การควบรวมกิจการเพิ่มมูลค่าและโอกาสเติบโต ขณะที่ราคาหุ้น Laggard
ประเด็นข่าว
- วันนี้ที่ประชุมผู้ถือหุ้นฯ จะลงมติเรื่องการเข้าซื้อหุ้นของ MAKRO ทั้งทางตรงและทางอ้อมสัดส่วน 64.35% ของจำนวนหุ้นชำระแล้ว ราคาหุ้นละ 787 บาท โดยต้องได้รับเสียงสนับสนุนไม่น้อยกว่า 75% ของจำนวนของผู้มีสิทธิออกเสียงที่มาประชุม และไม่นับส่วนของผู้ถือหุ้นที่มีส่วนได้เสียพิเศษ
- กรณีผู้ถือหุ้นมีมติเห็นชอบและมีเสียงสนับสนุนตามเงื่อนไข ขั้นตอนต่อไป CPALL จะเดินหน้าทำคำเสนอซื้อหุ้น MAKRO ช่วงเดือน ก.ค.-ส.ค. และเสร็จสมบูรณ์ราวปลายเดือน ส.ค.นี้
ผลกระทบ
- เชื่อว่าได้ประโยชน์จากการควบรวม เรามีมุมมองบวกต่อการควบรวมกิจการจะเสริมความแข็งแกร่งจากการใช้ ประโยชน์ร่วมกันของระบบกระจายสินค้า รวมทั้งเพิ่มอำนาจต่อรองกับ Supplier และโอกาสเติบโตผ่านการขยายสาขาต่างประเทศ คาดว่า Synergy จากการควบรวมจะหนุนกำไรสุทธิ 3 ปีข้างหน้าของ CPALL เติบโตต่อปี 24% (CAGR ปี 2556-2558)
- หุ้น Laggard กว่ากลุ่ม ราคาหุ้น CPALL ปรับลงมากกว่ากลุ่มค้าปลีกราว 8% นับจากวันที่ประกาศซื้อกิจการ MAKRO ขณะที่ปัจจุบันหุ้นซื้อขายที่ PE ปี 2556 ที่ 28 เท่า มีส่วนลดจาก PE ปี 56 เฉลี่ย 28.3 เท่า ของ 6 บริษัทกลุ่มค้าปลีกใน SET 100 และต่ำสุดเป็นอันดับ 2 รองจาก BIC G เรามองว่าเกิดจากความกังวลภาระหนี้ที่เพิ่มขึ้นเนื่องจาก CPALL ต้องอาศัยเงินกู้ราว 90% ของมูลค้าเงินลงทุนหรือประมาณ 1.7 แสนล้านบาท ทำให้คาดว่าปีนี้ CPALL จะมี Net Debt / EBITDA เพิ่มเป็น 6.5 เท่า จากเดิมที่เป็น Net Cash อย่างไรก็ตาม เราคาดว่า Net Debt / EBITDA มีแนวโน้มลดลงเหลือ 3.1 เท่าในปี 2558
- มีมุมมอง “บวก” ต่อแนวโน้ม 2Q56 เบื้องต้นเราคาดว่า CPALL จะมีกำไรสุทธิ 2Q56 เติบโต YoY และ QoQ จากการขยายสาขาเพิ่ม 100-150 สาขา ประกอบกับคาดว่าร้านเซเว่นฯ จะรักษาระดับ Gross margin ดีต่อเนื่องจาก 1Q56 จากการเติบโตของยอดขายสินค้ากลุ่ม RTE









