ธปท.-คลัง ดันพ.ร.บ.หลักประกัน อุ้มหลักประกันทางธุรกิจ เชื่อเอสเอ็มอีที่มีศักยภาพได้ประโยชน์เต็มๆ เหตุมีประเภทหลักทรัพย์ใหม่ ไปค้ำประกันกู้
นางสาลินี วังตาล ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายกำกับสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ช่วงที่ผ่านมา ธปท. ได้หารือร่วมกับกระทรวงการคลัง ถึงแผนผลักดันร่างพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.) หลักประกันทางธุรกิจ ซึ่งร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้ หากสามารถผลักดันออกมาได้สำเร็จ เชื่อว่าจะส่งผลดีต่อภาคธุรกิจ โดยเฉพาะธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี)
"ล่าสุดเราได้เสนอต่อกระทรวงการคลัง โดยท่านรัฐมนตรีว่าการฯ (กิตติรัตน์ ณ ระนอง) ก็กรุณามาก ท่านให้แนวปฎิบัติไว้ 2 ข้อคือ คนที่ปฎิบัติซึ่งเป็นแบงก์ต้องปฎิบัติได้จริง และคนดูแลซึ่งก็คือแบงก์ชาติ เห็นว่ามีความเหมาะสม เราจึงขอให้ท่านช่วยเร่งดูให้ เชื่อว่าคงจะมีการนำเข้าหารือในครม.เร็วๆ นี้ หลังจากนั้นก็จะเข้าสู่กฤษฎีกาต่อไป คิดว่าคงใช้เวลาไม่นานแล้ว เพราะทุกฝ่ายก็พยายามช่วยกันเร่งอย่างเต็มที่"นางสาลินีกล่าว
สำหรับร่างกฎหมายดังกล่าว มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้ประกอบการ เอสเอ็มอี สามารถนำทรัพย์สินที่มีมูลค่าในเชิงเศรษฐกิจอื่นๆ ตามที่กฎหมายอนุญาตมาใช้เป็นหลักประกันเงินกู้ได้ นอกเหนือจากทรัพย์สินประเภทที่ดิน หรืออสังหาริมทรัพย์ เป็นต้น ซึ่งทำให้เอสเอ็มอีเหล่านี้สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้สะดวกและเป็นธรรมมากขึ้น
นางสาลินี กล่าวว่า ที่ผ่านมาได้จัดทำประชาพิจารณ์ซึ่งก็ผ่านไปเรียบร้อยแล้ว โดยหลักทรัพย์ที่สามารถนำมาวางค้ำประกันเพิ่มในขณะนี้ ธปท. มองไปในเรื่องสิทธิการเช่าเป็นหลัก เพราะถือเป็นสิ่งที่เป็นรูปธรรม ส่วนเรื่องสินค้าหรือประเภททรัพย์สินทางปัญญานั้น พวกนี้ยังค่อนข้างเป็นนามธรรม ดังนั้นแล้วในช่วงแรกการนำสิ่งเหล่านี้มาเป็นหลักประกันเพื่อขอสินเชื่ออาจยังค่อนข้างลำบาก
สาเหตุที่ ธปท. เชื่อว่า พ.ร.บ.ฉบับนี้จะเป็นประโยชน์กับเอสเอ็มอีเพราะ ที่ผ่านมาพบว่า มีเอสเอ็มอีจำนวนมากที่มีศักยภาพและต้องการขยายธุรกิจ แต่ไม่สามารถทำได้ เนื่องจากไม่มีทรัพย์สินไปวางเป็นหลักประกันเพื่อขอสินเชื่อ ดังนั้นหาก พ.ร.บ. ฉบับนี้ออกมา จะทำให้เอสเอ็มอีเหล่านี้ มีทรัยพ์สินเพิ่มเติมที่สามารถนำไปใช้เป็นหลักประกันในการขอสินเชื่อได้






