วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

CK - ซื้อ

คาดมีกำไรสุทธิโดดเด่นที่สุดของกลุ่ม

CK มีกำไรสุทธิ 1Q56 ที่ 5,070 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 1,905%qoq และ 4,580%yoy ส่วน 2Q56 คาดกำไรสุทธิอาจจะหดตัว qoq แต่เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนยังเพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่น โดยมีปัจจัยบวกจาก 2 ปัจจัยคือ
1) รายได้จากงานก่อสร้างเพิ่มขึ้น และ 2) มีกำไรจากการขายเงินลงทุนเพิ่มขึ้น ส่วนทั้งปีเพื่อสะท้อนผลประกอบการใน 1Q56 ที่เพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่นเราจึงปรับเพิ่มประมาณการกำไรปกติและกำไรสุทธิในปีนี้ขึ้น 170% และ 180% ตามลำดับ
โดยคาดกำไรปกติใหม่ในปีนี้ที่ 1,073 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 416% yoy และคาดกำไรสุทธิในปีนี้ใหม่ที่ 8,523 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 1,400%yoy
ส่วนระยะยาว CK ยังเป็นผู้รับเหมาที่มีศักยภาพในการเติบโตสูงเนื่องจากปัจจุบันมีงานในมือสูงถึง 140,000 ล้านบาทซึ่งเพียงพอที่จะหนุนให้ CK มีผลประกอบการที่เติบโตไปได้อีก 3-4 ปี
ดังนั้นด้านคำแนะนำ เราจึงคงแนะนำ “ซื้อ” พร้อมปรับเพิ่มราคาเป้าหมายปี 56 เป็น 34 บาทจากเดิม 30.60 บาท

ประเด็นสำคัญในการลงทุน :
คาดกำไรสุทธิ 2q56 เพิ่มขึ้น yoy แต่ชะลอตัว qoq : กำไรสุทธิที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น yoy มาจาก 2 ปัจจัย คือ 1) คาดรายได้จากงานก่อสร้างเพิ่มขึ้นเท่าตัวหลังจากโครงการขนาดใหญ่มีความคืบหน้าในการก่อสร้างมากขึ้นโดยเฉพาะเขื่อนไซยะบุรีในประเทศลาวโดย 2q56 เราคาดว่า CK จะมีรายได้ประมาณ 7,800 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 85%yoy 2)คาดมีกำไรจากการขายเงินลงทุนประมาณ 3,000 ล้านบาท(ก่อนภาษี)เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาซึ่งมีกำไรเพียง 230 ล้านบาท โดยกำไรจากการขายเงินลงทุนใน 2q56 เป็นผลจากการที่ CK ลดสัดส่วนการลงทุนในหุ้น BMCL จาก 24.61% เป็น 16% ซึ่งการลดสัดส่วนดังกล่าวทำให้ CK มีกำไรทางบัญชีเกิดขึ้นสองรายการคือ1)รับรู้กำไรจากการขายหุ้นประมาณ 1,000 ล้านบาท และ 2)บันทึกกำไรจากการปรับมูลค่ายุติธรรมของเงินลงทุนใน BMCL ในลักษณะเดียวกันกับการขายหุ้น TTW ใน 1q56 ประมาณ 2,000 ล้านบาท อย่างไรก็ตามกำไรจากการขายหุ้น BMCL ยังน้อยกว่าเมื่อเทียบกับกำไรจากการขายหุ้น TTW ใน 1q56 ซึ่งมีกำไรสูงถึง 6,000 ล้านบาท ดังนั้นเมื่อเทียบ qoq CK จึงมีกำไรลดลง
ปรับเพิ่มประมาณการกำไรปกติและกำไรสุทธิปีนี้ขึ้นจากเดิม 170% และ 180% : เพื่อสะท้อนกำไรปกติและกำไรสุทธิที่เพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่นใน 1q56 เราจึงปรับประมาณการกำไรปกติและกำไรสุทธิในปีนี้ขึ้นจากเดิม 170% และ 180% ตามลำดับ โดย 1) เราปรับเพิ่มประมาณการกำไรปกติด้วยการปรับเพิ่มคาดการณ์รายได้ในปีนี้ขึ้นจากเดิม 24% เป็น 31,000 ล้านบาทซึ่งจะได้ประมาณการกำไรปกติในปีนี้ใหม่เป็น 1,073 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 416% yoy และ 2)ปรับเพิ่มรายการพิเศษจากการปรับมูลค่ายุติธรรมของ TTW ละการขายหุ้น BMCL ใน 2q56 ซึ่งเราไม่ได้รวมไว้ในประมาณการจากเดิมคาดว่าจะมีกำไรประมาณ 2,200 ล้านบาทเป็น 9,000 ล้านบาท(ก่อนภาษี) ซึ่งจะได้ประมาณการกำไรสุทธิในปีนี้ใหม่ประมาณ 8,523 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 1,400%yoy
ระยะยาวยังมีศักยภาพในการเติบโต : โดยปัจจุบัน CK มีงานในมือ(backlog) สูงถึง 115,334 ล้านบาทและหากรวมกับงานที่รอเซ็นสัญญาอีก 2 โครงการคืองานก่อสร้างเส้นทางรถไฟฟ้าสายสีม่วงสัญญา 4 มูลค่า 20,775 ล้านบาทและงานก่อสร้างโรงไฟฟ้า SPP บางปะอินเฟส 2 มูลค่า 4,750 ล้านบาทจะทำให้มี Backlog รวมสูงถึง 140,000 ล้านบาทซึ่งเพียงพอที่จะทำให้ CK มีรายได้ที่ระดับ 30,000-40,000 ล้านบาทไปได้อีก 3-4 ปี นอกจากนี้การปรับโครงสร้างเงินลงทุนด้วยการลดสัดส่วนการลงทุนในหุ้น TTW และ BMCL ยังทำให้ CK มีโครงสร้างทางการเงินที่ดีขึ้นทำให้มีศักยภาพในการเข้าประมูลงานในอนาคตได้มากขึ้น โดย 1q56 CK มี DE Ratio ที่ 1.47 เท่าลดลงจากเฉลี่ยซึ่งสูงถึง 2.6 เท่าและมี Net debt ที่ 1.47 เท่าลดลงจากเฉลี่ยที่ 2.6 เท่า

เราคงคำแนะนำ “ซื้อ” พร้อมปรับราคาเป้าหมายปีนี้ขึ้นเป็น 34 บาท (เดิม 30.60) เราประเมินมูลค่าเหมาะสมของ CK ด้วยวิธี PBV Ratio โดยอิง BVPS ใหม่ซึ่งเกิดจากการปรับโครงสร้างเงินลงทุนในบริษัทลูกของ CK แล้ว และใช้ Prospective PBV ในปีนี้ที่ 3 เท่าคาดการณ์ BVPS ใหม่ที่ 11.37 บาท จะได้ราคาเหมาะสมใหม่ที่ 34 บาท