ภาวะ Risk Off ในภูมิภาคยังกดดัน ดีดกลับไปยืน 1,460 จุดไม่ได้ เป้าสั้นยัง 1,400 จุด
SET View
- ประเด็นหลักวันนี้ จากการประเมินค่า Correlation Coefficient ของตลาดในกลุ่ม TIPs เมื่อเทียบกับดัชนี MSCI Asia ex Japan (ไทย 0.76 เท่า, อินโดฯ 0.68 เท่า และฟิลิปปินส์ 0.69 เท่า) พบว่าการปรับตัวลงมาในช่วง 20 พ.ค.-11 มิ.ย.2556 ของตลาดหุ้นไทย, อินโดฯ และฟิลิปปินส์ราว 12.7%, 12.6% และ 9.9% เมื่อเทียบกับ MSCI Asia ex Japan ที่ปรับตัวลง 7.5% สะท้อนให้เห็นว่าการปรับตัวลงมาของทั้ง 3 ตลาด เป็นผลกระทบจากปัจจัยเฉพาะตัวมากกว่าการปรับตัวลงตามภูมิภาค ซึ่งการที่ค่าเงินของไทย, อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์อ่อนค่าลง 3.7%, 1.0% และ 4.4% ในช่วงดังกล่าว เทียบกับการที่ดัชนี JP Morgan Asia Dollar Index ที่อ่อนค่าลง 1.1% สะท้อนให้เห็นว่าทิศทางค่าเงินอ่อนค่า และการไหลออกของเงินทุนเป็นปัจจัยกดดันสำคัญให้เกิดแรงขายออกมาในทั้ง 3 ตลาดในกลุ่ม TIPs ดังนั้นตราบใดที่ค่าเงินบาทยังคงไม่กลับมาแข็งค่าต่ำกว่า 30.50 บาท/ ดอลลาร์ แรงขายสุทธิของต่างชาติจะกดดันการดีดตัวขึ้นของ SET ต่อไป
- ล่าสุดยอดซื้อ/ขายสะสม 12 เดือน (252 วัน) ของนักลงทุนต่างชาติในส่วนของตลาดหุ้นอยู่ที่ -4.6 หมื่นล้านบาท ซึ่งเราประเมินว่าในเบื้องต้นกรณีดีที่สุดมีโอกาสที่นักลงทุนต่างชาติจะขายสุทธิออกมาอีก 4.0 หมื่นล้านบาท เพื่อให้ยอดซื้อ/ขายสะสม 12 เดือนขยับลงมาอยู่ที่ระดับค่าเฉลี่ย 5 ปี -1SD ที่ -8.6 หมื่นล้านบาท (แต่ในกรณีเลวร้ายอาจขายสุทธิออกมาได้อีกถึง 9.0 หมื่นล้านบาท) ดังนั้นในระยะสั้นแม้ว่าจะมีโอกาสดีดตัวขึ้นจากบริเวณ 1,430 (+/-10) จุด แต่ตราบใดที่ SET ยังคงกลับมายืนเหนือ 1,460 จุดไม่ได้ SET ยังคงอยู่ในแนวโน้มพักตัว โดยมีเป้าหมายระยะ 1 สัปดาห์ที่ 1,400 จุด
- กลยุทธ์การลงทุน : การลงทุนระยะกลาง (1-2 เดือน) และระยะสั้น (1-2 สัปดาห์) ตราบใดที่ SET ยังไม่สามารถกลับไปยืนเหนือ 1,460 จุดได้ เน้น “ถือเงินสด” ไปก่อน เพื่อรอสัญญาณการซื้อกลับจากเราอีกครั้ง ในหุ้น BEC, MAJOR, MFEC, LH, SPALI, SIRI, PTTEP, EGCO และ BCP อย่างไรก็ดีกรณี SET กลับไปปิดเหนือ1,480 จุดอีกครั้งแนะนำ “ซื้อกลับทั้งหมด”









