วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

'บาทแข็ง-เยนอ่อน'ฉุดส่งออกตลาดญี่ปุ่น

"ผู้ส่งออกไทย" ห่วงเงินเยนอ่อน-บาทแข็ง กระทบการส่งออกไปตลาดญี่ปุ่น ชี้จะส่งผลชัดเจนปลายไตรมาส 2 ถึงต้นไตรมาส 3 ผวาส่งออกทั้งปีขยายตัว 0%

นายไพบูลย์ พลสุวรรณา ที่ปรึกษาสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) เปิดเผยว่า ประเทศญี่ปุ่นเป็น 1 ใน 3 ของตลาดส่งออกหลักสำหรับประเทศไทย แต่สถานการณ์เงินเยนอ่อนค่าและเงินบาทแข็งค่า ได้ส่งผลกระทบต่อการส่งออกไปตลาดญี่ปุ่น โดยเมื่อนายชินโซ อาเบะ รับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นได้ใช้นโยบายเงินเยนอ่อนค่า เพื่อสนับสนุนการส่งออกส่งผลให้เงินเยนอ่อนทันทีตั้งแต่ต้นปี 2556 และมีผลต่อการรับคำสั่งซื้อจากผู้นำเข้าญี่ปุ่น
นายไพบูลย์ กล่าวว่า เดือน ก.พ.2556 อัตราแลกเปลี่ยนอยู่ที่ 96-97 เยนต่อ 1 ดอลลาร์ แต่ปัจจุบันอยู่ที่ 102.8 เยนต่อ 1 ดอลลาร์ ขณะที่การเทียบเงินเยนกับเงินบาท พบว่า อัตราแลกเปลี่ยนเมื่อเดือน ก.พ.ที่ผ่านมาอยู่ที่ 29.5 บาทต่อ 100 เยน แต่ปัจจุบันอยู่ที่ 28 บาทต่อ 100 เยน สินค้าที่ส่งมอบช่วงนี้รับคำสั่งมาตั้งแต่เดือน ก.พ. อาจทำให้การส่งออกไปญี่ปุ่นไตรมาส 2 ปีนี้ติดลบ

โดยตั้งแต่เงินเยนอ่อนค่า ทำให้ผู้ส่งออกตลาดญี่ปุ่นบางรายรับคำสั่งซื้อเท่าที่จำเป็นเพื่อรักษากำลังการผลิต เพราะผู้นำเข้าญี่ปุ่นขอซื้อในราคาเดิม แต่เมื่อคำนวณออกมาเป็นเงินบาทจะได้เงินลดลง และผู้นำเข้าบางรายนำเข้าขอลดราคาด้วย ทำให้คำนวณเป็นเงินบาทได้เงินลดลงอีก ส่งผลให้การรับคำสั่งซื้อช่วงนี้ต้องลดระยะเวลาส่งมอบลง เพราะคาดการณ์อัตราแลกเปลี่ยนลำบาก ที่ผ่านมามีระยะเวลาส่งมอบ 3-6 เดือน เพราะซูเปอร์มาร์เก็ตในญี่ปุ่น ต้องการระยะเวลาส่งมอบ 6 เดือน ขณะที่ผู้ส่งออกรับไม่ได้ ทำให้ปัจจุบันผู้ส่งออกบางรายรับคำสั่งที่มีเวลาส่งมอบเพียง 2-4 สัปดาห์

หากอัตราแลกเปลี่ยนยัง เป็นเช่นนี้ จะทำให้การส่งออกไปญี่ปุ่นปี 2556 มีโอกาสเท่ากับปีที่แล้วที่ส่งออกได้ 23,479 ล้านดอลลาร์ ขยายตัว 0% และอาจทำให้สัดส่วน ส่งออกไปตลาดญี่ปุ่นต่อการส่งออกรวมของไทยลดลง โดยเมื่อปี 2555 ตลาดญี่ปุ่นมีสัดส่วน 10.23% ของการส่งออกรวมของไทย และ ช่วง 4 เดือนแรกของปี 2556 สัดส่วนส่งออกตลาดญี่ปุ่นลดลงมาอยู่ที่ 9.72%

นายไพบูลย์ กล่าวต่อว่า สัดส่วนส่งออกไปตลาดญี่ปุ่นที่ลดลงชัดเจนมากกว่าสัดส่วนส่งออกไปตลาดสหรัฐและอียู สัดส่วนส่งออกไปญี่ปุ่นที่ลดลงมาจากผู้ส่งออกไม่สามารถรับคำสั่งซื้อได้เต็มที่เพราะยิ่งรับคำสั่งซื้อมากก็ยิ่งขาดทุนมาก และถ้าเงินบาทยังคงแข็งค่า เชื่อว่าสัดส่วนส่งออกไปญี่ปุ่นก็จะลดลงอีก แต่สัดส่วนส่งออกไปตลาดญี่ปุ่นอาจเพิ่มขึ้นได้หากภาครัฐจัดการไม่ให้เงินบาทผันผวน และให้ค่าเงินบาทมีอัตราแลกเปลี่ยนใกล้เคียงกับประเทศอื่นที่ส่งออกไปญี่ปุ่น

นายสุกิจ คงปิยาจารย์ นายกสมาคมอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มไทย กล่าวว่า การส่งออกเครื่องนุ่งห่มจะเห็นภาวะชะลอตัวชัดเจนช่วงปลายไตรมาส 2 ถึงต้นไตรมาส 3 ปีนี้ ทำให้สินค้าที่ส่งมอบไตรมาส 1 รับคำสั่งซื้อมาตั้งแต่ไตรมาส 3 ปีที่แล้ว ไตรมาส 2 ปีนี้จะประเมินได้ชัดว่า การส่งออกเครื่องนุ่งห่มไปญี่ปุ่นทั้งปีจะขยายตัวหรือไม่ เงินเยนที่อ่อนค่าลงและเงินบาทที่แข็งขึ้น ทำให้ผู้นำเข้าญี่ปุ่นรับราคาได้ลำบากขึ้น ขณะที่ผู้ส่งออกจากประเทศอื่นที่ค่าเงินไม่ผันผวนได้เปรียบผู้ส่งออกไทยทำให้ผู้นำเข้าญี่ปุ่นมีตัวเลือกสั่งซื้อสินค้าจากฐานการผลิตในประเทศที่อัตราแลกเปลี่ยนไม่ผันผวน เช่น เวียดนาม อินโดนีเซีย

ทั้งนี้ การที่เงินเยนอ่อนค่าและเงินบาทแข็งค่าอาจทำให้ไทยเสียโอกาส เครื่องนุ่งห่มไทยอาจหลุดจากแผนการจัดหาสินค้าของบริษัทเทรดดิ้งเฟิร์มญี่ปุ่น และถ้าบริษัทเทรดดิ้งเฟิร์มปฏิเสธการสั่งซื้อสินค้าจากไทยจะทำให้สินค้าไทยเข้าตลาดญี่ปุ่นได้ลำบาก