วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ธปท.ผวาเหตุไม่คาดฝันดันหนี้สาธารณะพุ่ง

แบงก์ชาติหวั่นเหตุไม่คาดฝัน ดันหนี้สาธารณะพุ่ง แนะรัฐบาลรอบคอบในการเก็บภาระหนี้แฝง

นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2557 ว่า เท่าที่ ธปท. คำนวณระดับหนี้ต่อจีดีพี ในระยะปานกลางหลังจากที่มีการใช้ พ.ร.บ.เงินกู้ 2 ล้านล้านบาท และ พ.ร.ก.บริหารจัดการน้ำ 3.5 แสนล้านบาทแล้ว พบว่าในระยะปานกลางระดับรายได้ของรัฐน่าจะรองรับได้ ไม่น่ามีประเด็นปัญหามากนัก เพียแต่ต้องระวังเหตุที่ไม่คาดคิดด้วยเช่นกัน

"ถ้าใช้สมมติฐานการเติบโตของจีดีพีที่ 4.5% ตลอดเวลา 7 ปีที่มีการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานจำนวน 2 ล้านล้านบาทแล้ว พบว่าหนี้สาธารณะจะตกที่ 50% ต่อจีดีพี แต่ถ้าสมมติฐานตรงนี้เปลี่ยนไป จาก 4.5% เป็น 3.5% คือ จีดีพี หายไป 1% ทำให้หนี้ตรงนี้เพิ่มขึ้นเป็น 54% ซึ่งหมายความว่า ถ้าจีดีพีเติบโตไม่ได้ตามที่คาดไว้ที่ 4.5% ด้วยหนี้ขนาดเดียวกัน ก็จะกระโดดขึ้นทันที"

นายประสาร กล่าวว่า กรณีของสหรัฐอเมริกา จะเห็นว่าก่อนเกิดวิกฤติเศรษฐกิจครั้งใหญ่เมื่อ 5 ปีที่แล้ว ระดับหนี้ต่อจีดีพีของสหรัฐก็อยู่เพียง 40% เศษ แต่หลังจากที่ทางการสหรัฐต้องเข้าไปแก้ปัญหาวิกฤติ ก็ทำให้หนี้สาธารณะโดดขึ้นเป็น 80% และในยามนี้สหรัฐก็ยังไม่สามารถคลี่คลายสถานการณ์ทางเศรษฐกิจได้ ทำให้ต้องใช้นโยบายการเงินเข้าช่วย โดยทำนโยบายที่ผิดแปลกไปจากที่เคยทำ นั่นคือการอัดฉีดเงินเข้าสู่ระดับ ซึ่งยังไม่รู้ว่าอนาคตจะเป็นอย่างไรต่อ ทั้งหมดนี้จึงเป็นเรื่องที่ควรต้องระวัง

นอกจากนี้ อีกประเด็นที่เป็นห่วง คือ ตัวเลขหนี้ต่างๆ มีการเก็บรวบรวมอย่างครบถ้วนหรือไม่ มีภาระหนี้แฝงที่ยังไม่ได้ถูกนำมานับด้วยหรือเปล่า เช่น หนี้ของสถาบันการเงินเฉพาะกิจที่ได้รับภาระกิจพิเศษให้ดูแลเรื่องต่างๆ ซึ่งต้องดูด้วยว่า ภาระหนี้เหล่านี้ได้ถูกนำมาเก็บทางบัญชีอย่างครบถ้วนหรือไม่

"อีกสาเหตุที่ต้องระมัดระวัง คือ การประมาณการหนี้สาธารณะ ได้มองไปยังอนาคตหรือไม่ เพราะธรรมชาติของสังคมเมื่อพัฒนาไปในอนาคต ก็จะมีรายได้เพิ่มขึ้น อย่างกรณีของประเทศไทยนั้น ในอนาคตจะเป็นสังคมประชากรผู้สูงอายุมากขึ้น พวกรายจ่ายสาธารณสุขต่างๆ ก็เพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย ซึ่งพวกนี้ถือเป็นเรื่องที่ควรต้องนำมาใช้คาดการณ์อนาคตด้วย"