วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

QTC เล็งหาพันธมิตร-ส่องหาโอกาส คาด56รายได้ทะลุ 1,000 ล้าน

ความต้องการพลังงานที่เพิ่มขึ้นทุกปีทำให้รายได้ของคิวทีซี เอนเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หนึ่งในผู้ผลิตหม้อแปลงไฟฟ้ารายใหญ่ของไทย พุ่งขึ้นเช่นกัน

หากคุณเห็นข้อความที่สะท้อนตัวตนของบริษัทแห่งหนึ่งว่า “ประณีตจากในจรดนอก” อาจคิดไม่ถึงว่านี่คือผู้ผลิตและให้บริการด้านอุปกรณ์หม้อแปลงไฟฟ้าที่ชื่อ บริษัทคิวทีซี เอนเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ QTC หนึ่งในผู้ผลิตหม้อแปลงไฟฟ้ารายใหญ่ของไทย ซึ่งจดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ

ในเว็บไซต์ของบริษัทคิวทีซีฯ ยังตอกย้ำด้วยว่า “ความประณีต คือหัวใจสำคัญสูงสุดในการทำงานของเรา และแทรกซึมอยู่ในทุกๆ อย่างที่เป็นคิวทีซี ตั้งแต่ผู้คน วิธีคิด วิธีทำงาน เทคโนโลยี โรงงาน ผลิตภัณฑ์ รวมถึงสังคมและสิ่งแวดล้อม”

ในไตรมาสแรกของปี 2556 (ม.ค.-มี.ค.2556) กำไรสุทธิของ QTC เทียบกับไตรมาสแรกของปีก่อน ปรากฏว่าเพิ่มขึ้นถึง 4,290% นอกจากเรื่องของความประณีตหรือคุณภาพแล้ว อะไรที่ช่วยขับเคลื่อนให้ธุรกิจของ QTC เติบโตอีกบ้าง เราจะไปคุยกับ คุณโชติกา ชุมภูนท์ ผู้จัดการฝ่ายบัญชีและการเงิน บริษัทคิวทีซี เอนเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน)

“ การขยายตัวของความต้องการใช้ไฟฟ้า ส่งผลให้การผลิตไฟฟ้าต้องมีมากขึ้น ดังนั้นอุตสาหกรรมหม้อแปลงไฟฟ้าก็จะมีการเติบโตอย่างต่อเนื่องตามปริมาณการใช้ไฟฟ้าที่มีมากขึ้นทุกๆ ปี ” คุณโชติกาเผย

หากดูจากการประเมินทิศทางเศรษฐกิจของสำนักต่างๆ พบว่าอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศไทยมีการประมาณการไว้ที่ระดับ 5.1% ในปี 2556 และน่าจะมีการเติบโตไปอีกในระดับที่ไม่ต่ำกว่า 4.5% ในช่วงระยะเวลา 5 ปีข้างหน้า ส่งผลให้ความต้องการใช้พลังงานและความต้องการใช้ไฟฟ้าโดยรวมของประเทศไทยจะต้องมีการปรับตัวสูงขึ้น นอกจากนี้การเพิ่มขึ้นของจำนวนประชากรของไทย รวมถึงการย้ายถิ่นฐานของชาวต่างชาติที่เข้ามาทำงานในประเทศไทย ก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ส่งเสริมให้ปริมาณการใช้ไฟฟ้าในประเทศไทยมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นทุกปี ผลที่ตามมาก็คือปัญหาระยะยาวของประเทศไทยในเรื่องการวางแผนการผลิตพลังงานไฟฟ้าให้เพียงพอกับความต้องการใช้ในอนาคต จังหวะนี้จึงเป็นโอกาสของผู้ประกอบการที่ทำธุรกิจเกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมไฟฟ้าจะเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ หนึ่งในนั้นก็คือ QTC

นโยบายของภาครัฐที่ชัดเจนเกี่ยวกับแนวทางการผลิตพลังงานไฟฟ้าที่รู้กันมี 2 นโยบาย หนึ่งคือการสนับสนุนการผลิตพลังงานทดแทน เช่น พลังงานแสงอาทิตย์, พลังงานลม หรือพลังงานจากชีวมวล เป็นต้น ส่วนอีกนโยบายหนึ่งที่สำคัญมากและน่าจะเห็นความชัดเจนในอนาคตอันใกล้ก็คือแผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้าของประเทศไทยหรือที่เรียกกันว่าแผน PDP (Power Development Plan) ซึ่งเป็นแผนจัดหาไฟฟ้าในระยะยาวให้เพียงพอต่อการพัฒนาประเทศทั้งทางด้านเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งเรื่องสำคัญเรื่องหนึ่งในแผน PDP คือแผนการสร้างโรงไฟฟ้าใหม่ เพื่อรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าในอนาคต โดยปัจจุบันกระทรวงพลังงานอยู่ระหว่างการทบทวนการจัดทำแผน PDP ใหม่ ในเวอร์ชั่น PDP 2013 จากฉบับปัจจุบันคือ PDP 2010 ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 3 ซึ่งเป็นแผนการผลิตไฟฟ้าในช่วงปี 2555-2573

“ นโยบายด้านพลังงานของภาครัฐ ที่เน้นการสร้างอุปทานด้านพลังงานในประเทศ ยังไงก็เป็นผลบวกกับบริษัท เนื่องจากในส่วนของพลังงานทดแทน เรามีลูกค้าที่ทำธุรกิจ Solar Farm อยู่แล้ว และในเรื่องของการสร้างโรงไฟฟ้าใหม่ เราก็มีพันธมิตรทางธุรกิจที่พร้อมที่จะเข้าประมูลการสร้างโรงไฟฟ้าทันทีที่มีโอกาส ถ้าภาครัฐพร้อมที่จะเปิดประมูลเมื่อไหร่ เรากับพันธมิตรก็พร้อมที่จะยื่นซองประมูลเช่นกัน ” โชติกากล่าว

สำหรับแผนธุรกิจของบริษัท ในอนาคตอันใกล้นั้นบริษัทได้ตั้งเป้ายอดขายรวมที่ระดับ 1,000 ล้านบาท ซึ่งโตขึ้นอย่างต่อเนื่องจากปี 2555 ที่อยู่ที่ระดับ 969.7 ล้านบาท ซึ่งรายได้หลักของบริษัทจะมีสัดส่วนมาจากลูกค้าเอกชนในประเทศและลูกค้าที่เป็นหน่วยงานรัฐและรัฐวิสาหกิจรวมกันประมาณ 80-90% ของรายได้ทั้งหมด และส่วนที่เหลืออีก 10-20% มาจากการส่งออกไปยังตลาดต่างประเทศ เช่นออสเตรเลีย, แอฟริกาใต้ และอีกหลายประเทศในอาเซียน

QTC วางแผนไว้ว่าจะเพิ่มสัดส่วนรายได้จากการส่งออกให้ได้ถึงระดับ 25% โดยประเทศที่ จะให้ความสำคัญเป็นอันดับแรกและอยู่ในระหว่างการศึกษาความเป็นไปได้ทางธุรกิจคือประเทศลาว ทั้งนี้การลงทุนในประเทศลาวนั้นบริษัทจะได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีจากการเข้าไปลงทุน นอกจากนี้การแข่งขันในอุตสาหกรรมหม้อแปลงฟ้าในประเทศลาวยังไม่รุนแรงนัก โดยมีผู้ผลิตรายใหญ่อยู่เพียงรายเดียว ซึ่ง QTC ก็อยู่ระหว่างการเจรจากับบริษัทดังกล่าวในการร่วมมือทำธุรกิจร่วมกัน

สำหรับการเติบโตภายในประเทศนั้น QTC ยังคงให้ความสำคัญเป็นอันดับแรกเสมอ แม้ว่าการแข่งขันภายในประเทศจะมีคู่แข่งค่อนข้างมาก ตั้งแต่ผู้ประกอบการรายเล็กๆ ที่เน้นกลยุทธ์ด้านราคา ไปจนถึงผู้ประกอบการรายกลางและใหญ่ที่เน้นการผลิตสินค้าให้ได้คุณภาพตามมาตรฐาน

QTC ที่มีประสบการณ์ยาวนานกว่า 35 ปีในอุตสาหกรรมหม้อแปลงไฟฟ้า จึงมุ่งเน้นที่การผลิตหม้อแปลงไฟฟ้าคุณภาพสูงแบบ Made to order ที่สามารถรับงานได้จากทั้งภาครัฐและเอกชน และสามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบได้ตามความต้องการของลูกค้า เป็นกลยุทธ์การฉีกตัวเองออกไปจากการแข่งขันด้านราคาซึ่งจะส่งผลต่ออัตราส่วนกำไรหรือ Margin ของบริษัท

โชติกาอธิบายว่า “ เนื่องจากธุรกิจของบริษัทต้องใช้ความรู้และเทคโนโลยีการผลิตขั้นสูง ดังนั้นการทำธุรกิจของบริษัทจะให้ความสำคัญกับคุณภาพของสินค้าควบคู่ไปกับการพัฒนาบุคลากรให้มีทักษะและความชำนาญให้เพียงพอ โดย QTC อาจจะไม่เน้นการเติบโตอย่างก้าวกระโดด แต่จะเน้นการเติบโตที่ยังยืน โดยจะควบคุมต้นทุนการผลิตให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดโดยมีจุดหมายหลักเพื่อเพิ่มศักยภาพของการแข่งขันในระยะยาว พร้อมกับมองหาโอกาสในการขยายธุรกิจและพร้อมที่จะร่วมมือกับพาร์ทเนอร์ทางธุรกิจที่มีศักยภาพ และคิดเห็นไปในทางเดียวกัน ”

แม้บริษัท คิวทีซี เอนเนอร์ยี่ เพิ่งจะเข้ามาจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ไม่นาน แต่ผลประกอบการก็เรียกได้ว่าอยู่ในระดับที่น่าพอใจ เมื่อดูที่รายได้แล้วจะเห็นว่ามีการเติบโตขึ้นจาก 717.8 ล้านบาทในปี 2554 เป็น 969.7 ในปี 2555 และตั้งเป้าจะทะลุ 1,000 ล้านบาท ในปี 2556 นี้ เช่นเดียวกับกำไรที่ปรับเพิ่มขึ้นจาก 84 ล้านบาทในปี 2554 เป็น 118.9 ล้านบาทในปี 2555 รวมถึงเงินปันผลที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดจาก 19 สตางค์ต่อหุ้น เป็น 31 สตางค์ต่อหุ้น โดยผลประกอบการล่าสุดในงวดของไตรมาสที่ 1 ของปี 2556 นั้นบริษัทมีกำไร 8.96 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากไตรมาสเดียวกันของปีก่อนถึง 8.7 ล้านบาท หรือคิดเป็น 4,290%

สำหรับเรื่องโครงการในอนาคตของบริษัทนั้น แม้ว่าจะมีข่าวเรื่องโครงการของบริษัทหลายโครงการทั้งที่เป็นโครงการในส่วนของบริษัทเอง หรือโครงการที่ร่วมมือกับพาร์ทเนอร์ทางธุรกิจ ซึ่งคณะผู้บริหารจะใช้ความรอบคอบในการตัดสินใจเดินหน้าโครงการที่เป็นประโยชน์และสร้างความมั่นคงในระยะยาวให้กับบริษัทให้มากที่สุดเท่าที่สามารถทำได้

#####################################


CEO Signature Series สนับสนุนข้อมูลโดย ShareInvestor เครือข่ายนักลงทุนสัมพันธ์ที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชีย ด้วยความเชื่อมั่นจากบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ กว่า 400 บริษัท สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ [email protected] หรือเว็บไซต์ www.shareinvestor.com