วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

บริโภคร่วง-จีนชะลอ ธปท.จ่อหั่นเป้าจีดีพี

ธปท.เตรียมหั่นประมาณการเศรษฐกิจปีนี้ คาดประกาศในรายงานนโยบายการเงิน 19 ก.ค. นี้ หลังบริโภคภายในประเทศร่วง-ศก.จีนชะลอ กระทบส่งออก

นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่าในเดือนก.ค. นี้ ธปท. เตรียมจะปรับลดคาดการณ์การขยายตัวทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ในปีนี้ จากเดิมคาดจะขยายตัว 5.1% เพราะการอุปโภคบริโภคและการลงทุนในประเทศ รวมถึงเศรษฐกิจของสาธารณรัฐประชาชนจีน ชะลอตัวลง

"ประมาณการเศรษฐกิจ ตอนนี้มีการวิเคราะห์กันภายในว่าจะปรับลงจาก 5.1% แต่จะประกาศอย่างเป็นทางการต่อไป ในรายงานแนวโน้มนโยบายการเงิน ในวันที่ 19 ก.ค.นี้" นายประสาร กล่าว

การประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) เมื่อเดือนเม.ย. ที่ผ่านมา ธปท.ปรับเพิ่มคาดการณ์จีดีพีของไทยในปีนี้เป็นเติบโต 5.1% จากเดิมคาดโต 4.9% หลังเศรษฐกิจในไตรมาส 4 ปี 2555 เติบโตดีกว่าที่คาด แต่ไตรมาสแรกปีนี้ จีดีพีเติบโตต่ำกว่าคาด โดยขยายตัว 5.3% เมื่อเทียบปีต่อปี และยังลดลง 2.2% จากไตรมาสก่อนหน้า หลังการส่งออกฟื้นตัวช้า เศรษฐกิจไทยที่มีความเสี่ยงมากขึ้น

แนวโน้มเศรษฐกิจชะลอตัว ส่งผลให้ กนง.มีมติด้วยเสียงเอกฉันท์ ให้ปรับลดดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% มาที่ 2.50% ตามที่นักวิเคราะห์คาด ไว้ หลังจากที่ กนง.คงดอกเบี้ยติดต่อกัน 4 ครั้งก่อนหน้านั้น

กนง.จะประชุมครั้งต่อไปในวันที่ 10 ก.ค. และจะประกาศทบทวน ตัวเลขเศรษฐกิจไทย ในวันที่ 19 ก.ค. นี้

นายประสาร กล่าวถึงสัญญาณเศรษฐกิจที่ชะลอตัวว่า เศรษฐกิจในประเทศมีการชะลอตัว ที่เห็นได้ชัดเจน คือ การอุปโภคบริโภค และการลงทุน โดยเป็นผลจากเศรษฐกิจจีนชะลอตัว ซึ่งส่วนหนึ่งอาจจะมีผลกระทบต่อการส่งออกของไทยและเอเชียบ้าง

ชี้ค่าบาทอ่อนตามภูมิภาค

ผู้ว่าการ ธปท. ยังกล่าวถึงค่าเงินบาทเมื่อเทียบดอลลาร์ว่า อ่อนค่า ใกล้เคียงสกุลเงินในภูมิภาค

"บาทค่อนไปทางอ่อน แต่ก็อ่อนใกล้เคียงภูมิภาค จากเดิมที่แข็งค่า เร็วกว่าคนอื่น" นายประสาร กล่าว

ทั้งนี้ เงินบาทเทียบดอลลาร์ ช่วงบ่ายวันนี้ เคลื่อนไหวอยู่ที่ 30.74-30.79 บาทต่อดอลลาร์ จากอยู่ที่ 30.70 -30.74 บาทต่อดอลลาร์ ในช่วงเช้า หลังเมื่อกลางเดือนเม.ย.บาทแตะระดับแข็งค่าสุดในรอบ 16 ปี ที่ 28.55 ซึ่งแข็งค่าไปกว่า 7% จากต้นปี และยังแข็งค่ามากที่สุดในภูมิภาค ในปีนี้ตามเงินทุนต่างชาติที่ไหลเข้าจำนวนมาก โดยเฉพาะในตลาดตราสารหนี้แต่ในช่วงต้นเดือนมิ.ย. นี้ นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิทั้งในตลาดหุ้น และตลาดตราสารหนี้ไทย

"ไม่น่าห่วงเรื่องเงินไหลออก ก่อนหน้านี้ก็เข้ามาค่อนข้างเยอะ โดยเงินที่ไหลออกตอนนี้ เป็นผลจากข่าวของสหรัฐและข่าวของเรา" นายประสาร กล่าว

เงินบาทกลับมาอยู่ในทิศทางอ่อนค่าตั้งแต่ปลายเดือนพ.ค. หลังจากรัฐบาล และ ธปท.ระบุถึงความพร้อมในการใช้มาตรการต่างๆ เพื่อดูแลเงินบาท และการเคลื่อนย้ายเงินทุน ขณะที่ดอลลาร์กลับมาแข็งค่า หลังจากมีความวิตกในตลาดว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจยุติ หรือลดขนาดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ หรือ มาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE)

จีนเสี่ยงศก.ชะลอตัวมากขึ้น

บรรดานักวิเคราะห์พากันมองว่า มีความเสี่ยงมากขึ้นที่เศรษฐกิจจีนจะชะลอตัวลงอีกในไตรมาส 2 และจีนจะปรับลดตัวเลขคาดการณ์อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจทั้งปีลงอีก หลังจากข้อมูลในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา พบว่า การค้าชะลอตัวลงในเดือน พ.ค. และกิจกรรมทางเศรษฐกิจในประเทศเผชิญภาวะซบเซา

นายฉาง เจียง นักเศรษฐศาสตร์จีนจากบาร์เคลย์สในฮ่องกง กล่าวว่า แรงหนุนส่งที่ชะลอตัวลงอีกในเดือนเม.ย. และเดือนพ.ค. อาจจะทำให้ธนาคารกลางจีนพยายามกระตุ้นเศรษฐกิจ

"เราคาดว่าเศรษฐกิจจีนจะฟื้นตัวแบบรูปตัวแอล และอาจจะมีเสถียรภาพที่ระดับ 7.6% ในปีนี้ ซึ่งมีความเป็นไปได้มากขึ้นที่ธนาคารกลางจีนจะลดอัตราดอกเบี้ยลงมา" นายฉาง กล่าว โดยนักเศรษฐศาสตร์รายนี้ได้ปรับลดคาดการณ์การขยายตัวทางเศรษฐกิจจีนลงสู่ 7.4% ในปีนี้ จาก 7.9% ที่คาดไว้ก่อนหน้านี้ และคาดว่าเศรษฐกิจจีนจะขยายตัว 7.4% ในปีหน้า ซึ่งลดลงจาก 8.1% ที่คาดไว้ก่อนหน้านี้

ตัวเลขเศรษฐกิจเริ่มส่อชะลอ

ความวิตกถึงการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีน เกิดขึ้นหลังทางการจีนเผยเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า การส่งออกในเดือนพ.ค. ขยายตัวต่ำที่สุดในรอบเกือบ 1 ปี ขณะที่การนำเข้าลดลงเกินคาด จากที่คาดว่าจะพุ่งขึ้น ซึ่งข้อมูลดังกล่าวตอกย้ำถึงความกังวลเกี่ยวกับการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีน ที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก

นอกจากนี้ ยังมีตัวเลขผลผลิตภาคอุตสาหกรรมที่โตเพียง 9.2% ในเดือนที่แล้ว ต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ ขณะที่อัตราเงินเฟ้อจากดัชนีผู้บริโภค (ซีพีไอ) ลดลงสู่ระดับ 2.1% ในเดือนพ.ค. ต่ำสุดในรอบ 3 เดือน จาก 2.4% ในเดือนเม.ย. และดัชนีราคาผู้ผลิต (พีพีไอ) ลดลง 2.9% โดยปรับตัวลงเป็นเดือนที่ 15 ติดต่อกัน

ขณะที่การปล่อยสินเชื่อของธนาคารอยู่ที่ระดับ 6.674 แสนล้านหยวน ต่ำกว่าที่คาดไว้ที่ 8.5 แสนล้านหยวน และต่ำกว่า 7.929 แสนล้านหยวน ของเดือนเม.ย.

คาดเศรษฐกิจจีนอาจโตต่ำเป้าที่ 7.5%

ทั้งนี้ มีสัญญาณเพิ่มขึ้นในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมาว่า เศรษฐกิจจีนกำลังชะลอตัวลงอย่างรวดเร็ว แต่ นายกรัฐมนตรีหลี่ เค่อเฉียง ของจีน พยายามจะแสดงความเห็นเพื่อสร้างความเชื่อมั่นว่า เศรษฐกิจโดยทั่วไปยังมีเสถียรภาพอยู่ และอัตราการขยายตัวอยู่ใน "กรอบที่ค่อนข้างสูง และสมเหตุสมผล"

ความวิตกครั้งนี้ ยังเกิดขึ้นหลังจากเมื่อปีที่แล้ว เศรษฐกิจจีนขยายตัวต่ำสุดในรอบ 13 ปีในปีที่แล้ว และข้อมูลเศรษฐกิจนับตั้งแต่ต้นปีนี้ออกมาต่ำกว่าคาด ซึ่งทำให้นักวิเคราะห์บางคนออกมาเตือนว่า จีนอาจจะไม่บรรลุเป้าหมายอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ 7.5% ในปีนี้

เมื่อเดือนที่แล้ว ทั้ง กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) และ องค์การเพื่อความร่วมมือและพัฒนาเศรษฐกิจ (โออีซีดี) ต่างออกมาปรับลดคาดการณ์อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจของจีนในปีนี้ โดยปรับลดลงสู่ 7.75% และ 7.8% ตามลำดับ

เผยจีนมุ่งปฏิรูปมากกว่ากระตุ้นศก.

ขณะที่ นักเศรษฐศาสตร์ของรัฐบาลจากสถาบันชั้นนำของจีน แสดงความเห็นเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง และ นายกรัฐมนตรีหลี่ ผู้นำใหม่ของจีนจะยอมรับอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจรายไตรมาสที่ลดลงต่ำสุดถึง 7% เมื่อเทียบรายปี ก่อนที่จะพิจารณากระตุ้นเศรษฐกิจ โดยจะให้ความสำคัญกับการปฏิรูปทางเศรษฐกิจ มากกว่ามาตรการกระตุ้นระยะสั้น

นักวิเคราะห์มองด้วยว่า การลดอัตราดอกเบี้ยจะเป็นการตัดสินใจที่ยากลำบากสำหรับธนาคารกลางจีน เนื่องจากเกรงว่า การลดอัตราดอกเบี้ยอาจจะยิ่งทำให้ราคาอสังหาริมทรัพย์พุ่งขึ้นอีก ซึ่งผู้กำหนดนโยบายพยายามควบคุมราคามาโดยตลอด

นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่เห็นพ้องต้องกันว่า รัฐบาลจีนจะหลีกเลี่ยงการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหญ่ที่เหมือนกับมาตรการกระตุ้นวงเงิน 4 ล้านล้านหยวน ที่ออกมารับมือกับวิกฤติการเงินโลกในปี 2551 ซึ่งส่งผลให้มีการปล่อยสินเชื่ออย่างมาก ทำให้เกิดภาวะฟองสบู่ในตลาดอสังหาริมทรัพย์ และทำให้รัฐบาลท้องถิ่นประสบภาวะหนี้สิน