วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ประกันสังคมลุยนอก เงินแตะ1ล้านล้าน

กองทุนประกันสังคมตั้งเป้า 5 ปีลงทุนนอกเพิ่มเป็น 20% จากปัจจุบันลงทุนแค่ 2-3% เผยขนาดกองทุนพุ่งแตะ1 ล้านล้าน ต้องหาช่องทางลงทุนเพิ่ม

นายพิชัย ชุณหวชิร ประธาน อนุกรรมการบริหารการลงทุน กองทุนประกันสังคม กล่าวว่า กองทุนมีเป้าหมายภายใน 5 ปีจะมีสัดส่วนการลงทุนในต่างประเทศเพิ่มขึ้นเป็น 20% จากปัจจุบันลงทุนเพียง 2-3% เนื่อง จากมูลค่าเงินสะสมของเงินกองทุนประกันสังคมสิ้นสุด ณ ไตรมาส 1/2556 เพิ่มขึ้นมาแตะระดับ 1 ล้านล้านบาท ถือว่าสูงสุดตั้งแต่ปี 2534 ซึ่งการที่มีเงินลงทุนขนาดใหญ่จึงมีข้อจำกัดหากจะลงทุนใน ประเทศเท่านั้น ทำให้กองทุนมีความจำเป็นต้องขยายการลงทุนไปในต่างประเทศ โดยปัจจุบันลงทุนในตราสารหนี้ 70% ตลาดหุ้น 10% ที่เหลือลงทุนในกองทุนโครงสร้างพื้นฐานและกองทุนอสังหาริมทรัพย์

เขากล่าวว่า การลงทุนในตลาดหุ้นไทยเมื่อปี 2555 กองทุนได้รับผลตอบแทนประมาณ 40% แต่ปีนี้ช่วงที่ผ่านมาตลาดหุ้นมีความผันผวน แต่คาดว่าปีนี้ก็น่าจะยังได้รับผลตอบแทนในระดับที่ดีต่อไป โดยในช่วง 5 เดือนแรกให้ผลตอบแทนประมาณ 7%

งวดสิ้นปี 2555 กองทุนประกันสังคมมีขนาด 9.9 แสนล้านบาท แบ่งเป็นการลงทุนในหลักทรัพย์ที่มีความมั่นคงสูง 79% และหลักทรัพย์ที่มีความเสี่ยง 21% โดยอัตราผลตอบแทนปี 55 อยู่ที่ 7.23% มีกำไรสะสมนับตั้งแต่มีการจัดตั้งกองทุน 2.7 แสนล้านบาท

ด้านนางสาวโสภาวดี เลิศมนัสชัย เลขาธิการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) กล่าวว่า การลงทุนในต่างประเทศช่วงนี้ถือเป็นจังหวะที่ดี เศรษฐกิจทั่วโลกยังคงซบเซา และผันผวน จึงน่าจะมีสินทรัพย์ที่ราคาต่ำและน่าลงทุน ซึ่งกบข. ได้ยื่นขอกระทรวงการคลังเพื่อขยายการลงทุนต่างประเทศเพิ่มเป็น 40% แต่ยังไม่ได้รับการอนุมัติ โดยปัจจุบัน 70% ลงทุนในตราสารหนี้ของไทย ส่วนที่เหลือ 25%เป็นการลงทุนในสินทรัพย์ต่างประเทศ

"สำหรับกรณีที่ตลาดตราสารหนี้ต่างประเทศมีความปั่นป่วนหลังจากที่เฟดมีแผนจะยุติมาตรการอัดฉีดสภาพคล่องนั้นทำให้มีการเทขายตราสารหนี้ออกมา กบข.ไม่ได้รับผลกระทบในครั้งนี้เนื่องจากมีการลงทุนในตราสารประเภทดังกล่าวไม่มาก และส่วนใหญ่เป็นการลงทุนในประเทศมากกว่า และที่ผ่านมาสัดส่วนการลงทุนยังไม่ปรับเปลี่ยนจากเดิมเพราะคลังยังไม่ได้อนุมัติการขยายวงเงินตามที่ขอไป"เลขาธิการกล่าว

เธอกล่าวว่า แนวโน้มการลงทุนในตลาดหุ้นไทยนั้น คาดว่าจะมีความผันผวนต่อเนื่อง ซึ่งนักลงทุนควรจะต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ส่วนพอร์ตการลงทุนในหุ้นของกบข.ปัจจุบันยังมีผลตอบแทนที่ดี เพราะดัชนีหุ้นไทยตั้งแต่ต้นปีปรับตัวขึ้นมา 17-18% แต่ล่าสุดปรับตัวลดลง 9% ดังนั้นก็ยังมีส่วนต่างที่ยังสามารถทำกำไรให้กับกองทุนได้

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่มีการปรับพอร์ต ลงทุนใดๆ เพียงแต่ต้องติดตามข้อมูลและภาพรวมตลาดอย่างใกล้ชิดเพื่อที่จะปรับพอร์ตลงทุนให้เหมาะสมกับสภาพตลาดที่เกิดขึ้นให้ทันกับสถานการณ์

ขณะที่นายไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บล.ทิสโก้ กล่าวว่า ทิศทางการลงทุนของนักลงทุนต่างประเทศ เป็นเรื่องยากที่จะประเมินเวลาว่าจะกลับเข้ามาลงทุนในตลาดหุ้นไทยเมื่อไหร่ แต่มั่นใจว่าเม็ดเงินลงทุนต่างประเทศจะไหลกลับเข้ามาลงทุนในตลาดหุ้นไทยอย่างแน่นอน หลังจากที่รอบขายรอบนี้สิ้นสุดลง โดยเชื่อว่าการไหลกลับของเงินทุนต่างชาติรอบใหม่ จะเน้นลงทุนในตลาดหุ้นมากกว่าตลาดพันธบัตร

เขากล่าวต่อว่า หากย้อนลังไปดูภาพรวมการเคลื่อนไหวของเม็ดเงินต่างประเทศ จะเห็นว่าการลงทุนในตลาดพันธบัตร และตลาดหุ้นจะมีทิศทางที่สวนทางกัน อย่างไรก็ตาม ในรอบนี้พบว่า ทั้งตลาดหุ้นและตลาดพันธบัตรต่างมีตัวเลขการลงทุนของเม็ดเงินต่างประเทศเป็นการขายสุทธิด้วยกันทั้งสิ้น

"สาเหตุที่ความเคลื่อนไหวของเม็ดเงินต่างประเทศ ในตลาดหุ้นและพันธบัตรเป็นลบเหมือนกันก็เพราะนักลงทุนไม่เชื่อว่าดอกเบี้ยจะอยู่ในขาลงอีกต่อไป และเชื่อว่าการลงทุนในตลาดพันธบัตรจะเริ่มไม่ปลอดภัย"

อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมา นักลงทุนต่างประเทศขายสุทธิเพราะหลายปัจจัย แต่หลักๆ เป็นการขายหลังจากที่เห็นเฟดส่งสัญญาณว่าจะหยุดใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเชิงปริมาณ (QE) ซึ่งเชื่อว่านักลงทุนจะเริ่มซึมซับสัญญาณนี้และไม่ตื่นตระหนกอีกต่อไป เพราะตัวเลขเศรษฐกิจอเมริกาก็สะท้อนออกมาค่อนข้างชัดว่าเศรษฐกิจยังไม่ฟื้นตัวดังที่เฟดคาดหวัง ดังนั้นภาพความผันผวนของตลาดหุ้นทั่วโลก รวมทั้งตลาดหุ้นไทยก็จะลดลงเช่นกัน ทั้งนี้ บล.ทิสโก้ ยังคงเป้าหมายดัชนีปีนี้ที่ 1,650 จุดตามเดิม

ฝ่ายวิจัยบล.ทิสโก้ ระบุว่า ในเดือนส.ค. ให้นักลงทุนจับตาประเด็นการเมืองภายในประเทศ โดยเฉพาะช่วงเปิดประชุมสภาสมัยสามัญในเดือน ส.ค. โดยนักลงทุนยังต้องติดตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่อาจมีโทษสูงสุดนำไปสู่การยุบพรรค และการไต่สวนกรณีโครงการบริหารจัดการน้ำ 3.5 แสนล้านบาท ของศาลปกครองหากถูกล้ม เชื่อว่าจะกระทบความเชื่อมั่นของนักลงทุนและการบริหารประเทศของรัฐบาล