ทอท.เข็น'สุวรรณภูมิ'ขึ้นชั้นสนามบินระดับโลก "ระวีวรรณ"ลั่นจะใช้ประสบการณ์ 34 ปี ที่ทำงานใน ทอท.มาทำ 18 เดือนที่เหลืออยู่ให้ดีที่สุด
ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิของไทย เปิดให้บริการปลายปี 2549 โดยมีขีดความสามารถรองรับผู้โดยสารปีละ 45 ล้านคน หลังจากเปิดให้บริการมาเกือบ 7 ปี ท่าอากาศยานแห่งชาติของไทยอยู่ในสภาพแออัด ซึ่งเป็นผลจากการเติบโตของอุตสาหกรรมการบิน ส่งผลให้ปริมาณผู้โดยสารและเที่ยวบินมีอัตราการขยายตัวเพิ่มขึ้น โดยในปี 2555 ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิมีปริมาณผู้โดยสารสูงถึง 53 ล้านคน และมีปริมาณเที่ยวบินรวม 314,199 เที่ยวบิน จึงเป็นความท้าทายของผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิคนใหม่ว่าจะแก้ปัญหานี้อย่างไรในระหว่างที่การขยายท่าอากาศยานระยะที่ 2 ต้องใช้เวลาอีกประมาณ 4 ปี
นางระวีวรรณ เนตระคเวสนะ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. ให้สัมภาษณ์กับ "กรุงเทพธุรกิจ" ว่า ภารกิจเร่งด่วนหลังจากรับตำแหน่ง คือ ต้องเร่งปรับปรุงการให้บริการและการบริหารจัดการของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยมีเป้าหมายเบื้องต้นว่า ในปี 2557 ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิต้องกลับมาเป็นท่าอากาศยานอันดับที่ 25 ของโลกจากการจัดอันดับของ Skytrax ซึ่งเป็นการกลับสู่สถานะเดิมในปี 2555 หลังจากปี 2556 ตกมาอยู่อันดับที่ 38 ซึ่งเป็นผลจากการรองรับผู้โดยสารเกินขีดความสามารถ
ส่วนการผลักดันให้ติดอันดับ 1 ใน 10 ท่าอากาศยานของโลกนั้น ต้องยอมรับว่าเป็นภารกิจที่ใหญ่มากและเป็นเรื่องที่ไม่ง่ายนัก เพราะปัจจุบันท่าอากาศยานสุวรรณภูมิรองรับผู้โดยสารเกินขีดความสามารถที่กำหนดไว้ คือ 45 ล้านคน ซึ่งเป็นผลจากการเติบโตอย่างรวดเร็วของธุรกิจการบิน จึงส่งผลกระทบต่อภาคการบริการ ส่วนการขยายท่าอากาศยานสุวรรณภูมิระยะที่ 2 จะแล้วเสร็จในปี 2560 ซึ่งจะรองรับผู้โดยสารเพิ่มขึ้นเป็นปีละ 60 ล้านคน
ทั้งนี้ แนวทางที่สามารถเป็นไปได้ คือ การเพิ่มประสิทธิภาพด้านปฏิบัติการ หรือ Operation ซึ่งไม่ได้เกี่ยวข้องกับ ทอท. โดยตรง เพราะการให้บริการของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิประกอบด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหลายหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน รวมทั้งคณะกรรมการดำเนินงานธุรกิจการบิน(AOC) เป้าหมายใหญ่ของ ทอท. คือ การทำความเข้าใจกับทุกหน่วยงานเพื่อสร้างความเป็นเอกภาพในการบริหารจัดการ
"ต้องทำความเข้าใจกับทุกหน่วยงานให้เป็นหนึ่งเดียวกัน เดินไปด้วยกัน ทำงานเป็นทีม เพราะท่าอากาศยานสุวรรณภูมิคือความภูมิใจของคนไทยทุกคน ไม่ใช่ของ ทอท. แต่เป็นภาพลักษณ์ของประเทศ สาระสำคัญไม่ใช่อันดับที่เท่าใด เพราะมีองค์ประกอบจากหลายด้าน แต่ถ้าพูดถึงสุวรรณภูมิ ทุกคนบอกว่าบริการดี นั่นคือ ความสำเร็จ"
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าจะมีความพร้อมด้านการเงิน แต่ถ้าไม่มีความพร้อมด้าน Operation คงเป็นไปไม่ได้ที่อันดับของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิจะดีขึ้น และเมื่อธุรกิจหลักคือการให้บริการท่าอากาศยาน ความต้องการของลูกค้าคือสายการบินจึงเป็นเรื่องสำคัญมาก แน่นอนว่าทุกสายการบินต้องการสิ่งที่ดีที่สุด แต่ ทอท. ต้องสนับสนุนบนความพอดีของทั้งสองฝ่าย โดยบริหารจัดการให้ทุกสายการบินได้รับประโยชน์เท่าเทียมกัน หรือ Win Win ด้วยกันทุกฝ่าย รวมทั้งบริหารจัดการด้าน Operation ให้ดียิ่งขึ้น และประสานงานกับสายการบินอย่างใกล้ชิดพร้อมรับฟังข้อเสนอต่างๆ
ในปีที่ผ่านมา ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ มีผู้ใช้บริการ 53 ล้านคน และในปีนี้คาดว่าจะมีผู้ใช้บริการ 50.57 ล้านคน เพราะสายการบินส่วนหนึ่งโดยเฉพาะกลุ่มไทยแอร์เอเชียย้ายไปให้บริการที่ท่าอากาศยานดอนเมือง ส่วนในปี 2557 คาดว่าจะมีผู้ใช้บริการ 53.77 ล้านคน และ ปี 2558 คาดว่าจะมีผู้ใช้บริการ 56.96 ซึ่งแนวทางการย้ายเที่ยวบินบางส่วนไปให้บริการที่ท่าอากาศยานดอนเมืองเพื่อลดความแออัดของสุวรรณภูมิ โดยเฉพาะกลุ่มพันธมิตรการบินวันเวิลด์ซึ่งมีสายการบิน บริติช แอร์เวย์ส เป็นแกนนำ จะต้องพิจารณาถึงความต้องการของสายการบิน รวมทั้งสร้างแรงจูงใจและจัดเตรียมความพร้อมด้านสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ทั้งความพร้อมในการเชื่อมต่อเที่ยวบินและความพร้อมในการให้บริการด้านขนส่งสินค้า
ส่วนการเป็นผู้บริหารหญิงคนแรกที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมินั้น อาจเป็นเพราะว่าคณะกรรมการ ทอท. ต้องการสื่อให้เห็นถึงความอ่อนนอกแข็งใน ซึ่งจุดแข็งของตนคือผ่านงานสาย Operation มาเกือบตลอดอายุการทำงานในทอท. จึงมีความคุ้นเคยกับสายการบินเป็นอย่างดี ประกอบกับมีความยืดหยุ่นในการทำงาน เป้าหมายคือการทำงานที่สอดประสานกันจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
อย่างไรก็ตาม แม้จะมีประสบการณ์ทำงานกับทอท.มาเป็นเวลา 34 ปี แต่ยอมรับว่าการทำงานในตำแหน่งผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิมีความกดดันเช่นกัน ซึ่งความกดดัน คือ เรื่องกฎระเบียบต่างๆ เพราะส่วนตัวเป็นคนทำงานเร็วและเป็นคนลุย จึงกลัวว่าจะผิดกรอบระเบียบหรือนโยบายที่ถูกต้อง ส่วนความกดดันเรื่องอื่นไม่มี เพราะว่าจุดมุ่งหมาย คือ การทำงานเพื่อความสำเร็จขององค์กร ซึ่งต้องแข่งขันในตลาดโลก
"จะใช้ประสบการณ์ 34 ปี มาทำงานที่เหลืออยู่ 18 เดือนให้ดีที่สุด นอกจากการผลักดันท่าอากาศยานสุวรรณภูมิให้ไต่อันดับสูงขึ้นแล้ว อีกเป้าหมายหนึ่ง คือ การออกจาก ทอท. โดยไม่มีคดีความใดๆ ติดตัว และสุวรรณภูมิในยุคนี้ คือ ทุกคนที่ทำงานต้องคุยกัน ผิดพลาดร่วมกัน รับผิดชอบร่วมกัน สำเร็จร่วมกัน"









