สัปดาห์หน้าอาจ Sell on Fact ดังนั้นระยะสั้นเหนือ 1,620 จุดน่า ขายปรับพอร์ต บ้าง
SET View
- ประเด็นหลักวันนี้ แม้ว่านายเบน เบอร์นันเก ประธานเฟดออกมาระบุว่าจะยังคงใช้มาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) ต่อไปจนกว่าจะบรรลุเป้าหมายคืออัตราการว่างงานที่ 6.5% และอัตราเงินเฟ้อที่ 2.5% แต่การที่ประธานเฟดระบุเพิ่มเติมว่าอาจลดขนาดการเข้าซื้อพันธบัตรลงจาก 8.5 หมื่นล้านดอลาร์/เดือน หากเศรษฐกิจสหรัฐส่งสัญญาณฟื้นตัว ซึ่งล่าสุดนายวิลเลียม ดัดลีย์ ประธานเฟดสาขานิวยอร์คออกมาระบุว่าอีก 3-4 เดือนข้างหน้าจะสามารถรู้ได้ว่าเฟดจะสามารถลดขนาดการเข้าซื้อพันธบัตรได้หรือไม่ จะเป็นปัจจัยกดดัน SET ในวันนี้ ขณะที่ล่าสุดหลังจากที่ SET ได้ขึ้นไปทดสอบกรอบเป้าหมายในเดือน พ.ค.2556 ซึ่งเราให้ไว้บริเวณ 1,660 (+/-10) จุดแล้ว และมีการถอยตัวลงมา การจะสรุปว่า SET ได้ผ่านจุดสูงสุดในเดือน พ.ค.2556 ไปแล้วที่บริเวณ 1,660 (+/-10) จุด จะมีเงื่อนไขในทางเทคนิคคือ SET ต้องปิดต่ำกว่า 1,620 (+/-5) จุดลงมาเพื่อยืนยันการพักฐานในระยะสั้น ซึ่งจะมีเป้าหมายการพักฐานที่ 1,580 จุดก่อนในเบื้องต้น
- จากกรอบบนของ SET ที่ค่อนข้างจำกัดเมื่อเทียบกับเป้าหมายเดือน พ.ค.2556 ที่ 1,660 (+/-10) จุด และความเสี่ยงระยะสั้นที่มีอยู่กรณี SET ปิดตำกว่า 1,620 จุดอีกครั้ง เรามองว่ากรณีที่ SET ยังคงยืนเหนือบริเวณ 1,620 จุดได้เป็นโอกาสในการขายปรับพอร์ตในระยะสั้น เนื่องจากเรากังวลแรงกดดันที่จะเข้ามาในสัปดาห์หน้า ในลักษณะ “Sell on Fact” หลังจากที่ล่าสุดเราประเมินว่าในการประชุม กนง. ในวันที่ 29 พ.ค.2556 กนง. จะตัดสินใจลดดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% สู่ 2.50% อย่างไรก็ดีในระยะกลางเรามอง SET ยังคงเป็นขาขึ้น และยังคงเป้าหมาย SET ไว้ที่ 1,695 จุด
- กลยุทธ์การลงทุน : สำหรับการลงทุนระยะสั้น (1-2 สัปดาห์) แนะนำใช้โอกาสที่ SET ยังคงยืนเหนือบริเวณ 1,620 จุดได้ “ทยอยขายปรับพอร์ต” ออกมาบางส่วน แล้วไปรอซื้อกลับใน 2 กรณี คือ 1) ในกรอบ 1,580 (+/-5) จุด หรือ 2) SET กลับขึ้นปิดเหนือ 1,660 จุดได้อีกครั้งในหุ้น BBL, BAY, LIVE, SEAFCO, CK, LH, QH, BCP, AMATA, MSC, SYMC และ INET









