"กรณ์"ชี้กนง.ลดดอกเบี้ย 0.25% เหมาะสม ระบุข้อมูล สศช.มีผลต่อการตัดสินใจของ กนง. เชื่อไม่ได้หวังผลในทางอัตราแลกปลี่ยน
นายกรณ์ จาติกวณิช อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า การปรับลดดอกเบี้ยนโยบายของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ลง 0.25% ถือว่าเป็นไปตามความคาดหมาย โดย กนง.ถือว่ามีการตัดสินใจที่เป็นอิสระพิจารณาจากข้อมูลรอบด้าน โดยมองว่าการที่ กนง.ปรับลดดอกเบี้ยนโยบายลงเป็นผลมาจากตัวเลขเศรษฐกิจของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ที่แถลงตัวเลขจีดีพีไตรมาส 1/2556 ขยายตัว 5.3% จากเดิมที่มีการคาดการณ์ไว้สูงกว่านี้ รวมทั้งการปรับลดการเติบโตเศรษฐกิจทั้งปีลงจากระดับ 4.5-5.5% มาอยู่ที่ 4.2 - 5.2% รวมทั้งตัวเลขการบริโภคภาคเอกชนก็ปรับตัวลดลง จากอัตราเฉลี่ยในปี 2556 อยู่ที่ 6.8% แต่การบริโภคในไตรมาสที่ 1/2556 ลดลงเหลือ3.8% เท่านั้น โดยการปรับลดตัวเลขประมาณการเติบโตเศรษฐกิจลงน่าจะส่งผลกระทบต่อการทำงานของรัฐบาลในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ไม่มากก็น้อย
นายกรณ์ กล่าวว่า การปรับลดดอกเบี้ยของ กนง.ในครั้งนี้ไม่น่าจะเป็นผลมาจากการคาดหวังผลให้อัตราแลกเปลี่ยนมีผลให้ค่าเงินบาทอ่อนค่าลง แต่เป็นการปรับลดโดยใช้ข้อมูลทางเศรษฐกิจ ส่วนที่ค่าเงินบาทอ่อนลงน่าจะเป็นผลจากมาตรการที่รัฐบาลออกมา ซึ่งส่งผลให้ผู้ที่ต้องการเก็งกำไรมีความกังวล อย่างไรก็ตามในเรื่องของค่าเงินที่มีทิศทางที่อ่อนค่าลง รัฐบาลก็ต้องจับตาดูสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ เพระขณะนี้ประเทศญี่ปุ่นเศรษฐกิจของญี่ปุ่นมีทิศทางที่ดีขึ้น ซึ่งการอัดฉีดเงินของญี่ปุ่นอาจส่งผลต่อเศรษฐกิจในประเทศ ไม่ได้มีเงินเยนออกมาสู่ตลาดภายนอกมากนัก ซึ่งสถานการณ์แบบนี้อาจส่งผลให้เงินบาทอ่อนลง
"เมื่อเงินบาทอ่อนลงผลที่จะเกิดขึ้นก็คืออาจเกิดการขาดทุนบัญชีเงินสะพัดเนื่องจากมูลค่าการนำเข้าจะสูงขึ้น ต้องดูแนวโน้มการปรับเปลี่ยนแปลงที่อาจรวดเร็ว และการตัดสินทุกอย่างต้องไม่อยู่บนพื้นฐานทางการเมือง"นายกรณ์กล่าว
อดีตรมว.คลัง กล่าวว่า มาตรการต่างๆที่จะเข้ามาควบคุมดูแลเงินทุนไหลเข้าต้องมีการตัดสินใจที่รอบครอบ เพราะหากไปควบคุมเฉพาะเงินทุนไหลเข้าในตราสารหนี้ระยะสั้น เงินก็จะไหลในไปในส่วนอื่นๆ ซึ่งจะใช้มาตรการใดๆหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องตัดสินใจตามสถานการณ์อย่างเหมาะสม








