วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ไอเอ็มดีเปิดขีดแข่งขัน ไทยขยับขึ้นอันดับ27

ไอเอ็มดีเผยขีดแข่งขันไทยขยับขึ้น 3 ขั้นปีนี้มาอยู่ที่ 27 จากปีก่อนอยู่ที่อันดับ 30 พร้อมระบุการท้าทายปีนี้อยู่ที่การเร่งลงทุนเมกะโปรเจค

สถาบันพัฒนาการบริหารจัดการระหว่างประเทศ หรือ ไอเอ็มดี ของสวิตเซอร์แลนด์ ได้เผยแพร่ผลการทำดัชนีชี้วัดความสามารถด้านการแข่งขันของ 60 ประเทศทั่วโลกประจำปี 2556 ปรากฏว่าไทยได้รับการจัดอันดับให้อยู่อันดับที่ 27 นับเป็นการขยับขึ้นจากอันดับที่ 30 ของเมื่อปีที่แล้ว ผลจากการปรับปรุงที่ดีขึ้นในหลายด้าน เช่น การขยายตัวทางเศรษฐกิจ การเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ต่อหัว ความมีเสถียรภาพของอัตราแลกเปลี่ยน ความเสี่ยงของเสถียรภาพทางการเมือง และรายได้จากการท่องเที่ยว

ขณะที่ส่วนที่แย่ลงของไทย อาทิ เช่น อัตราว่างงานระยะยาว การวิจัยทางวิทยาศาสตร์ สินบนและการคอร์รัปชัน

การท้าทายปีนี้สำหรับไทย คือ การดำเนินยุทธศาสตร์แห่งชาติ ในรูปของการจัดวางรูปการเติบโตแบบใหม่ให้ทุกภาคส่วนได้มีส่วนร่วมและการเติบโตแบบที่เอื้อต่อสิ่งแวดล้อม เร่งการปฏิรูปกฎระเบียบเพื่อลดความยุ่งยากด้านกฎระเบียบ และเร่งลงทุนโครงการเมกะโปรเจคเพื่อเพิ่มขีดแข่งขันของประเทศ

โดยเมื่อปี 2555 ไอเอ็มดีของสวิตเซอร์แลนด์ ได้รายงานการจัดอันดับขีดความสามารถแข่งขัน 59 ประเทศทั่วโลก พร้อมระบุว่าไทยร่วงลง 3 ขั้นอยู่ที่อันดับที่ 30 จากอันดับที่ 27 ในปี 2554 ในปีที่แล้วขีดความสามารถการแข่งขันของไทยปรับลดลงทั้ง 4 ด้านหลักที่ใช้ประเมิน คือ ประสิทธิภาพด้านเศรษฐกิจลดลงมาอยู่ที่อันดับ 15 จากอันดับที่ 10 ในปีที่แล้ว ประสิทธิภาพของรัฐบาลลดลงมาอยู่ที่อันดับที่ 26 จาก 23 ประสิทธิภาพด้านธุรกิจและโครงสร้างพื้นฐานลดลงเช่นกัน

ไอเอ็มดี ให้เหตุผลของการจัดอันดับในปี 2555 ว่า ไทยเผชิญปัญหาท้าทายหลายเรื่อง ตั้งแต่การปฏิรูปกฎหมายกับกฎระเบียบสนับสนุนการปรับโครงสร้างทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง ความคืบหน้าทางเทคโนโลยีและวิทยาศาสตร์ และการแก้ปัญหาคอร์รัปชันล่าช้า ซึ่งทางไอเอ็มดีเคยเสนอปัญหาท้าทายของไทยไว้ เริ่มจากการแปลงเจตนารมณ์ให้กลายเป็นการปฏิบัติอย่างจริงจัง ในการทำให้เศรษฐกิจตั้งอยู่บนพื้นฐานของความรู้และการสร้างสรรค์ นอกจากนี้ ต้องเร่งจ่ายงบประมาณและเพิ่มการลงทุนด้านสาธารณูปโภคพื้นฐาน รวมทั้งสร้างความปรองดองและความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของคนในชาติ

สหรัฐเบียดฮ่องกงขึ้นอันดับหนึ่ง

ในรายงานผลการจัดอันดับของไอเอ็มดีครั้งที่ 25 ในปีนี้ ทางไอเอ็มดีใช้ตัวชี้วัดกว่า 320 ตัว โดยมุ่งเน้นการวัดความสามารถในการสร้างสภาพแวดล้อมต่อการแข่งขัน และกำหนดให้คะแนนสูงสุดเท่ากับ 100 คะแนน เพื่อจัดอันดับให้กับประเทศต่างๆ โดยสหรัฐได้การฟื้นตัวของภาคการเงินกับบริษัทเทคโนโลยีประสบความสำเร็จอยู่มากมาย เป็นตัวช่วยให้สามารถแซงหน้าฮ่องกง ขึ้นมาครองอันดับ 1 ในปี 2556

ด้านสวิตเซอร์แลนด์ปีนี้ ขยับขึ้นมาอยู่อันดับที่ 2 แทนสหรัฐที่เคยอยู่อันดับที่ 2 ในปีที่แล้วแต่ปีนี้ขึ้นมาเป็นแชมป์ ขณะที่ฮ่องกงหล่นลงมา 2 ขั้น ได้อันดับที่ 3 ในปีนี้

ใน 5 อันดับแรกนั้น นอกจากฮ่องกงแล้วยังมีสิงคโปร์ที่ปีนี้ตกลง 1 ขั้นมาอยู่อันดับที่ 5 แต่ทั้งฮ่องกงและสิงคโปร์ถือเป็น 2 ประเทศในเอเชียยังคงติดท็อปเทน

มาเลย์ร่วง-จีนดีขึ้นอยู่ที่ 21

ขณะที่หลายประเทศในเอเชียที่ติด 30 อันดับแรก อย่างมาเลเซียมีอันดับลดลงมาอยู่อันดับ 15 จากเดิม 14 ในปีที่แล้ว ส่วนจีนได้อันดับดีขึ้นอยู่อันดับ 21 ปีนี้จากเดิม 25 ในปีก่อน เกาหลีใต้ปีนี้ยังคงอันดับเดิมที่ 22 ไว้ได้เช่นเดียวกับปีที่แล้ว และญี่ปุ่นขยับขึ้น 4 ขั้นมาอยู่อันดับ 24 ในปีนี้จากอันดับ 27 ในปีก่อน

การศึกษาและผลจัดอันดับของไอเอ็มดี ระบุด้วยว่าในกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ชั้นนำ 4 ประเทศ คือ บราซิล รัสเซีย อินเดีย จีน และแอฟริกาใต้ หรือ บริคส์ (BRICS) มีเพียงจีนและรัสเซียเท่านั้นที่ได้อันดับขีดแข่งขันเพิ่มขึ้น แต่อินเดียกับแอฟริกาใต้กลับมีอันดับขีดแข่งขันลดลง โดยภาพรวมตลาดเกิดใหม่ทั่วโลกขณะนี้ไอเอ็มดีระบุว่ายังคงพึ่งพาการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกอยู่

3ชาติยุโรปขีดแข่งขันดีขึ้น

สำหรับยุโรป พบว่า มีเพียง 3 ประเทศในภูมิภาคนี้ ที่มีความสามารถแข่งขันดีขึ้น และยังคงรักษาอันดับไว้ได้ต่อเนื่อง คือ สวิตเซอร์แลนด์ ขยับขึ้นมาอยู่อันดับ 2 จากอันดับ 3 ในปีที่แล้ว สวีเดนขึ้นมาอยู่อันดับ 4 จากอันดับ 5 ในปีก่อน และเยอรมนีปีนี้ยังสามารถรักษาอันดับ 9 ไว้ได้เช่นเดียวกับปีที่แล้ว

ทั้ง 3 ประเทศ ยังติดท็อปเทนได้ เพราะการพึ่งพาการผลิตเพื่อส่งออก การทำเศรษฐกิจให้มีความหลากหลาย ธุรกิจขนาดกลางถึงเล็กมีความแข็งแกร่ง และวินัยทางการคลังที่ดี

ในปัจจุบันมีสถาบันชั้นนำที่จัดอันดับความสามารถในการแข่งขันของประเทศต่างๆ และเป็นที่ยอมรับทั่วโลกอยู่ 2 สถาบัน คือ เวิลด์ อีโคโนมิค ฟอรัม (World Economic Forum : WEF) และ สถาบันการจัดการนานาชาติ (International Institute for Management Development : IMD) มีวิธีการจัดอันดับแตกต่างกันไปตามดัชนีวัดค่าด้านต่างๆ ที่สร้างขึ้นเพื่อสะท้อนความสามารถในการแข่งขันของประเทศสมาชิกที่ตนเองจัดอันดับ

WEF ได้ให้ความหมาย "ความสามารถในการแข่งขัน" ว่า หมายถึง "ชุดของสถาบัน นโยบาย และ ปัจจัยต่างๆ ที่มีอิทธิพลกำหนดระดับความสามารถในการผลิตของประเทศหนึ่งๆ" (World Economic forum, 2011) และ IMD ได้ให้ความหมาย "ความสามารถในการแข่งขัน" ว่า หมายถึง "สภาพแวดล้อมของประเทศที่สร้างความยั่งยืนให้กับความสามารถในการแข่งขันขององค์กรธุรกิจ" (International Institute for Management Development, 2011) จัดอันดับขีดความสามารถทางการแข่งขันทั่วโลก ประเทศไทยมีความสามารถในการแข่งขันลดลง ขณะที่มาเลเซียมีความสามารถในการแข่งขันเพิ่มมากขึ้น