การหลอมรวมสื่อในยุคคอนเวอร์เจนซ์ เริ่มปรากฏภาพชัดขึ้นเรื่อยๆ
เมื่อโครงข่าย 3G ให้บริการเต็มรูปแบบในกิจการฝั่งโทรคมนาคม และการจัดสรรคลื่นความถี่ โทรทัศน์ภาคพื้นดินระบบดิจิทัล (ทีวีดิจิทัล) รวม 48 ช่องในฝั่งกิจการบรอดแคสติ้ง กำลังจะเกิดขึ้นภายในปีนี้
ปัจจุบันจึงเห็นความเคลื่อนไหวของกลุ่มทุนต่างๆ ทั้งในฝั่งบรอดแคสต์และโทรคมฯ ต่างเตรียมความพร้อม ช่วงชิงไลเซ่นทีวีดิจิทัล ประเภทบริการธุรกิจ 24 ช่อง ที่จะมีฐานะเป็น "ฟรีทีวี" แบบที่ที่เราเห็นๆกันทุกวันนี้ เพียงแต่ระบบรับ-ส่งเป็นดิจิทัล และเข้าถึงครัวเรือนไทยทั่วประเทศ ภายใต้ระบบใบอนุญาตระยะเวลา 15 ปี จาก กสทช. โดยคาดว่าจะมีเม็ดเงินโฆษณามูลค่านับแสนล้านบาท รอให้ผู้มีศักยภาพมาร่วมแบ่งเค้ก
ส่งให้สมรภูมิการประมูลไลเซ่น "ทีวีดิจิทัล" ธุรกิจ จึงไม่ได้มีเพียงผู้ประกอบการในฝั่งคอนเทนท์ และกิจการบรอดแคสต์เท่านั้น แต่!! ความน่าสนใจของธุรกิจฟรีทีวีดิจิทัล ที่จะเกิดขึ้นในรอบ 50 ปี ยั่วยวนให้ขาใหญ่ในฝั่งโทรคมนาคม ประกาศตัวร่วมลงสนาม บรอดแคสติ้งฯ อย่างเต็มตัว เพื่อก้าวสู่ยุคคอนเวอร์เจนซ์โดยสมบูรณ์แบบทั้งการเป็น "เจ้าของ" คลื่นบรอดแคสต์และโทรคมฯ
สำหรับ บิ๊กโทรคมฯ ที่ประกาศตัวชิงทีวีดิจิทัลรายแรกๆ ต้องยกให้กลุ่ม "อินทัช" โดย สมประสงค์ บุญยะชัย ประธานกรรมการบริหาร กลุ่มบริษัทอินทัช ให้เหตุผลว่าภายใต้ยุทธศาสตร์การก้าวเดินของอินทัชนับจากนี้ กำหนดภารกิจขับเคลื่อนผ่าน 4 ธุรกิจหลัก คือ “เทเลคอม มีเดีย ไอที และดิจิทัล คอนเทนท์”
โดย “ทีวีดิจิทัล” ถือเป็น 1 ใน4 ธุรกิจ ในฝั่ง “ดิจิทัล คอนเทนท์” ตามโรดแมพการเปลี่ยนผ่านระบบโทรทัศน์ไทยจากอนาล็อกสู่ดิจิทัล
อินทัชเห็นโอกาส จากการพัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัล ที่จะช่วยเพิ่มจำนวนช่องฟรีทีวีดิจิทัล และความหลากหลายของคอนเทนท์ เพื่อนำเสนอให้ผู้ชม "ความหลากหลาย เท่ากับ opportunity " หากสามารถสร้างความหลากหลายได้ตอบโจทย์ผู้ชม นั่นเท่ากับ "โอกาส" ที่จะหารายได้จากโฆษณาฟรีทีวี ที่มีมูลค่ามหาศาลต่อปี
เมื่อทีวีดิจิทัล เป็นโอกาสในการทำธุรกิจ "การแข่งขันสูง ถือเป็นเรื่องปกติ เมื่ออยู่ในตลาดเสรี”
แผนการลงทุนทีวีดิจิทัลของอินทัช เน้นประมูลช่องรายการ โดยไม่สนใจเรื่องโครงข่าย กำหนดงบลงทุนเบื้องต้นราว 2,000 ล้านบาท โดยสนใจประมูลช่องวาไรตี้ SD และช่องเด็ก ซึ่งสามารถใช้เป็นช่องทางสื่อสารเพื่อสังคม และกำลังรอเงื่อนไขค่าบริการโครงข่ายช่อง HD ว่าจะอยู่ในอัตราใด เพื่อศึกษาการลงทุนในช่องเอชดีอีกครั้ง แต่เชื่อว่าระยะยาวอุตสาหกรรมสื่อไทยจะก้าวสู่เอชดี คอนเทนท์ทั้งระบบ แม้วันนี้การลงทุนค่อนข้างสูงแต่การพัฒนาเทคโนโลยี จะทำให้ราคาลดลงเรื่อยๆ
อีกค่ายโทรคมฯที่ประกาศสู้ศึก "ทีวีดิจิทัล" เช่นกัน คือกลุ่มทรู คอร์ปอเรชั่น ที่ส่ง "ทรูวิชั่นส์" เป็นทัพหน้า จัดทำแผนการประมูล
โดย สมพันธ์ จารุมิลินท รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท ทรู วิชั่นส์ จำกัด (มหาชน) มองว่าการเกิดขึ้นของ ทีวีดิจิทัล เป็นโอกาสของ คอนเทนท์ โปรวายเดอร์ ที่จะเข้าประมูลเป็น "เจ้าของ"ช่องฟรีทีวีดิจิทัล โดยทรูฯ มีแผนที่จะประมูลทีวีดิจิทัล 3 ช่อง คือ ช่องเอชดี ,วาไรตี้ SD และช่องเด็ก SD สำหรับช่องเอชดี และเด็ก จะพัฒนาคอนเทนท์ และช่องรายการใหม่ ส่วนช่องวาไรตี้ วางแผนจะนำช่อง ทีเอ็นเอ็น ซึ่งเป็นสถานีข่าวในปัจจุบันไปออกอากาศ เนื่องจาก กสทช.มีกฎห้ามผู้ประมูลช่องเอชดี ประมูลช่องข่าว
อีกยังเชื่อว่าการเปลี่ยนผ่านจากทีวีอนาล็อกสู่ดิจิทัล ในไทยคงไม่ต้องรอถึง 10 ปีเช่นเดียวกับต่างประเทศ เพราะด้วยแผนขยายโครงข่าย(Mux) และการสนับสนุนคูปองครัวเรือนไทยทั่วประเทศ ทีวีดิจิทัลไทยจะเปลี่ยนแปลงได้เร็ว ภายใน 3 ปี
ดูเหมือนว่าทั้งฝั่งบรอดแคสต์และโทรคมฯ จะเห็นโอกาสจากจุดเปลี่ยนภูมิทัศน์สื่อ ยุคทีวีดิจิทัลในปีนี้ ไม่ต่างกัน แต่สนามแข่งขันฟรีทีวีดิจิทัล ธุรกิจ 24 ช่อง ที่เกิดขึ้นท่ามกลางช่วงเวลาเปลี่ยนผ่าน และ "ฟรีทีวี" อนาล็อก ยังคงออกอากาศแบบคู่ขนาน และยังคงครองเรทติ้งผู้ชมกลุ่มหลัก
แผนการเปลี่ยนผ่าน...จากอนาล็อกสู่ดิจิทัล ก่อนที่จะก้าวไปช่วงชิงเค้กโฆษณา"แสนล้าน" รายใหม่ต้องนับหนึ่งในการสร้างฐานผู้ชม และต้องเตรียมพร้อมแบกรับต้นทุนที่อาจไม่สอดคล้องกับรายได้ในช่วงแรก เนื่องจากการเข้าถึงของผู้ชมในช่วงต้นๆจะยังไม่มากนัก ด้วยข้อจำกัดของโครงข่ายที่ยังไม่ครอบคลุมทั่วประเทศ ขณะที่การแจกคูปองส่วนลดในการซื้อ กล่องแปลงสัญญาณดิจิทัล ไปยังประชาชน ยังไม่มีใครคาดเดาได้ว่าจะไปประสบพบเจอกับปัญหาอุปสรรคอะไรบ้าง
ช่วงปีสองปีแรก จึงเป็นช่วงที่ผู้ประกอบการต้องรอบคอบในการบริหารต้นทุน!
ติดตาม รายการ "ลับคมธุรกิจ" ได้ทางFM 90.5 ทุกวันจันทร์- ศุกร์ 11.30-12.00 น.ฟังย้อนหลังได้ที่ www.bangkokbiznews.com และ www.nationradio.co.th








