แบงก์ระเบิดศึกชิงเงินฝากรุนแรง ไทยพาณิชย์รับเงินฝากโตน้อยกว่าสินเชื่อมา 2-3 ปีแล้ว ทำให้ต้นทุนเงินฝากแพง ธ.ก.ส.ฮอตฝาก 5 เดือน ดอกเบี้ย 5%
นางกรรณิกา ชลิตอาภรณ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า การแข่งขันของธนาคารพาณิชย์ขณะนี้ มีความรุนแรงทุกตลาด ทั้งสินเชื่อรายย่อย รายใหญ่ และเอสเอ็มอี โดยเฉพาะเอสเอ็มอี ถือเป็นตลาดที่ธนาคารต้องการเข้าไปแข่งขันเพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาด เพราะขณะนี้ยังเป็นรองจากอันดับ 3 ของตลาด ขณะที่สินเชื่อเติบโตได้ดี แต่การเพิ่มขึ้นของเงินฝากยังเติบโตในระดับต่ำกว่าสินเชื่อ
"ปีที่ผ่านมาสินเชื่อทั้งระบบขยายตัว 14% เทียบกับเงินฝากที่เพิ่มขึ้นในอัตรา 11% ซึ่งการเติบโตของเงินฝากอยู่ในระดับต่ำกว่าสินเชื่อมาเป็นเวลา 2-3 ปีแล้ว ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา จะเห็นการแข่งขันเงินฝากรุนแรงต่อเนื่อง ทำให้ต้นทุนเงินฝากเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะเงินฝากรูปแบบพิเศษ ที่กลายเป็นฐานเงินฝากหลักของธนาคารพาณิชย์ไปแล้ว ดอกเบี้ยเงินฝากในกระดานแทบไม่มีความหมาย ความแตกต่างของเงินฝากและเงินกู้ยังกระทบต่อส่วนต่างดอกเบี้ยของธนาคารด้วย "
สำหรับภาพรวมของการแข่งขันด้านเงินฝากนั้น หากดูจากในงานมหกรรมการเงิน ที่เริ่มต้นขึ้นในวานนี้ (9 พ.ค.) จะเห็นได้ว่าสถาบันการเงินแต่ละแห่งมีการแข่งขันกันสูงมาก โดยเฉพาะธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ที่เสนอแคมเปญเงินฝากประจำ 5 เดือนดอกเบี้ยสูงถึง 5% รับฝากขั้นต่ำ 50,000 บาท ไม่เกิน 500,000 บาท ถือว่าสูงที่สุดในงาน เทียบกับธนาคารพาณิชย์ที่เสนอดอกเบี้ยเงินฝากสูงที่สุดในงานเช่นธนาคารกรุงไทย เงินฝากประจำ 47 เดือน ดอกเบี้ย 3.77%
ธนาคารไอซีบีซีที่นำเงินฝากประจำตั่วถั่ง ระยะเวลา 8 เดือน ดอกเบี้ย 3.6% สำหรับลูกค้าที่เปิดบัญชีในงานด้วยวงเงินฝากขึ้นต่ำ 100,000 บาท สูงสุดไม่เกิน 1,000,000 บาทต่อรายการ ธนาคารซีไอเอ็มบีไทยเสนอเงินฝากประจำ 12 เดือน ดอกเบี้ย 3.3% สำหรับลูกค้า CIMB PREFERRED และเงินฝากประจำ 12 เดือนดอกเบี้ย 3.25% สำหรับลูกค้าทั่วไป หรือธนาคารเกียรตินาคิน เสนอดอกเบี้ยเงินฝาก 5 เดือน ดอกเบี้ย 3.25%
ในส่วนของสินเชื่อที่อยู่อาศัย หลังจากที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ออกมาปรามเรื่องการแข่งขันในสินเชื่อที่อยู่อาศัยด้วยการเสนอดอกเบี้ย 0% ทำให้ในงานครั้งนี้ ธนาคารพาณิชย์ไม่ได้ชูสินเชื่อบ้านดอกเบี้ย 0% เหมือนปีที่ผ่านมา แต่ยังมีแคมเปญให้เห็นอยู่บ้าง เช่นธนาคารกรุงไทย และธนาคารอาคารสงเคราะห์ เสนอสินเชื่อบ้านอัตราดอกเบี้ย 0% นาน 8 เดือน ธนาคารธนชาตและธนาคารออมสิน อัตราดอกเบี้ย 0% นาน 6 เดือน
นายชาติชาย พยุหนาวีชัย รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า การที่ธนาคารพาณิชย์ไม่นำเสนอดอกเบี้ยบ้าน 0% ในครั้งนี้เนื่องจากก่อนหน้านี้ธปท.ได้ขอความร่วมมือในการไม่เสนออัตราดอกเบี้ย 0% แต่ทั้งนี้ ธปท. ไม่ได้ห้ามไม่ให้ธนาคารพาณิชย์นำเสนอดอกเบี้ย 0% แต่ให้ธนาคารแจกแจง ดอกเบี้ยให้ลูกค้าเข้าใจว่ามีต้นทุนที่ต้องชำระอยู่ ซึ่งเมื่อลูกค้าทราบต้นทุนเฉลี่ยที่ต้องจ่ายแล้วจะเห็นว่าภาระดอกเบี้ยอยู่ในระดับใกล้เคียงกัน
นายสุภัค ศิวะรักษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารซีไอเอ็มบีไทย กล่าวว่า ธนาคารได้เพิ่มความระมัดระวังการปล่อยสินเชื่อที่อยู่อาศัยทั้งบ้านและคอนโดมิเนียม ด้วยการเน้นการปล่อยกู้ให้กับผู้ประกอบการที่มีประสบการณ์ เนื่องจากมีการศึกษาเปรียบเทียบระหว่างลูกค้าที่ซื้อบ้านในโครงการของผู้ประกอบการรายใหญ่จะมีหนี้เสียต่ำกว่าลูกค้าทั่วไป และหากมีการบังคับคดีก็สามารถนำทรัพย์มาขายทอดตลาดได้ในราคาที่ดีกว่า ขณะที่การประเมินความสามารถในการชำระหนี้ในขณะนี้ธนาคารจะติดตามจากเครดิตบูโร และปล่อยให้กับผู้ซื้อบ้านหลังแรกเท่านั้น ขณะที่สัดส่วนมูลค่าสินเชื่อต่อหลักประกันอยู่ที่ 80-85% หรือมีวงเงินสินเชื่อต่อรายประมาณ 1.5-1.6 ล้านบาท
นายอานุภาพ คูวินิชกุล ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายกลยุทธ์สถาบันการเงิน ธปท. เปิดเผยว่า ไตรมาสแรกปี 2556 ธนาคารพาณิชย์ไทยมียอดการเติบโตของสินเชื่อรวมอยู่ที่ 13.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ถือเป็นการเติบโตที่ชะลอลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้าที่มียอดการเติบโตของสินเชื่ออยู่ที่ 13.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สำหรับสินเชื่อกลุ่มที่มีการเติบโตมากสุด ได้แก่ กลุ่มธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) โดยไตรมาสแรกปี 2556 มียอดการเติบโตอยู่ที่ 16.2%
สำหรับสินเชื่อภาคครัวเรือนนั้น กลุ่มที่มีอัตราการเติบโตของสินเชื่อมากสุด ยังคงเป็นกลุ่มรถยนต์โดยไตรมาสแรกปี 2556 มีอัตราการเติบโตที่ 33.7% ซึ่งเป็นผลจากโครงการรถยนต์คันแรก การเติบโตของสินเชื่อรถยนต์ที่เพิ่มขึ้นค่อนข้างมากนั้น ส่งผลให้ยอดเอ็นพีแอลของสินเชื่อในกลุ่มนี้ปรับเพิ่มขึ้นตามไปด้วย โดยเป็นกลุ่มที่มีระดับเอ็นพีแอลเพิ่มขึ้นมากสุด ซึ่งไตรมาสแรกปี 2556 มียอดเอ็นพีแอลรวมอยู่ที่ 1.3 หมื่นล้านบาทเพิ่มขึ้นประมาณ 13%
อย่างไรก็ตาม หากเทียบระดับเอ็นพีแอลต่อการเติบโตของสินเชื่อในกลุ่มเช่าซื้อรถยนต์นั้น พบว่าระดับเอ็นพีแอลต่อสินเชื่อเพิ่มขึ้นเพียงแค่ 0.1% เท่านั้น
"โดยปกติแล้วสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ที่ปล่อยไป ถ้าจะกลายเป็นเอ็นพีแอลก็มักจะปรากฏให้เห็นตั้งแต่ในปีแรก ดังนั้นหากผ่านพ้นหนึ่งปีไปได้ และระดับเอ็นพีแอลไม่สูงขึ้น ความน่าเป็นห่วงตรงนี้ก็ถือว่าลดลงตามไปด้วย ซึ่งเราเองก็ติดตามดูอยู่"นายอานุภาพ กล่าว









