พักตัวไม่ต่ำกว่า 1,620 จุด ลุ้นแรงซื้อต่างชาติหนุนขึ้นทดสอบ 1,660 จุดก่อนในเบื้องต้น
SET View
- ประเด็นหลักวันนี้ มุมมองของตลาดต่อแนวโน้มการขยายตัวของกำไรสุทธิในตลาดหุ้นภูมิภาคแย่ลงเล็กน้อย สะท้อนออกมาจากการที่ในสัปดาห์ที่ผ่านมา Bloomberg ปรับประมาณการอัตราการขยายตัวของกำไรสุทธิในปี 2556 โดยเฉลี่ยของดัชนี MSCI Asia ex Japan ลง 1.1% WoW สู่ระดับ 11.2% YoY ซึ่งสอดคล้องกับการที่ในสัปดาห์ที่ผ่านมามีกระแสเงินทุนไหลเข้าตลาดหุ้นเอเชียเพียง 416 ล้านดอลลาร์ เทียบกับ 1.25 พันล้านดอลลาร์ในตลาดหุ้น Emerging Market อย่างไรก็ดีเรายังคงมองว่าอัตราการขยายตัวของกำไรสุทธิ (Earnings Growth) จะยังคงเป็นจุดเด่นที่สามารถทำให้แนวโน้มตลาดหุ้นไทย Outperform ภูมิภาคต่อไป เนื่องจากในสัปดาห์ที่ผ่านมา Bloomberg ปรับประมาณการอัตราการขยายตัวของกำไรสุทธิของตลาดหุ้นไทยในปี 2556 ลงเพียง 0.8% WoW มาอยู่ที่ 23.2% YoY
- เรายังคงมองว่าสัญญาณการ Switch ของนักลงทุนต่างชาติออกจากตลาดพันธบัตรมายังตลาดหุ้นยังคงต่อเนื่อง สะท้อนออกมาจากการที่ต่างชาติขายสุทธิในตลาดพันธบัตร 3 วันติดต่อกันราว 1.48 หมื่นล้านบาท ขณะที่ซื้อสุทธิในตลาดหุ้น 1.32 พันล้านบาท ดังนั้นในเชิงแนวโน้มตราบใดก็ตามที่ SET ยังคงไม่ลงไปปิดต่ำกว่า 1,620 จุด ในระยะ 1 เดือนเรายังคงเป้าการพลิกกลับตามรูปแบบ Double Bottom Reversal ไว้ที่ 1,660 (+/-10) จุด ขณะที่ในสัปดาห์ที่ผ่านมาหุ้นที่ถูก Bloomberg ปรับประมาณการกำไรสุทธิในปี 2556 ขึ้นมากที่สุด ได้แก่ KTC (+56%), TASCO (+24%) และ THAI (+10%) ขณะที่หุ้นที่ถูกปรับประมาณการกำไรสุทธิลงมากที่สุด ได้แก่ SGP (-40%), MALEE (-12%) และ IRPC (-9%)
- กลยุทธ์การลงทุน : สำหรับการลงทุนระยะสั้น (1-2 สัปดาห์) แนะนำ “ทยอยซื้อสะสม” กรณีที่ SET ยังคงปิดไม่ต่ำกว่า 1,620 (+/-5) จุด ในหุ้น BBL, BAY, LIVE, SEAFCO, CK, LH, QH, BCP, AMATA, MSC, SYMC และ INET อย่างไรก็ดีในกรณีที่ SET ปิดต่ำกว่า 1,620 (+/-5) จุด จะเป็นจังหวะที่ควรขายในลักษณะ “Short Against” ลดความเสี่ยง









