กำไร 1Q56 ออกมาตามคาดส่วนกำไรทั้งปีคาดเติบโต 14%Yoy
ประเด็นสำคัญในการลงทุน :
กำไร 1Q56 ดีตามคาดโดยเติบโต 78% จากฐานที่ต่ำใน 1Q55 แต่ลดลง 73%QoQ : ในช่วง 1Q56 มีรายได้ 2 พันล้านบาทมาจากโครงการแนวราบเป็นหลักซึ่งคิดเป็น 69% ของรายได้ ส่วนที่เหลืออีก 31% มาจากการโอนคอนโดมิเนียมต่อเนื่องจากช่วง 4Q55 ที่ทำสถิติสูงสุด อัตรากำไรขั้นต้นที่ 43.8% ใกล้เคียงกับทั้งปี 55 ซึ่งถือว่าดีมากและสูงที่สุดในหุ้นกลุ่มที่อยู่อาศัย ประกอบกับอัตราภาษีเงินได้ที่ลดลงจาก 24% เหลือ 20% ส่งผลให้กำไรสุทธิ 1Q56 ออกมาใกล้เคียงตามคาดที่ 471 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 78%YoY แต่ลดลง 73%QoQ โดยคิดเป็น 15% ของประมาณการทั้งปีที่ 3.1 พันล้านบาทซึ่งเติบโตราว 14%จากปี 55 แต่เรายังคงประมาณการตามเดิมแม้ว่าในช่วง 2Q56 มีแนวโน้มลดลง แต่เนื่องจากมีกำหนดโอนคอนโดมิเนียมรวม 3 โครงการ ในช่วงไตรมาสสุดท้ายซึ่งทำให้กำไรมีแนวโน้มสูงสุดในปีนี้ ปัจจุบันมียอดขายรอโอน (backlog) 3.5 หมื่นล้านบาทซึ่งมีกำหนดโอนในช่วง 9 เดือนที่เหลือของปี 56 จำนวน 8,760 ล้านบาท backlog ส่วนที่เหลืออีก 2.6 หมื่นล้านบาทจะทยอยโอนจนถึงปี 59
ยอดขาย presale ไตรมาสแรกยังไม่โดดเด่นเพราะไม่ได้เปิดขายคอนโดมิเนียม : ในช่วงไตรมาสแรกมียอดขาย presale 4.3 พันล้านบาทแบ่งเป็นโครงการแนวราบ 2.1 พันล้านบาทและคอนโดมิเนียม 2.2 พันล้านบาทต่ำกว่า 1Q55 ที่เปิดขายคอนโดมิเนียม “เวลลิงตัน” ซึ่งเป็นโครงการขนาดใหญ่ย่านถ.รัชดาฯ โดยทำได้ 17% ของเป้าที่ผู้บริหารตั้งไว้ทั้งปีที่ 2.6 หมื่นล้านบาท แม้จะดูว่าทำได้น้อยแต่ยังไม่น่าเป็นห่วงเนื่องจากมีการเปิดขายโครงการใหม่เพียง 3 โครงการมูลค่า 11% ของโครงการทั้งหมด 21 โครงการมูลค่ารวม 2.5 หมื่นล้านบาทที่จะเปิดในปีนี้โดยโครงการใหม่ส่วนใหญ่จะเปิดขายในช่วงครึ่งหลังของปี
คงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเหมาะสม 25.30 บาท : ปัจจัยพื้นฐานของ SPALI ที่แข็งแกร่งจากความสามารถในการรักษาระดับอัตรากำไรขั้นต้นสูงที่สุดในกลุ่ม และคาดจะเห็นการเติบโตของผลประกอบการที่โดดเด่นในปี 57 ซึ่งมีกำหนดโอนคอนโดมิเนียมหลายโครงการและมี backlog แล้วกว่า 1.2 หมื่นล้านบาท ราคาเหมาะสมซึ่งคำนวณจาก Prospect PER 14 เท่าอยู่ที่ 25.30 บาทยังสูงกว่าราคาปิดล่าสุด ราคาหุ้นที่ปรับลดลงตามภาวะตลาดทำให้อัตราผลตอบแทนเงินปันผลปี 56 อยู่ที่ 5% ทำให้เรายังคงคำแนะนำ “ซื้อ” สำหรับลงทุนระยะยาว






