กระทรวงแรงงาน ร่วมกับ บ. ซิลเวอร์แอนด์ โกลด์ แมนเนจเมนท์ จำกัด (SGMT) จัดสัมมนา เรื่อง ยุทธศาสตร์ด้านแรงงานในไทย ภายใต้แรงกระตุ้น 300 บาท
องค์กรแรงงานภาครัฐและเอกชน เร่งวางยุทธศาสตร์รับมือแรงงานต่างด้าวที่อาจทะลักเข้าไทย หลังใช้ค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาท เผยแรงงานต่างด้าวเสียค่าใช้จ่ายสูงเพื่อมาทำงานในไทย ที่สุดจึงเลี่ยงกฎหมาย กลายเป็นแรงงานเถื่อน เสนอทางออก ปัญหาจะลดทันทีหากนายจ้างรับผิดชอบค่าใช้จ่ายร่วมกับแรงงาน
24 เมษายน ที่ผ่านมากระทรวงแรงงานร่วมกับบ. ซิลเวอร์แอนด์ โกลด์ แมนเนจเมนท์ จำกัด (SGMT)จัดสัมมนา เรื่อง“ยุทธศาสตร์ด้านแรงงานในไทย ภายใต้แรงกระตุ้น 300 บาท”โดยมีนายเผดิมชัย สะสมทรัพย์รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เป็นประธาน และได้รับเกียรติจากเอกอัครราชทูตกัมพูชา, เอกอัครราชทูตเวียดนาม, เลขานุการทูต สปป.ลาว ประจำประเทศไทย,ผู้บริหารกระทรวงแรงงาน, ผู้แทนกระทรวงอุตสาหกรรม, กอ.รมน. และผู้บริหารองค์การเอกชนที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมระดมความคิด
นายเผดิมชัย สะสมทรัพย์รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวว่า ยุทธศาสตร์ด้านแรงงาน มีความสำคัญต่อทุกประเทศ และเป็นกลไกสำคัญทำให้อาเซียนเดินหน้าสู่ความสำเร็จร่วมกัน
“รัฐบาลไทยให้ความสำคัญกับการวางยุทธศาสตร์แรงงานทั้งการยกระดับรายได้แรงงานให้เท่าเทียมกันทั่วประเทศ(ขั้นต่ำวันละ 300 บาท) และคุ้มครองสิทธิแรงงานทั้งไทยและต่างด้าวที่ถูกกฎหมายตามมาตรฐานสากล โดยไม่เลือกปฏิบัติ”
มีความเห็นตรงกันว่า ค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาท ทำให้แรงงานต่างด้าวมาทำงานในไทยมากขึ้น ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย เพราะขณะนี้หลายอุตสาหกรรมหาแรงงานไทยมาทำงานไม่ได้เลย
มองด้านตัวเลข ปัจจุบันไทยมีแรงงานกัมพูชาทั้งที่ถูกและผิดกฎหมาย ราว 500,000 คน ส่วนแรงงานสปป. ลาว มีประมาณ 200,000 คน ซึ่งแรงงานชาวลาวมักมีปัญหาอายุน้อยกว่าเกณฑ์ (อายุ 12-18 ปี)และส่วนใหญ่ทำงานในภาคเกษตร หรือเป็นแม่บ้าน ซึ่งเป็นงานที่แรงงานไทยไม่นิยมทำ
สิ่งที่ทุกฝ่ายกังวลคือ แรงงานลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมาย ที่มีมากขึ้น ทำให้ยากต่อการกำกับดูแล รัฐบาลไทยจึงพยายามผลักดันให้แรงงานต่างด้าวเข้ามาอยู่ในระบบอย่างถูกกฎหมาย
•เผยเหตุ แรงงานต่างด้าวยอมเสี่ยงผิดกฎหมาย
การระดมความคิดนี้ ได้ให้ภาพสะท้อนที่น่าสนใจจากประเทศต้นทางของแรงงาน นางยูออย เอกอัครราชทูตกัมพูชาประจำประเทศไทย กล่าวว่า เห็นด้วยที่ไทยพยายามทำให้แรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายเข้ามาอยู่ในระบบที่ถูกต้อง แต่การที่แรงงานต้องเสียค่าใช้จ่ายสูง เช่น ค่าขึ้นทะเบียนแรงงานต่างด้าว รวมทั้งการออกหนังสือเดินทางให้แรงงานก็มีขั้นตอนซับซ้อน แรงงานกลุ่มหนึ่งจึงยอมเสี่ยงเลี่ยงกฎหมาย ดังนั้นถ้าลดค่าใช้จ่ายและความซับซ้อนได้ ก็น่าจะช่วยให้แรงงานต่างด้าวขึ้นทะเบียนถูกกฎหมายมากขึ้น
ขณะที่ นายสมใจ อินทปทา เลขานุการทูตด้านเศรษฐกิจ สปป.ลาว ประจำประเทศไทย ให้ข้อมูลว่า แรงงานสปป.ลาว ที่เข้ามาในไทยต้องหักส่วนแบ่งให้นายหน้า เช่น แรงงานได้ค่าจ้าง 7,000 บาท ต้องหักเงิน 1,000 บาทให้นายหน้า จึงเสนอว่าน่าจะหามาตรการที่เป็นธรรมกับทุกฝ่าย
ทางด้าน นายโง ดึ๊ก ถัง เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐเวียดนามประจำประเทศไทย กล่าวว่า เวียดนามและไทยกำลังร่วมจัดทำ MOU ด้านแรงงานร่วมกัน เขาเห็นว่า ถ้าแก้ปมที่แรงงานต่างด้าวแบกรับค่าใช้จ่ายสูงลงได้ แรงงานก็มาขึ้นทะเบียนถูกกฎหมายกันมากขึ้น
•เสนอตั้ง ศูนย์บริการแรงงานต่างด้าวตามแนวชายแดน
ประเด็นที่น่าสนใจคือ ตัวแทนประเทศต้นทางของแรงงาน อาทิ เอกอัครราชทูตกัมพูชาประจำประเทศไทย เลขานุการฑูต
สปป.ลาว ได้เสนอแนวคิดการจัดตั้ง “ศูนย์ให้บริการแรงงานต่างด้าว ตามแนวชายแดน” เพื่อฝึกอบรมความรู้พื้นฐานให้กับแรงงานต่างด้าว อาทิ วัฒนธรรมไทย เรียนรู้ภาษาไทย กฎหมายแรงงานที่จำเป็น ฝึกทักษะที่ตรงความต้องการของตลาด และช่วยประสานงานกับหน่วยงานด้านแรงงานในระดับจังหวัด ที่อาจช่วยลดปัญหาต่างๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับแรงงานต่างด้าวลงได้
•ผู้ประกอบการแนะ ต้องบริหารทั้งปริมาณและคุณภาพ
ทางฝั่งผู้ประกอบการนำเข้าแรงงานต่างด้าว นายจักรกฤษณ์ สุวรรณสาร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซิลเวอร์ แอนด์ โกลด์ แมนเนจเมนท์ จำกัด (SGMT) ซึ่งมีประสบการณ์การจัดส่งคนงานไทยไปทำงานต่างประเทศ และนำเข้าแรงงานจากประเทศเพื่อนบ้านเข้าสู่ระบบอุตสาหกรรมของไทยด้วย กล่าวว่า อยากเห็นแรงงานต่างด้าวทำงานในไทยอย่างถูกกฎหมาย และมีคุณภาพชีวิตที่ดี ส่วนเรื่องค่าใช้จ่ายของแรงงานต่างด้าวที่เข้ามาทำงานในไทยนั้น เป็นค่าใช้จ่ายในประเทศต้นทาง ซึ่งจะมีอัตราต่างกันในแต่ละประเทศ ในส่วนนี้บริษัทฯ ได้เสนอให้นายจ้างและแรงงานร่วมกันรับผิดชอบ เพื่อช่วยลดภาระให้แรงงาน และเป็นแรงจูงใจให้เขาทำงานกับนายจ้างต่อไปด้วย
“ประสบการณ์ที่เราพบ แรงงานจะหนีไปทำงานที่ใหม่โดยไม่ สนใจว่าจะกลายเป็นแรงงานผิดกฏหมาย ส่วนหนึ่งเพราะเขาถูกหักค่าใช้จ่ายต่างๆ ในอัตราสูง เช่น ค่าที่พัก ค่าน้ำค่าไฟ ค่าชุดยูนิฟอร์ม และค่าอุปกรณ์ต่างๆ ฉะนั้นเมื่อพบว่าที่อื่นให้สวัสดิการดีกว่า หักเงิน น้อยกว่า ค่าตอบแทนสูงกว่า เขาก็มักตัดสินใจเปลี่ยนงานทันที”
ขณะที่เรื่องคุณภาพแรงงานต่างด้าว เขากล่าวว่า SGMT ให้ความสำคัญกับการส่งมอบแรงงานต่างด้าวที่มีคุณภาพ อาทิ จัดฝึกอบรมแรงงานก่อนส่งให้นายจ้าง และหากพบปัญหาก็จะแก้ไขทันที
“เมื่อส่งมอบแรงงานให้สถานประกอบการแล้ว หากพบว่าเขาทำงานไม่ได้ เราก็พร้อมที่เปลี่ยนคน นำแรงงานใหม่เข้าไปทำงานแทนทันที เพื่อผู้ประกอบการไม่เสียหายจากการขาดคนทำงาน”
อาจเป็นเพียงคนเล็กๆ แต่ “แรงงาน” คือกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ขณะที่เราให้คุณค่ากับคนทำงานระดับ “หัวคิด” เราจึงไม่อาจปฏิเสธความสำคัญของคนทำงานกลุ่ม “แรงงาน” เช่นเดียวกับร่างกายต้องใช้สมองเพื่อผลิตความคิดที่ดี และ ใช้ร่างกายส่วนอื่นๆ ขับเคลื่อนสิ่งที่คิดให้เกิดผลเป็นรูปธรรม
บริษัท ซิลเวอร์ แอนด์ โกลด์ แมนเนจเมนท์ จำกัด (SGMT)
“ผู้เชี่ยวชาญด้านแรงงานกว่า 30 ปี”
บริษัท ซิลเวอร์ แอนด์ โกลด์ แมนเนจเมนท์ จำกัด (SGMT)
40/712-716 อาคารเงินและทอง ชั้น 3 ซอยนวมินทร์ 111
ถนนนวมินทร์ เขตบึงกุ่ม กรุงเทพฯ 10230
โทรศัพท์ : 02-509-3961-2
แฟกซ์ : 02-509-3963
Email :[email protected]









