รัฐบาลประกาศเดินหน้าลงทุนเมกะโปรเจค 2 ล้านล้าน ดันจีดีพี 7 ปีข้างหน้า โตเฉลี่ย 5% ต่อปี รับปากคำหนี้สาธารณะไม่เกิน 50% ของจีดีพี
นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวปาฐกถาพิเศษ "คิดใหญ่...มองไกล Thailand 2020" จัดโดยธนาคารกรุงไทย ว่า การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้วยเงินทุน 2 ล้านล้านบาท รัฐบาลจะพยายามคุมยอดหนี้สาธารณะไม่ให้เกิน 50% ของจีดีพี และหากโครงการประสบความสำเร็จ จีดีพีจะเติบโตรวม 7 ปี เฉลี่ย 5% จะทำให้ทั้งรัฐบาลและรัฐวิสาหกิจมีรายได้เข้ามา และมีกำลังในการชำระหนี้ 2 ล้านล้านบาท
เมื่อระบบสาธารณูปโภคมีความพร้อมจะทำให้ผู้ประกอบการ ประชาชนหันมาใช้การขนส่งทางน้ำเพิ่มจาก 12% เป็น18% ทำให้ประเทศประหยัดต้นทุนด้านพลังงานได้นับแสนล้านบาทต่อปี ประชาชนจะหันมาใช้ระบบขนส่งสาธารณะจาก 5% เพิ่มเป็น 30% การค้าขายตามแนวชายแดนเพิ่มสูงขึ้นจากการพัฒนาเส้นทางรถไฟ และด่านศุลกากรตามแนวชายแดน
นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า ร่าง พ.ร.บ.เงินกู้ 2 ล้านล้านบาท เป็นเพียงการให้กรอบดำเนินการกู้ เพราะหากโครงการใดพร้อมผ่านการศึกษาในด้านต่างๆ พร้อมแล้วจะต้องผ่านการพิจารณาจากสำนักงบประมาณ , สศช. และเสนอให้ ครม. เห็นชอบ จึงไม่จำเป็นต้องกู้เงิน 2 ล้านล้านบาทกองไว้ครั้งเดียว และมองว่ารถไฟความเร็วสูงจะช่วยนำความเจริญไปยังภูมิภาคในจังหวัดต่างๆ เพื่อวางเป้าหมายพัฒนาเป็นศูนย์กลางในด้านต่างๆ ตามศักยภาพของจังหวัด และยังสร้างความมั่นคงทางสังคม ครอบครัว เพราะจะทำให้ลูกหลานเดินทางกลับบ้านไปเยี่ยมญาติได้บ่อยขึ้น เมื่อการเดินทางสะดวกขึ้นจะทำให้เศรษฐกิจหมุนเวียนได้รวดเร็วขึ้น
นายวรภัค ธันยาวงษ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย กล่าวว่า การลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน 2 ล้านล้านบาท จะส่งผลดีต่อภาพรวมเศรษฐกิจ และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศได้ และเมื่อเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ไทยจะเป็นศูนย์กลางการคมนาคมขนส่งในภูมิภาค ขณะที่ธนาคารกรุงไทยพร้อมสนับสนุนโครงการเหล่านี้อย่างเต็มที่









