัมส์ (ประเทศไทย) จะนำมาคัดกรองเพื่อหาคนที่มีแววว่าจะสามารถเรียนรู้และพัฒนาได้อย่างรวดเร็ว
"เราคัดเลือกน้องๆ แบบเข้มข้น" ไฉไลให้เหตุผลว่า ทั้งนี้ก็เพื่อให้เชื่อมโยงกับคำว่า iTaste ที่เมื่อขยายความก็จะเกิดเป็นประโยคที่ว่า 'I take a step towards excellence!'
ซึ่งหมายถึงตัวนักศึกษา (หรือ I) ต้องพร้อมจะรับผิดชอบการเติบโตในหน้าที่การงานของตัวเอง โดยเข้ามาเรียนรู้ และพัฒนาพัฒนาตัวเองจาก iTaste Program ที่แคดเบอรี อาดัมส์ (ประเทศไทย)ได้ตระเตรียมไว้ให้
สูตรสำเร็จของ iTaste Program ก็คือ 10-70-20
ฟังดูคล้ายสูตรปุ๋ยที่ช่วยเร่งการเติบโตของพืช อย่างไรก็ดี สูตรดังกล่าวมีความหมายว่า ภายหลังการคัดเลือกน้องๆ จะต้องเข้าโปรแกรมการพัฒนาที่ใช้เวลา 10 เปอร์เซ็นต์สำหรับการเทรนนิ่ง ถามว่าน้องๆ จะต้องเรียนรู้เรื่องอะไร คำตอบก็คือแล้วแต่สายงานที่น้องๆ ต้องการจะมุ่งไป เช่น ถ้าเป็นสายงานการตลาดก็จะสอนในเรื่องของความต้องการของผู้บริโภค หรือหากเป็นน้องๆ วิศวะที่ต้องไปคุมงานในโรงงานผลิตก็เป็นการสอนในเรื่องของ Six Sigma และ Lean เป็นต้น รวมถึงความรู้ในเรื่องอื่นๆ ที่มีความสำคัญ อย่างเช่น ภาวะผู้นำ
จึงเป็นโปรแกรมที่ช่วยพัฒนาความสามารถของน้องๆ ทั้งในเชิงลึกและเชิงกว้าง ซึ่งเรียกว่า T-Shape Capability
อย่างไรก็ดี iTaste Program จะใช้เวลาส่วนใหญ่ถึง 70 เปอร์เซ็นต์ เพื่อให้น้องๆ มีโอกาสสัมผัสประสบการณ์ชีวิตการทำงานจริงๆ
"เราจะให้โจทย์ที่เกิดขึ้นจริง เช่น จะทำให้สินค้าของเราเติบโตและชนะคู่แข่งในช่องทางซูเปอร์มาร์เก็ตได้อย่างไร เพื่อให้พวกน้องๆ ไปหาข้อมูล นำมาคิด วิเคราะห์และหาทางแก้ไข และนำมาพรีเซนต์ให้เราฟัง"
อีกความโดดเด่นของโปรแกรมนี้ซึ่งมีระยะเวลา 1 ปีเต็มก็คือ ในทุกช่วงเวลาที่เด็กๆ ได้เข้ามาพัฒนาตัวเอง จะมีผู้บริหารของ แคดเบอรี อาดัมส์ (ประเทศไทย) มาทำหน้าที่โค้ช และเป็นพี่เลี้ยงอย่างใกล้ชิด
" ถ้าเราต้องการพัฒนา Talent เพื่อองค์กรในอนาคต และเพื่อเป้าหมายการเติบโตที่ไม่ธรรมดาของเรา นั่นคือ Double-digit ในทุก ๆ ปี ดังนั้นโค้ชและพี่เลี้ยงจึงต้องทุ่มเทอย่างเต็มที่ เพราะน้องๆ ก็คือ Future Leader ของเรา"
เรื่องนี้ช่วยทำให้เกิดผลลัพธ์ที่เป็น win-win เพราะเด็กๆ ก็ได้รับการชี้แนะจากผู้รู้จริงในสนาม ขณะที่ทางฝั่งบริษัทเองก็ได้เช่นกัน เนื่องจากจะมองเห็นถึงความเฉียบคมของเด็กๆ แต่ละคนอย่างแท้จริง
นอกจากการคัดเลือก และนำน้องๆ มาพัฒนาอย่างเข้มข้นแล้ว โปรแกรม iTaste ยังมีโควต้าให้พวกเขาได้มีโอกาสไปศึกษาเรียนรู้ถึงแง่มุมการทำงานในระดับอินเตอร์ ยังแคดเบอรี อาดัมส์สาขาต่างๆ ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค อีกด้วย
อย่างไรก็ดี การบริหารจัดการเจนวายนั้น ไฉไลยอมรับว่าไม่ง่ายเลย
"พี่คะ มันยังไม่ท้าทาย ยังไม่พัฒนาศักยภาพหนูเท่าที่ควร" นี่คือตัวอย่างของประโยคที่เธอได้ยินได้ฟังจากเด็กๆ อยู่บ่อยๆ
"ทั้ง ๆ ที่เราก็คิดว่าโปรแกรมมีความท้าทายให้พวกเขาเต็มที่แล้ว"
ดังนั้นในระหว่างทางเลยมีการปรับโปรแกรมให้เข้ากับความต้องการของน้อง ๆ เรียกได้ว่าเป็นการเพิ่มความท้าทายแบบ "จัดเต็ม"
"การที่พวกเขาต้องการพัฒนาตัวเอง และท้าทายตัวเองอย่างมาก เป็นลักษณะคนที่เราต้องการ" ไฉไลกล่าว
คนที่จะช่วยสร้างอนาคตให้ แคดเบอรี อาดัมส์ (ประเทศไทย) ได้..ต้องเป็นแบบนี้
-----------------------------
ค่านิยม 7 ข้อ
เมื่อน้อง ๆ ผ่านโครงการ The iTaste Program และเข้ามาร่วมเป็นส่วนหนึ่งขององค์กร ที่สุดพวกเขาต้องปรับจูนดีเอ็นเอ ให้กลายเป็นคนของแคดเบอรี อาดัมส์ ภายใต้กรอบค่านิยม 7 ข้อ ได้แก่ 1. Inspire Trust 2. Act like owners 3. Tell it like it is 4. Be open and inclusive5. Lead from the head and the heart 6. Discuss, Decide, Deliver และ 7. Keep it simple







