คงมุมมองแค่รีบาวด์ เพื่อลงต่อ เป้าหมายสูงสุดรอบนี้1536 หรือ 1565 จุด ขึ้นทยอยขาย
คาดดัชนีฯ ขึ้น (สลับย่อ) แนวต้าน 1536/1545 จุด แนวรับ 1520/1515 จุด แนะนำ ขึ้นทยอยขาย (หลังแนะนำเก็งกำไรไปเมื่อ 2 วันก่อน) โดยลดพอร์ตครึ่งหนึ่งบริเวณ 1536 -1540 จุด และถือลุ้นอีกครึ่งหนึ่ง เพื่อไปขายที่ 1565 จุด (หรือตัดขาดทุนหากต่ำกว่า 1500 จุด) ปัจจัยบวกระยะสั้น คือ แรงขายต่างชาติที่เริ่มลดลง และค่าเงินดอลล์สหรัฯที่มีแนวโน้มอ่อนค่าเทียบสกุลเอเชีย
ความเสี่ยงขาลงไปที่บริเวณ 1480 จุด หรือต่ำกว่า ยังคงมีความเป็นไปได้สูงที่จะเกิดขึนอีกครั้งในเร็วๆ นี้ อิง
1. รูปแบบดัชนีฯ ปัจจุบัน (รายสัปดาห์) อาจฟอร์มตัวเป็นรูปแบบขาลงใหญ่ Head and Shoulder ซึ่งมีกรอบแนวรับ Neck Line ที่ 1470 จุด และลงได้ลึกต่ำกว่า 1400 จุด หากหลุดแนวรับ Neckline ดังกล่าว ทำให้ดัชนีฯ เปราะบางต่อข่าวลบและพร้อมดิ่งลงแรง หากดัชนีฯ หลุดแนวรับสำคัญๆ
2. แรงขายของนักลงทุนต่างชาติ ยังคงมีต่อเนื่อง (ดูรายงาน Weekly Fund Flow วันนี้ พบว่ามีการขายสินทรัพย์เสี่ยงต่อเนื่องเป้นสัปดาห์ที่สอง โดยเฉพาะตลาดหุ้นเกิดใหม่ในเอเชีย มีแรงขายเพิ่มกว่าเท่าตัว) โดยผลประชุมเฟด 18-19 มิ.ย. จะเป็นไฮไลท์สำคัญ ต่อแนวโน้มรีบาวด์ขึ้น หรือลงต่อ
3. ตลาดค่อนข้างเปราะบางต่อข่าวลบ: เราคาดว่า ประเด็นข่าว QE3 ยังคงกดดันตลาดหุ้นโลกต่อไปในระยะสั้น หลังจากอดีตประธานเฟด กรีนสแปน ซึ่งแนะนำให้ เฟดยกเลิกโครงการ QE3 แม้เศรษฐกิจสหรัฐฯไม่แข็งแรง เพราะวิตกอัตราดอกเบี้ยขาขึ้นอาจเกิดขึ้นแบบ V-shape และสร้างความเสี่ยงสูงต่อสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลก รวมถึงวิตกเศรษฐกิจจีนอ่อนแอกว่าคาด (- หุ้นกลุ่มส่งออก กลุ่ม Commodity)
หุ้นเล่นรอบ แนะนำ เก็งกำไร หุ้นกลุ่มสื่อสารที่ลดลงแรง เช่น ADVANC DTAC INTUCH MFEC MLINK JAS THCOM จากการเป็นหุ้นกลุ่มที่มีการเติบโตสูงและมีประเด็นผลกำไรเติบโตสูงช่วยหนุนราคาระยะสั้น ส่วนระยะยาว แนะนำ สะสม หุ้นกลุ่มแบงก์ใหญ่ KBANK SCB BBL จาก % Upside เทียบราคาเป้าหมายสูงกว่า 15%
หุ้นแนะนำขึ้น-ขาย ได้แก่ กลุ่มปิโตร-พลังงาน (BANPU IVL IRPC LANNA PTTEP) จากแนวโน้มเศรษฐกิจโลกอาจชะลอตัวกว่าคาดการณ์ โดยเฉพาะเศรษฐกิจจีน และกลุ่มอสังหาฯ บ้าน รับเหมาฯ จากแนวโน้มกำไรอาจผิดคาดหมายได้สูง หากปัญหาการเมืองในประเทศ (โครงการอาจถูกเลื่อน)
ส่วนหุ้นเก็งกำไร Event Play: คงแนะนำ ผู้ผลิตไฟฟ้า EGCO-GLOW (คาดชนะประมูลโครงการ IPP) CENTEL HMPRO CK (คาดว่าจะติด SET 50 Index ประกาศเร็วๆนี้)
ส่วนสัญญาณทางเทคนิค : อยู่ในรูปแบบขาลง และอาจกลายเป็นรูป แบบ Head and Shoulder โดยมีจุดสูงสุดที่ 1650 จุด ส่วนกรอบแนวรับ Neck Line อยู่ที่ 1470-1480 จุด ซึ่งจะเป็นจุด Stop loss ใหญ่ เพราะอาจมีความเสี่ยงลดลงได้อีกกว่า 1 ร้อยจุด ส่วนแนวต้านระยะสั้นแบบ Zig-Zag Down A-B-C อยู่ที่ 1536/1565 จุด(รีบาวด์ 1/3 หรือ ½ จากกรอบบน-ล่าง A 1650-1480 จุด) และ กลับลงมาใหม่ที่บริเวณ C ซึ่งคาดว่าจะเป็นบริเวณ 1470/1400 จุด








