รองปธ.สภาอุตฯขอดูสัญญาน้ำ 3.5 แสนล้านก่อนเซ็นกับเอกชน หวั่นซ้ำรอยสัญญาอัปยศที่ผ่านมา ด้าน"ประมนต์"ชี้ส่อทุจริต
นายเจน นำชัยศิริ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวบนเวทีเสวนาตอนหนึ่งถึงแนวคิดการทำโครงการ 3.5 แสนล้านบาทที่ว่า ทำดี ทำถูก และทำเร็ว ซึ่งตนเชื่อว่าเป็นไปไม่ได้ที่จะได้ครบทั้ง 3 อย่าง และต้องจำไว้ว่า เรื่องที่จะให้เกิดความมั่นใจกับนักลงทุนของภาคอุตสาหกรรมนั้น แน่นอนว่าเป็นเรื่องจำเป็น แต่ตนคิดว่าวิธีการสำคัญกว่า ถามว่าทำโครงการแบบนี้เป็นคำตอบสุดท้ายหรือไม่ เพราะต้องถามว่าซิงเกิลคอมมานด์และการบริหารจัดการดีหรือยัง แทนที่จะดูแค่เรื่องสิ่งก่อสร้างอย่างเดียว
ส่วนประเด็นที่จะมีการเซ็นสัญญากับเอกชนที่ชนะการประมูลก่อนการศึกษาผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม(อีไอเอ)และผลกระทบทางสุขภาพ(เอชไอเอ)นั้น นายเจน กล่าวว่า เหมือนเราจะสร้างบ้านสักหลังต้องดูพิมพ์เขียว เขาทำโมเดลมาให้ดูว่าทางเข้าบ้านอยู่ทางไหน ประตูหน้าต่างอยู่ตรงไหน ห้องอะไรต่างๆอยู่ตรงไหน ลมพัดเข้าตรงไหน ดูจนครบถ้วนหลายๆแบบก่อนตัดสินใจ แล้วจึงจะเซ็นสัญญา และบางครั้งอาจจะขอแก้แบบด้วยซ้ำไป
"แต่ถ้าโครงการน้ำ 3.5 แสนล้านบาทมีการเซ็นสัญญาก่อนก็นึกไม่ออกว่ากระบวนการจะเป็นยังไง ถ้าบอกว่าสัญญาเซ็นแล้วแก้ไขสัญญาได้หรือไม่ และถ้าแก้ไขได้จะกระทบกับต้นทุนและการทำงานของผู้รับเหมาหรือไม่ ดังนั้นขอเปิดดูสัญญาก่อนได้หรือไม่ว่าเคลมได้แค่ไหน เพราะถ้าทำแล้วไม่เป็นไปตามสิ่งที่เราคาดคิดจะแก้ปัญหาอย่างไร ผมเป็นห่วงเรื่องการเซ็นสัญญาก่อน เพราะหลายรัฐบาลที่ผ่านมามีการเซ็นสัญญาอัปยศมาแล้วหลายฉบับ และหลังจากนั้นหลายคนก็ออกมายอมรับว่าสัญญาผิดพลาด ดังนั้นขอดูสัญญาก่อนเซ็นได้หรือไม่" นายเจน กล่าว
ด้านนายประมนต์ สุธีวงศ์ ประธานองค์ต่อต้านคอร์รัปชั่น กล่าวเปิดการเสวนา โครงการบริหารจัดการน้ำ 3.5 แสนล้านบาท "งบน้ำเพื่อชีวิต ขอร่วมคิด ร่วมตัดสินใจ" ที่ห้องประชุม World Ballroom B-C ชั้น 23 โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์แอทเซ็นทรัลเวิลด์ ซึ่งจัดโดยองค์กรต่อต้านคอรัปชั่น(ประเทศไทย) คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ว่า โครงการนี้ยังไม่ถึงระยะสุดท้าย แต่อาจจะมีการทุจริตได้ เราก็หวังว่าจะได้รับทราบสาระของโครงการและรับฟังจากผู้เกี่ยวข้องทั้งนักวิชาการ และเศรษฐกิจ ซึ่งตนหวังว่า กบอ.จะเปลี่ยนในวิธีการทำงาน เปลี่ยนความคิด เพราะความคิดนี้แบบน่ากลัวมาก เพราะมีผลต่อทางเศรษฐกิจอย่างมาก ทั้งนี้องค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่นจะจัดทำโครงการสัญญาคุณธรรมขึ้น โดยจะใช้ครั้งแรกกับกระทรวงคมนาคมในโครงการ 2 ล้านล้าน และก็จะนำมาใช้กับโครงการนี้ด้วย









