สำรวจหุ้นเพิ่มทุนแบบเฉพาะเจาะจงที่เข้าเทรดเดือนพ.ค.นี้ พบมี 5 บริษัท ส่วนใหญ่ราคากระดานยืนเหนือเพิ่มทุน ให้ผลตอบแทนผู้ถือหุ้นใหม่ 5-37%
จากข้อมูลตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย พบว่า ช่วงเดือนพ.ค.นี้ มีบริษัทจดทะเบียน 5 แห่ง ที่หุ้นเพิ่มทุนแบบเฉพาะเจาะจง (PP) เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ โดยส่วนใหญ่ราคาหุ้นที่เข้าซื้อขาย จะยืนสูงกว่าราคาที่จัดสรรให้กับนักลงทุนกลุ่มใหม่ ยกเว้น หุ้นจีสตีล (GSTEL) ที่ราคาหลังหุ้นเพิ่มทุนเข้าเทรดลดลง ดังนี้
หุ้นวินเทจ วิศวกรรม (VTE) เป็นหุ้นที่มีราคาปรับตัวขึ้นมากสุด 45%จากราคาเพิ่มทุน บริษัทได้จัดสรรหุ้นเพิ่มทุน 144 ล้านหุ้น ราคาหุ้นละ 5.55 บาท ขณะที่ราคาล่าสุด เมื่อวันที่ 23 พ.ค.ที่ผ่านมาอยู่ที่ 7.80 บาท ดังนั้นผลตอบแทนอยู่ที่ 37% หุ้นซีพีเอ็น (CPN) จัดสรรหุ้นเพิ่มทุน 130 ล้านหุ้น ราคา 50.75 บาท ราคาหุ้นกระดานอยู่ที่ 53.75 บาท คิดเป็น 5.91%
หุ้นแม็ทชิ่ง (MATCH) 210 ล้านหุ้น ราคาเพิ่มทุน 3.50 บาท ราคากระดานหลักอยู่ที่ 3.58 บาทคิดเป็น 2.29% ขณะที่หุ้นจีสตีล เป็นหุ้นที่มีราคากระดานหลักปรับตัวลดลงมากสุด 38% โดยราคาในกระดานหลักอยู่ที่ 0.31 บาท จากราคาที่จัดสรรหุ้นเพิ่มทุน 0.50 บาท ขณะที่หุ้นฟินันซ่า (FNS) จัดสรรหุ้นเพิ่มทุน 34.65 ล้านหุ้น ในราคาหุ้นละ 4.75 บาท ขณะที่ราคากระดานอยู่ที่ 5.35 บาท ทั้งนี้หุ้นเพิ่มทุนจะเทรดในวันที่ 28 พ.ค.นี้
หากพิจารณาข้อมูลจากสำนักงานก.ล.ต. ระบุว่า Worldly Wealth International ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหม่ที่เข้ามารับซื้อหุ้นเพิ่มทุนของบริษัทวินเทจ ได้รายงานการลดสัดส่วนการถือครองหุ้น 4.42%ทำให้สัดส่วนการถือครองลดลงเหลือ 13.78% โดยเป็นรายการ การถือครองในวันที่ 7 พ.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวันเดียวกันกับวันที่หุ้นเพิ่มทุนแบบพีพีเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์
แหล่งระดับสูง บริษัทวินเทจ วิศวกรรม กล่าวว่า ก่อนหน้านี้บริษัทมีการแลกหุ้นกับ บริษัท Worldly Wealth International ซึ่งเป็นบริษัทสัญชาติอินโดนีเซีย และได้นำหุ้นเพิ่มทุนแบบพีพีจัดสรรให้กับบริษัทนี้ และไม่ได้มีข้อตกลงว่า จะต้องถือลงทุนหุ้นระยะยาวหรือระยะสั้น รวมทั้งไม่ได้เป็นพันธมิตรในเชิงธุรกิจ แต่เป็นเพียงบริษัทที่ต้องการเข้ามาลงทุนกับบริษัท เมื่อมีการขายหุ้นออกมาถือว่าเป็นเรื่องปกติที่จะทำกำไรส่วนต่างราคาหุ้นได้
"บริษัทที่เข้ามาร่วมถือหุ้นเป็นบริษัทอินโดนีเซีย และยังไม่ได้เป็นพันธมิตรในเชิงธุรกิจ เป็นเพียงบริษัทที่ต้องการเข้ามาลงทุน โดยบริษัทวินเทจได้เข้าไปลงทุนในบริษัทที่ Worldly Wealth เป็นผู้ถือหุ้น จึงทำการแลกหุ้นกัน ส่วนจะถือครองระยะสั้นหรือยาวเป็นเรื่องนโยบายของผู้ถือหุ้นใหม่ บริษัทไม่สามารถรับรู้รายได้"
รายงานข่าวจากตลาดหลักทรัพย์ ระบุว่า บริษัทวินเทจ ได้แจ้งถึงภาพรวมผลประกอบการไตรมาสแรกปีนี้ โดยบริษัทรับรู้สัดส่วนผลขาดทุนจากบริษัทย่อยทั้งบริษัท แคปปิตอล คอร์ จำกัด และ Worldmax Management LTD. เนื่องจากบริษัทย่อยทั้ง 2 บริษัท เพิ่งเริ่มเปิดดำเนินการ และยังไม่มีรายได้หลักแต่มีค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน ดังนั้น บริษัท จึงต้องรับรู้ผลขาดทุนจากบริษัทย่อยทั้ง 2 บริษัท เข้ามาในงบการเงินรวม 2.15 ล้านบาท
นอกจากนี้ สัดส่วนกำไรขั้นต้น ของบริษัทมีจำนวนลดลง เพราะบริษัทมีต้นทุนส่วนเพิ่มในการขยายเวลาการส่งมอบงาน เนื่องจากเหตุการณ์น้ำท่วม และต้นทุนส่วนเพิ่มในการปรับแบบแปลนบางส่วนของโครงการ ICT อาคารสำนักงานใหญ่ ธกส. พหลโยธิน









