วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ไอทีดีชนะคะแนน กวาด 5 โมดูลน้ำ

"ธงทอง" ตั้งโต๊ะ เคาะประมูลเทคนิคน้ำ ไอทีดีชนะคะแนน กวาด 5 โมดูลน้ำ เค.วอเตอร์ รับเอกสารอ่อน

นายธงทอง จันทรางศุ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยคะแนนทีโออาร์น้ำทั้ง 9 โมดูลจาก 4 กลุ่มบริษัท วานนี้ (10 มิ.ย.) ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล โดยจัดให้มีการถ่ายทอดสดและชี้แจงกระบวนการให้คะแนนด้านเทคนิคอย่างละเอียด

การให้คะแนนกำหนดเป็น 36 ข้อย่อยในแต่ละโมดูล โดยให้คะแนนข้อเสนอตามทีโออาร์ที่สอดคล้อง เท่ากับ TOR เท่ากับ 1 คะแนน TOR+ เท่ากับ 0.9 คะแนน และ TOR- เท่ากับ 0.8 คะแนน โดยคะแนนทั้งหมดจะถูกนำมารวมกันเพื่อคำนวนคะแนนสูงสุดในแต่ละโมดูล ผู้ชนะจะต้องมีได้คะแนนไม่ต่ำกว่า 80%

หลังจากที่มีการประกาศคะแนน กรรมการได้เปิดซองราคาของบริษัทที่ได้คะแนนสูงสุดในแต่ละโมดูล ซึ่งภาพรวมไม่มีบริษัทใดที่เสนอราคาเกินเพดานที่วางไว้ ซึ่งราคาส่วนใหญ่ออกมาใกล้เคียง หรือเท่ากับที่เพดานกำหนด

กลุ่มบริษัทไอทีดี พาวเวอร์ไชน่า เจวี ได้คะแนนสูงสุดถึง 5 โมดูล ได้แก่ โมดูลเอ1 อ่างเก็บน้ำ ได้ 96.43 คะแนน ราคาที่เสนอ 49,999.894 ล้านบาท จากวงเงิน 5 หมื่นล้านบาท

โมดูลเอ2 พื้นที่ปิดล้อม 88.78 คะแนน ราคาที่เสนอ 2.6 หมื่นล้านบาท เต็มเพดานราคา

โมดูลเอ4 ปรับปรุงลำน้ำ 90.09 คะแนน ราคาที่เสนอ 1.7 หมื่นล้านบาทเต็มเพดานราคา โมดูลบี1 อ่างเก็บน้ำใน 17 ลุ่มน้ำ 94.60 คะแนน ราคาที่เสนอ 11,999.733 บาท จากวงเงิน 1.2 หมื่นล้านบาท และโมดูลบี3 ปรับปรุงลำน้ำใน 17 ลุ่มน้ำ 91.38 คะแนน ราคาที่เสนอ 5 พันล้านบาท เต็มเพดานราคา

ในขณะที่เค วอเตอร์ ได้คะแนนสูงสุดใน 2 โมดูล คือ โมดูลเอ3 แก้มลิง 90.32 คะแนน ราคาที่เสนอ 9,999.99 ล้านบาท จากวงเงิน 1 หมื่นล้านบาท และโมดูลเอ 5 ฟลัดเวย์ 89.84 คะแนน ราคาที่เสนอ 1.53 แสนล้านบาท เต็มเพดานราคา

ส่วนกลุ่มบริษัทซัมมิทเอสยูที ได้คะแนนสูงสุดในโมดูลบี2 พื้นที่ปิดล้อม ใน 17 ลุ่มน้ำ 91.96 คะแนน ราคาที่เสนอ 13,933.744804 ล้านบาท จากวงเงิน 1.4 หมื่นล้านลาท และกลุ่มบริษัทล๊อกเล่ย์-เอจีที ได้คะแนนสูงสุดในโมดูลเอ6+บี4 คลังข้อมูล 91.02 คะแนน ราคาที่เสนอ 3,997.520 ล้านบาท จากวงเงิน 4 พันล้านบาท

รวมวงเงินค่าก่อสร้าง 290,930.882 ล้านบาท จากราคา GMP ที่ 291,000 ล้านบาท โดยในช่วงบ่ายของวันเดียวกัน กบอ. ได้นัดตัวแทนกลุ่มบริษัทเอกชนที่ได้คะแนนสูงสุดเพื่อเข้ามานัดแนะเวลานัดหมายเพื่อต่อรองราคา โดยวันที่ 11 มิย. เป็นคิวของบริษัทล๊อกเล่ย์-เอจีที และซัมมิทเอสยูที วันที่ 12 มิ.ย. เป็นคิวของกลุ่มบริษัทไอทีดี พาวเวอร์ไชน่า เจวี และวันที่ 13 มิ.ย. เป็นคิวของบริษัทเควอเตอร์

นายไผท ชาครบัณฑิต รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) ตัวแทนกลุ่มบริษัท ไอทีดี พาวเวอร์ไชน่า เจวี เปิดเผยว่า บริษัทมั่นใจเรื่องการต่อรองราคาเพราะที่ผาานมาได้ทำตามที่ทีโออาร์กำหนดทุกอย่าง โดยมองว่าทุกโมดูลไม่ยากเกินและอยู่ในวิสัยที่ทำได้

อย่างไรก็ตามเขามองว่ายังมีอีกหลายองค์ประกอบที่ต้องพิจารณา โดยเฉพาะการเจรจาทำความเข้าใจกับชาวบ้าน โดยโครงการไหนที่ทำได้ทำก่อนก็จะทำในทันที ส่วนโครงการไหนที่ยากอาจต้องชะลอไว้ก่อน เช่นโครงการก่อสร้างเขื่อนซึ่งมากถึง 10 เขื่อน จำเป็นต้องดูในราะเอียดและเดินหน้าศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม และเจรจากับคนในพื้นที่ก่อน

"ในส่วนรายละเอียดคงต้องรอให้การเจรจาต่อรองด้านราคาเสร็จสิ้น โดยบริษัทยอมรับความเสี่ยงได้ อย่างไรก็ตามในเรื่อง

ของการเวรคืน ส่วนตัวยังมีความกังวลเนื่องจากส่วนเกี่ยวข้องกับประชาชนจำนวนมาก ต้องใช้เวลาทำความเข้าใจ " นายไผท กล่าว

ด้านนายมณฑล ภาณุโภคิน กรรมการผู้จัดการบริษัทเควอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด บอกว่าในส่วนของบริษัทเควอเตอร์ ยังไม่ขอเปิดเผยในเรื่องเทคนิค โดยรอให้การเจรจาต่อรองด้านราคาเสร็จสิ้นก่อน โดยพร้อมจะเปิดเผยข้อมูลทั้งหมดหลังวันที่ 18 มิ.ย. นี้

เรามั่นใจทุกโมดูล โดยเฉพาะคลังข้อมูล ซึ่งประเทศเกาหลีใช้บริหารจัดการน้ำมานานกว่า 15 ปี แต่เหตุผลที่ได้เพียง 2 โมดูลนั้นยอมรับว่า ผิดพลาดในส่วนของการทำเอกสารในขั้นตอนสุดท้าย แต่อย่างไรก็ตามเควอเตอร์พร้อมที่จะให้คำปรึกษากับบริษัทที่ชนะการประมูลในโมดูลนี้ไป

ในส่วนของการต่อรองราคาอาจต้อดูในรายละเอียดว่าทำได้หรือไม่อีกครั้ง โดยเฉพาะฟลัดเวย์ที่เสนอราคาเต็มเพดานวงเงินที่ภาครัฐกำหนด ต้องดูว่ากรรมการขอต่อรองในจุดไหน เนื่องจาก ณ ตอนนี้ยังไม่ได้กำหนดเส้นทางที่ชัดเจน เพียงแต่ได้วางแนวเส้นฟลัดเวย์ ทั้งฝั่งตะวันตกและตะวันออกไว้แล้ว โดยยืนยันว่าจะหลีกเลี่ยงผลกระทบที่จะเกิดกับชุมชนให้มากที่สุด เพื่อให้โครงการสามารถเดินหน้าแล้วเสร็จได้ใน 5 ปี

อย่างไรก็ตามสภาพพื้นที่ตามแนวเส้นฟลัดเวย์ในปัจจุบันยังพบหลายพื้นที่มีการลุกล้ำจากประชาชน ทำให้การเวรคืนอาจไม่ง่าย แต่ก็เชื่อว่าภาครัฐจะให้การช่วยเหลือและไม่ปล่อยให้เอกชนดำเนินการเองทั้งหมด

นายธงทอง กล่าวทิ้งท้ายว่า กระบวนการต่อรองราคาทั้งหมดจะต้องแล้วเสร็จภายในวันที่ 14 มิ.ย. เพื่อส่งเรื่องให้ครม.พิจารณา ในวันที่ 18 มิ.ย. และเซ็นสัญญากู้เงินวงเงิน 3.5 แสนล้านบาท ภายใน 30 มิ.ย. โดยจะนำเงินออกมาใช้ต่อเมื่อโครงการเดินหน้า ไม่ต้องกังวลเรื่องดอกเบี้ย และค่าปรับหากใช้เงินไม่ครบ

ทั้งนี้ ภายหลังจากกระบวนการดังกล่างแล้วเสร็จ กบอ.จะออกทีโออาร์ฉบับใหม่เพื่อจ้างบริษัทเอกชน 2 บริษัท เข้ามาตรวจสอบโครงการก่อสร้าง โดยคาดว่าในแต่ละโมดูลจะมีบริษัทร่วมยื่นซองไม่ต่ำกว่า 2 บริษัท