แบงก์เล็งเปิดสาขาขนาดเล็กขยายพื้นที่ให้บริการได้กว้างขึ้นหลังธปท.อนุญาตให้ลดธุรกรรมในการเปิดสาขาลงได้ หวังช่วยลดต้นทุน
นายสุภัค ศิวะรักษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย เปิดเผยถึงกรณีที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้เพิ่มความยืดหยุ่นเปิดสาขาของธนาคารพาณิชย์ให้เปิดสาขา โดยไม่ต้องมีบริการให้ครบทั้ง 4 ประเภท ได้แก่ รับฝากเงิน ถอนเงิน โอนเงิน และเปิด-ปิดบัญชีเงินฝากเหมือนในอดีตว่า เป็นการเอื้อประโยชน์ให้ธนาคารขนาดเล็กขยายได้มากขึ้น เพราะสาขาขนาดเล็กที่ไม่จำเป็นต้องมีบริการครบทุกรูปแบบ จะช่วยลดต้นทุนการเปิดสาขาของธนาคารลงได้ ทำให้เข้าถึงลูกค้าได้มากขึ้น
ปัจจุบันธนาคารมี 160 สาขา และปีนี้มีเป้า ขยายเพิ่มอีก 20 แห่ง เป็นสาขาเต็มรูปแบบ แต่หลังจากธปท.ผ่อนคลายเกณฑ์ในการเปิดสาขา ธนาคารอยู่ระหว่างศึกษาความเป็นไปได้ในการเปิดสาขารูปแบบใหม่ที่มีขนาดเล็กลง โดยสาขาเต็มรูปแบบของธนาคาร ยังมุ่งเน้นการเข้าไปเปิดสาขาในเมืองตามกลุ่มเป้าหมายของธนาคารที่จับกลุ่มชนชั้นกลาง ส่วนสาขารูปแบบใหม่ จะเจาะเฉพาะพื้นที่มากขึ้น เช่นเข้าไปเปิดสาขาในย่านอุตสาหกรรมเพื่อรับเงินฝาก จ่ายเงินเดือนให้พนักงานในพื้นที่เท่านั้น
"กติกานี้เหมาะกับธนาคารขนาดเล็ก ที่จะเข้าไปเจาะลูกค้าในพื้นที่ที่มีรัศมีกว้างขึ้น จากสาขาหลักที่จะอยู่ตามหัวเมืองหลัก โดยสาขาเต็มรูปแบบจะทำหน้าที่เป็นสาขาแม่ เพราะที่ผ่านมาธนาคารจะเน้นเปิดสาขาแบบกระจุกตัวในพื้นที่หลัก เพราะเป็นแบงก์เล็ก กติกาใหม่ของธปท.ช่วยให้เราเข้าถึงลูกค้าง่ายขึ้น ใช้พื้นที่น้อยลง จำนวนพนักงานก็ลดลงจากสาขาเต็มรูปแบบที่มีพนักงาน 8-12 คน แต่สาขาขนาดเล็กใช้เพียง 1-2 คนเท่านั้น"
ส่วนนายธีรนันท์ ศรีหงส์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า ธนาคารพร้อมเปิดสาขารูปแบบใหม่ที่มีขนาดเล็กลง ที่ผ่านมาธนาคารได้ขออนุญาตธปท.เพื่อขยายสาขารูปแบบนี้แล้ว โดยเป้าการขยายสาขาสิ้นปีนี้จะเพิ่มขึ้นเป็น 935 แห่ง จาก 860 แห่ง ซึ่งสาขาที่เพิ่มขึ้นส่วนใหญ่จะเป็นสาขาขนาดเล็ก เพื่อต้นทุนที่ลดลง
ทั้งนี้สาขาขนาดเล็กจะอยู่ห่างสาขาแม่ 30 กิโลเมตร เน้นการเข้าไปเปิดสาขาในต่างจังหวัดตามย่านชุมชน โดยเฉพาะตามห้างไฮเปอร์มาร์ท เพื่อให้สอดคล้องกับชีวิตประจำวันของลูกค้า สำหรับต้นทุนต่อสาขาคาดจะลดลง 50% ขณะที่จำนวนพนักงานลดลงเดิมที่สาขาเต็มรูปแบบจะใช้พนักงาน 10 คน แต่สาขาขนาดเล็กใช้พนักงาน 2-3 คนเท่านั้น









