"อัมมาร"หนุนรัฐงัดยาแรง บีบต่างชาติทำประกันความเสี่ยงค่าเงินบาท หวังสกัดเงินร้อน เก็งกำไรค่าเงินบาท ชี้แก้ปัญหาตรงจุด
นายอัมมาร สยามวาลา นักวิชาการเกียรติคุณ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) เปิดเผยว่า เห็นด้วยที่รัฐบาลเตรียม 4 มาตรการไว้ดูแลสถานการณ์ค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น โดยเฉพาะมาตรการที่ให้นักลงทุนต่างชาติที่นำเงินทุนเข้ามาลงทุนในไทยต้องทำประกันความเสี่ยงของอัตราแลกเปลี่ยน เพื่อไม่ให้ได้รับผลตอบแทนในเชิงบวก และไม่ให้ได้รับผลกระทบในเชิงลบ ซึ่งเป็นการแก้ปัญหาที่ตรงจุดมากที่สุด
ทั้งนี้ หากรัฐบาลมองว่าปัญหาค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นมาจากเงินทุนที่ไหลเข้ามาเก็งกำไรในส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย โดยสนับสนุนให้ดำเนินการทันที จนกว่าสถานการณ์อัตราดอกเบี้ยในต่างประเทศจะปรับตัวสูงใกล้เคียงกับอัตราดอกเบี้ยของไทย เนื่องจากการบังคับให้นักลงทุนต่างชาติทำประกันความเสี่ยงจะทำให้นักลงทุนไม่ได้รับผลกำไรจากค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น
อย่างไรก็ตาม หากมีมาตรการดังกล่าวออกมาแล้วสามารถแก้ไขปัญหาค่าเงินบาทได้ รัฐบาลจะต้องยอมรับหากมีผลกระทบต่อการลงทุนในตลาดตราสารหนี้และตลาดหุ้น
ยันดอกเบี้ยนโยบาย2.75%เหมาะสมศก.
ส่วนแนวคิดเอกชนให้การปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 1% นายอัมมร กล่าวว่า ไม่มีความจำเป็นเพราะอัตราดอกเบี้ยที่ 2.75% ในปัจจุบัน เหมาะสมกับภาวะเศรษฐกิจไทยอยู่แล้ว การที่ธนาคารกลางหลายประเทศดำเนินนโยบายดอกเบี้ยต่ำ เพราะประเทศเหล่านั้นมีปัญหาเศรษฐกิจ ขณะที่ประเทศไทยมีพื้นฐานเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง และไม่มีปัญหาการว่างงาน
หนุนกนง.กำหนดเป้าหมายเงินเฟ้อ
นายอัมมาร ในฐานะเป็นอดีตคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ยังมองว่า ที่ผ่านมา กนง.ให้ความสำคัญทั้งเป้าหมายเงินเฟ้อและสถานการณ์ของอัตราแลกเปลี่ยน โดยอิงกับเงินสกุลภูมิภาคมากกว่าเงินดอลลาร์สหรัฐ แม้ว่าจะให้น้ำหนักกับอัตราแลกเปลี่ยนน้อยกว่าเงินเฟ้อก็ตาม แต่ กนง.ได้พิจารณาผลกระทบต่อภาพรวมเศรษฐกิจ และตั้งเป้าหมายอัตราแลกเปลี่ยนในระยะสั้นให้มีความเหมาะสมกับเศรษฐกิจมาโดยตลอด
การใช้นโยบายอัตราแลกเปลี่ยนลอยตัวแบบยืดหยุ่นเหมาะสมกว่าการอัตราแลกเปลี่ยนแบบคงที่ ซึ่งเป็นระบบที่เกิดขึ้นก่อนเกิดวิกฤติปี 2540 เพราะภาคเอกชนจะทำธุรกิจที่อิงอัตราแลกเปลี่ยนแบบคงที่จนเกินไป หากมีการเปลี่ยนแปลงจะปรับตัวไม่ทัน
หนุนกฎหมายธปท.ป้องกันการเมืองล้ำเส้น
อดีตกรรมการกนง. ยังกล่าวอีกว่า เห็นด้วยกับเรื่องอำนาจการปลดผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ตามพระราชบัญญัติธนาคารแห่งประเทศไทยมาตรา 28/19 ที่ระบุ การปลดผู้ว่าการ ธปท. จะต้องมีความประพฤติเสื่อมเสียอย่างร้ายแรง ทุจริตต่อหน้าที่ หรือบกพร่องในหน้าที่อย่างร้ายแรง เพราะจะทำให้เกิดความสมดุลในการบริหารงาน และไม่ให้การปลดผู้ว่าการ ธปท. ผูกพันกับอำนาจทางการเมือง









