วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

กิตติรัตน์ยันงบ57สอดคล้องศก.-ไม่ขึ้นภาษี

"กิตติรัตน์"แจงงบปี 57 เหมาะสม-สอดคล้องกับการบริหารเศรษฐกิจให้มีเสถียรภาพ ยันรัฐบาลไม่มีแผนขึ้นภาษี เพื่อหารายได้คืนหนี้เงินกู้ 2 ล้านล้าน

นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวชี้แจงว่า การจัดงบประมาณรายจ่ายปี 2557 นี้ เป็นการจัดงบที่สอดคล้องและครอบคลุมต่อการบริหารจัดการเศรษฐกิจให้มีเสถียรภาพ และ แม้ว่า งบประมาณรายจ่ายจะสูงเป็นประวัติการณ์ แต่ก็ไม่ได้เป็นความประสงค์ของรัฐบาลที่จะทำให้งบประมาณรายจ่ายดังกล่าวสูงจนผิดปกติ ซึ่งการจัดทำประมาณในอดีต ก็มีลักษณะที่สูงขึ้นต่อเนื่องทุกปี ขณะที่การจัดทำงบประมาณปี 57 นี้ สูงขึ้นเพียง 2 หมื่นล้านบาทจากปีงบประมาณ 56 เท่านั้น และ เป็นงบประมาณที่เหมาะสมและสอดคล้องกับการจัดเก็บรายได้ของรัฐบาล ส่วนระดับการขาดดุลก็ลดลงหรือต่ำกว่า2%ต่อจีดีพี

กรณีที่รัฐบาลกำลังออกกฎหมายกู้เงิน 2 ล้านล้านบาท เพื่อลงทุนในระบบโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมนั้น ก็ถือเป็นแนวทางที่รัฐบาลชุดก่อนๆ ได้เคยดำเนินการ ซึ่งรวมถึงรัฐบาลชุดก่อนด้วย แต่ขอเรียนว่า รัฐบาลนี้ จะมีความละเอียดในการพิจารณาการออกกฎหมายอย่างรัดกุมและมีมาตรฐาน ซึ่งขณะนี้ อยู่ระหว่างการพิจารณาในชั้นของคณะกรรมาธิการ ส่วนกรณีที่มีการอภิปรายว่า รัฐบาลไม่สนใจปัญหาที่จะมีต่อระดับหนี้สาธารณะ ขอชี้แจงว่า ไม่เป็นความจริง เพราะการกู้เงินดังกล่าว จะไม่ทำให้ระดับหนี้สาธารณะเกินกว่า 50% ต่อจีดีพี แม้ว่า รัฐบาลชุดก่อนจะเปิดช่องให้ทำได้ไม่เกิน 60% ต่อจีดีพีก็ตาม

"ที่จริงแล้ว รัฐบาลชุดก่อนเป็นผู้ปรับเพิ่มเพดานการก่อหนี้สาธารณะจาก 50% เป็น 60% ซึ่งผมมั่นใจว่า การปรับเกณฑ์ดังกล่าวนั้น เป็นความตั้งใจในอนาคตที่จะกู้เพิ่มเติมหรือไม่ ซึ่งผมก็ไม่ทักท้วงอะไร แต่ผมก็จะไม่ปรับเพดานลงมาขณะที่เราจะคุมหนี้ต่อจีดีพีให้ไม่เกิน 50% ขณะที่ โครงการลงทุนในกฎหมายฉบับนี้ ก็ชัดเจนว่า จะกู้ไปทำอะไร รวมถึง เราก็มีแผนการลดระดับหนี้ที่ชัดเจนด้วย"

ส่วนกรณีที่มีการอภิปรายว่า รายได้ที่เพิ่มขึ้น 1.7 แสนล้านบาทในงบประมาณปี 57 จะมาจากการปรับขึ้นภาษี ขอเรียนว่า เราไม่มีความประสงค์ที่ดีที่จะทำเช่นนั้น ยกเว้น การปรับขึ้นภาษีจะมีผลต่อพฤติการณ์การบริโภคสินค้าที่ลดลง กรณีของภาษีน้ำมันดีเซลนั้น รัฐบาลยอมรับว่า จำเป็นต้องดูแลราคาขายปลีกให้มีเสถียรภาพ ซึ่งผู้ประกอบการขนส่งก็มั่นใจจนสามารถกำหนดราคาสินค้าที่มีเสถียรภาพได้ ขณะเดียวกัน เราก็ดูแลกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงให้มีเสถียรภาพ ส่วนกรณีก๊าซหุงต้มนั้น ปัจจุบันต้นทุนสูงเมื่อเทียบกับหลายประเทศ การพยุงราคาอาจทำให้ประชาชนไม่ประหยัด ดังนั้น เราจึงพูดถึงการลดการอุดหนุน ซึ่งรวมถึง การใช้ไฟฟ้าฟรีด้วย

กรณีที่ผู้นำฝ่ายค้านระบุว่า รัฐบาลไม่สนใจการออม โดยชะลอระยะเวลาการรับสมาชิกเข้ากองทุนเงินออมแห่งชาติหรือกอช.นั้น นายกิตติรัตน์ยอมรับว่า จำเป็นต้องดำเนินการเช่นนั้น เพราะอยู่ระหว่างการทบทวนการเปิดให้มีการออมผ่านกฎหมายฉบับอื่น โดยเฉพาะกฎหมายประกันสังคม ซึ่งก็เปิดโอกาสให้มีการออมสำหรับผู้มีอาชีพอิสระอยู่แล้ว ขณะเดียวกัน รัฐบาลไม่ต้องการให้เกิดปัญหาเช่นเดียวกันกับสมาชิกกองทุนบำเหน็จบำนาญแห่งชาติ(กบข.)ที่ร้องเรียนเรื่องผลตอบแทน ซึ่งจะกลายเป็นภาระกับรัฐบาลในอนาคต ดังนั้น รัฐบาลจึงจำเป็นต้องแก้ไขประเด็นสมาชิกกบข.ให้เรียบร้อยก่อน

ส่วนการผลักดันร่างกฎหมายภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างนั้น ขอชี้แจงว่า ยังมีหลายประเด็นในร่างกฎหมายที่ต้องสร้างความชัดเจน เพื่อทำให้การลดช่องว่างระหว่างคนรวยกับคนจนมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ส่วนแผนการจัดตั้งกองทุนอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งผู้นำฝ่ายค้านระบุว่า จะเป็นการเอื้อประโยชน์กับคนบางกลุ่ม ขอชี้แจงว่า ไม่เป็นความจริง ขณะเดียวกัน เนื่องจาก ทรัพย์สินที่เป็นที่ดินของประเทศมีอยู่จำนวนมากและยังไม่ได้รับการพัฒนา ฉะนั้น กองทุนฯดังกล่าวจะเข้ามาทำหน้าที่ เพื่อเพิ่มมูลค่าให้แก่ทรัพย์สินที่มีอยู่

ส่วนการใช้เงินคงคลังเพื่อคืนเงินให้แก่ผู้ซื้อรถยนต์ในโครงการรถยนต์คันแรกของรัฐบาลนั้น ขอเรียนว่า ที่ผ่านมา เราได้เก็บภาษีจากผู้ซื้อรถยนต์ในโครงการ ซึ่งเงินนี้ ก็จะนำเข้ามาเก็บไว้ในคงคลังอยู่แล้ว เมื่อถึงเวลาก็นำเงินที่เก็บมานี้ไปคืนแก่ผู้ซื้อรถยนต์ แต่จะคืนเฉพาะในส่วนของภาษีสรรพสามิตเท่านั้น ส่วนภาษีอื่น เช่น ภาษีมูลค่าเพิ่ม ก็จะเก็บเข้าเงินคงคลัง