วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

หุ้นไทยเดือนมิ.ย.ขาลง แนะขายทำกำไร

โบรกฯมองแนวโน้มหุ้นไทยเดือนมิ.ย."ขาลง" เตือนลงทุนอย่างระมัดระวัง แนะขายลดพอร์ต รอประเมินทิศทางเฟด ลดขนาด QE แนวรับ 1,520 จุด

บรรยากาศการลงทุนตลาดหุ้นไทยเดือนพ.ค.ที่ผ่านมาต้องยอมรับว่า มีความผันผวน ท่ามกลางความกังวลธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจมีการลดขนาดโครงการอัดฉีดสภาพคล่อง (คิวอี) หลังตัวเลขเศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัว ขณะที่การประกาศมาตรการคิวอี ของธนาคารกลางญี่ปุ่น ส่งผลให้สภาพคล่องทะลักเข้าสู่ระบบ ทำให้เกิดกระแสเงินทุนเคลื่อนย้ายเข้าลงทุนสินทรัพย์เสี่ยง

ขณะที่ปัจจัยภายในประเทศ ในเดือนที่ผ่านมา นักลงทุนลุ้นระทึกการประกาศมาตรการของกระทรวงการคลัง และธนาคารแห่งประเทศไทย ในการสกัดเงินทุนไหลเข้า เก็งกำไรผ่านตลาดตราสารหนี้ และแรงกดดันคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ในกาปรระชุมเมื่อวันที่ 29 พ.ค.ที่กระทรวงการคลังและรัฐบาลต้องการเห็น กนง.ลดดอกเบี้ย แรง เพื่อสกัดเงินทุนไหลเข้า ป้องกันผลกระทบค่าเงินบาทแข็ง ซึ่งส่งผลกระทบการส่งออก และขีดการแข่งขันของประเทศ

ปัจจัยทั้งในและต่างประเทศ กดดันใก้การลงทุนเดือนพ.ค.มีความผันผวน และดัชนีหลุด 1,600 จุด

แนวโน้มเดือนมิ.ย.จะเป็นอยางไร ติดตามได้ในมุุมมองโบรกเกอร์...

อภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล ผู้อำนวยการสำนักวิจัย บล.ทิสโก้ กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยในช่วงเดือนพ.ค.ที่ผ่านมา ถือว่าเป็นช่วงที่มีความผันผวนอย่างมาก เนื่องจากทิศทางตลาดช่วงต้นเดือนเป็นช่วงขาขึ้น จากแรงเก็งกำไรผลประกอบการไตรมาส 1/2556 ของนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ อย่างไรก็ตาม หลังจากการประกาศงบไตรมาสแรกจบลง ดัชนีตลาดหุ้นก็เริ่มผันผวน สลับทั้งบวกและลบ

ทั้งนี้ หลังจากที่เฟดอาจมีนโยบายชะลอการใช้มาตราการผ่อนคลายเชิงปริมาณในรอบที่ 3 (QE3) เนื่องจากตัวเลขอัตราการจ้างงานในประเทศปรับตัวเพิ่มขึ้น ก็ทำให้ดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับตัวลดลงต่อเนื่อง ขณะที่นักลงทุนต่างชาติก็เทขายหุ้นไทยอย่างหนัก ส่งผลให้ดัชนีหลุด 1,600 จุด

ส่วนแนวโน้มดัชนีในช่วงเดือนมิ.ย.นั้น ประเมินว่า มีโอกาสปรับตัวลดลงจากเดินพ.ค. เนื่องจากนักลงทุนกังวลเฟดอาจชะลอการใช้มาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณในรอบที่ 3 (QE3) ประกอบกับตลาดหุ้นไทยได้รับผลกระทบจากปัจจัยการเมืองภายในประเทศ ได้แก่การประชุมพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบปี 57 โดยมีวงเงินงบประมาณกว่า 2.5 ล้านล้านบาท รวมถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับปี พ.ศ.2550

ขณะที่เดือนนี้ตลาดหุ้นทั่วโลกอาจจะปรับตัวลดลงซึ่งหลายประเทศได้รับปัจจัยจากตัวเลขเศรษฐกิจของทั้งภายในประเทศและต่างประเทศออกมาน้อยกว่าที่คาดการณ์ไว้ซึ่งรวมถึงการที่สหรัฐฯส่งสัญญาณชะลอมาตรการ QE 3 และปัจจัยจากการเมืองในประเทศทั้งการแก้รัฐธรรมนูญและการพิจารณา พ.ร.บ.งบปี 57อีกด้วย และคาดว่านักลงทุนต่างชาติอาจมีการขายสุทธิอย่างต่อเนื่อง หลังจากได้รับผลกระทบจากกรณีที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรของประเทศสหรัฐฯ ลดลง หลังจากที่มีการลดอัตราดอกเบี้ย

กลยุทธ์การลงทุนแนะนำลงทุนอย่างระมัดระวัง เนื่องจากแนวโน้มดัชนียังเป็นขาลง นักลงทุนควรหาโอกาส ขายทำกำไรและรอดูปัจจัยต่างๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ

แนะนำหุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์ ซึ่งมีโอกาสปรับตัวเพิ่มขึ้น ทั้งนี้ประเมินแนวรับแรกที่ 1,550 จุด แนวรับถัดไปที่ 1,520 จุด และประเมินแนวต้านไว้ที่ 1,675 จุด

ชัย จิระเสวีนุประพันธ์ ผู้จัดการฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน บล. โนมูระพัฒนสิน กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยในเดือนมิ.ย. คาดว่าดัชนีมีโอกาสปรับตัวลดลง ตามสถิติที่เคยเกิดขึ้นในอดีต ทั้งนี้ เนื่องจากย้อนหลังไปช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ดัชนีตลาดหุ้นไทยในช่วงเดือนดังกล่าวจะปรับตัวลดลง โดยมีลักษณะการเคลื่อนไหวแบบแกว่งตัว ซึ่งคาดว่าในช่วง 2 สัปดาห์แรกของเดือน จะเป็นการซื้อขาย เพื่อเก็งกำไรของนักลงทุนและในครึ่งหลังของเดือนอาจมีการปรับพอร์ต เพื่อเตรียมลงทุนในช่วงครึ่งปีหลัง

ปัจจัยที่กระทบการลงทุนได้แก่ปัญหาการเมืองในประเทศและตัวเลขเศรษฐกิจทั่วโลกที่อยู่ในทิศทางที่ชะลอตัว

"คาดว่าดัชนีจะเคลื่อนไหวในลักษณะแกว่งตัว โดยคาดว่าช่วง 1-2 สัปดาห์แรกอาจจะมีแรงขายบวกกับแรงซื้อเพื่อทำกำไรจึงอาจส่งผลให้ดัชนีฯ ผันผวนได้ แต่อย่างไรก็ตามคาดว่าช่วงสัปดาห์หลังของเดือนดัชนีอาจอยู่ในช่วงการชะลอตัว เนื่องจากนักลงทุนส่วนใหญ่จะปรับพอร์ตการลงทุน เพื่อเตรียมความพร้อมในการลงทุนช่วงที่เหลือของปี"

ปัจจัยที่ต้องติดตามได้แก่การประกาศตัวเลขทางเศรษฐกิจต่างๆ ทั่วโลกรวมถึงอัตราแลกเปลี่ยนสกุลเงิน ทั้งนี้ประเมินแนวรับดัชนีช่วงเดือนดังกล่าวไว้ที่ 1,555 จุด และประเมินแนวต้านไว้ที่ 1,650 จุด

พอร์ตเดือนพ.ค.ต่างชาติขาย5.1พันล้าน

ทั้งในช่วงตั้งแต่วันที่ 1-31 พ.ค. ดัชนีสูงสุดอยู่ที่ 1,643.43 จุด เมื่อวันที่ 21 พ.ค. 2556 และดัชนีต่ำสุดอยู่ที่ 1,562.07 จุด เมื่อวันที่ 31 พ.ค. 2556

ขณะที่นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิรวมในช่วงตั้งแต่วันที่ 1-31 พ.ค. อยู่ที่ 5,147.36 ล้านบาท และตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. – 31 พ.ค. 2556 นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิรวม 21,092.26 ล้านบาท จากสิ้นปี 2555 ที่นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิรวม 75,388.33 ล้านบาท