"วัชรี"รับผู้ซื้อขนข้าวช้าทำแผนคืนเงินคลังสะสุด อ้างขาดทุนรับจำนำเป็นเรื่องปกติ เชื่อไม่ถึง 2.6 แสนล้าน
นางวัชรี วิมุกตายน ปลัดกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการจัดทำบัญชีหนุนเวียนและกรอบวงเงินสินเชื่อที่เหมาะสมการดำเนินโครงการรับจำนำข้าวเปลือกตามนโยบายรัฐบาล กล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์ไม่มีแผนที่จะขอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาอนุมัติเงินกู้เพื่อใช้จ่ายในโครงการรับจำนำข้าวเปลือกปี 2555/56 รอบ 2 เพิ่มเพราะสภาพคล่องในโครงการยังดีอยู่ โดยการคืนเงินให้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธกส.) ยังถือว่าใกล้เคียงกับแผนที่ได้ให้ไว้เมื่อต้นปี แต่ปัญหาสำคัญที่ทำให้การคืนเงินล่าช้าเนื่องจากข้าวจากโครงการรับจำนำปี 2554/55 ผู้ซื้อยังมาขนของไม่หมดจึงไม่มีการเก็บเงินค่าข้าวในส่วนนั้น เช่นเดียวกับโครงการปี 2555/56 ที่ข้าวบางส่วนอนุมัติขายไปแล้วแต่ผู้ซื้อยังไม่มารับมอบก็ทำให้กรมการค้าต่างประเทศ ในฐานะคู่สัญญาไม่สามารถเก็บเงินค่าข้าวได้เช่นกัน
อย่างไรก็ตาม เบื้องต้น การใช้เงินในโครงการยังเป็นไปตามแผน ซึ่งอนุกรรมการฯ จะทำหน้าที่ในการประเมินสภาพคล่องและพิจารณาเสนอกรอบการกู้ให้สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) ดำเนินการกู้หากจำเป็น ซึ่งขณะนี้การใช้เงินยังเป็นไปตามกรอบวงเงินที่คณะรัฐมนตรีอนุมัติไว้คือ 4.1 แสนล้านบาทตามเดิม
"จำตัวเลขไม่ได้ว่าคืนเงินให้ธกส.ไปเท่าไหร่แล้ว แต่ก็ใกล้เคียงกับแผนที่บอกไว้ ซึ่งการขายข้าวจะชำระเงินแล้วขนของไป ตอนนี้ก็เร่งให้มีการมาขนของและคืนให้ธกส.เร็วขึ้นอีก อนุกรรมการฯที่เป็นประธานอยู่ จะทำหน้าที่ดูว่ามีเงินเข้ามาเท่าไหร่ ต้องใช้ไปเท่าไหร่ ดูถึงเดือนก.ย. 2556 ก็มั่นใจว่าเพียงพอ ไม่ต้องกู้เพิ่ม” นางวัชรี กล่าว
สำหรับการออกมาระบุว่าโครงการรับจำนำขาดทุนถึง 2.6 แสนล้านบาทนั้น นางวัชรี กล่าวว่า ในฐานะคนทำงานอยู่กับข้อมูลที่เป็นตัวเลขจริง ยืนยันว่าตัวเลขขาดทุนไม่น่าจะมากถึง 2.6 แสนล้านบาท เพราะใช้เงินสำหรับโครงการรับจำนำปี 2554/55 ไป รวม 2 รอบ 3.37 แสนล้านบาท และเงินที่คาดการณ์ว่าจะใช้ของปี 2555/56 ทั้ง 2 รอบ 3.02 แสนล้านบาท ซึ่งทั้ง 2 โครงการยังไม่สามารถปิดบัญชีได้ เพราะข้าวที่ได้ตกลงขายผ่านรัฐต่อรัฐของปี 2554/55 ผู้ซื้อยังขนไม่หมดเงินยังไม่ได้ครบ จึงสงสัยว่ามีการสรุปตัวเลขออกมาได้อย่างไร ดังนั้น กระทรวงพาณิชย์จึงได้ขอข้อมูลดังกล่าวไปยังกระทรวงการคลังแต่ไม่ได้รับคำตอบ ล่าสุดจึงขอข้อมูลในส่วนที่คลังส่งไปรายงานนายกรัฐมนตรี ขณะนี้อยู่ระหว่างศึกษาข้อมูลดังกล่าว









