"โกลบอลเฮ้าส์-โฮมโปร" ประกาศไตรมาสแรกปีนี้กำไรโตทั้งคู่ ด้านผู้บริหารโกลบอลเฮ้าส์ เผยเตรียมลุยตั้งสาขาต่างประเทศ เล็ง "พม่า-อินโดนีเซีย"
ข้อมูลจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ระบุว่า บริษัทสยามโกลบอลเฮ้าส์ หรือ GLOBAL ประกาศกำไรสุทธิไตรมาสแรกปีนี้อยู่ที่ 295.08 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 106.29% จากงวดเดียวกันปีก่อนมีกำไรสุทธิ 143.03 ล้านบาท โดยบริษัทมียอดขายสิ้นสุดวันที่ 31 มี.ค.ที่ผ่านมา 3,612.08 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของปี 2555 จำนวน 1,112.66 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 44.52% เนื่องมาจากการเติบโตของสาขาเดิมและการเปิดสาขาใหม่เพิ่มขึ้น
ขณะที่รายได้อื่นอยู่ที่ 109.84 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของปี 2555 จำนวน 65.38 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 147.05%เป็นผลเนื่องมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการส่งเสริมการขาย
บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ หรือ HMPRO รายงานกำไรงวดไตรมาสแรกปีนี้ มีกำไรสุทธิ 691.48 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 12.89% จากงวดเดียวกันปีก่อนมีกำไร 612.53 ล้านบาท เนื่องจากรายได้จากการขาย มีจำนวน 9,390 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันปีก่อนคิดเป็น 11.69% การเพิ่มขึ้นของยอดขายเป็นผลจากการเปิดสาขาใหม่ ขณะที่มีกำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 16.9% โดยมีอัตรากำไรขั้นต้นต่อยอดขายเท่ากับ 26.01% เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันปีก่อนอยู่ที่ 24.84%
ทั้งนี้นายวิทูร สุริยวนากุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สยามโกลบอลเฮ้าส์ คาดว่า รายได้ไตรมาส 2 ปีนี้ จะเติบโตต่อเนื่องจากไตรมาสแรกปีนี้ หลังจากที่บริษัทได้มีความร่วมมือทางด้านธุรกิจกับเครือบริษัทปูนซิเมนต์ไทย หรือเอสซีจี หรือ SCC รวมถึงบริษัทจะขยายสาขาเพิ่มขึ้นอีก 4 สาขา จากแผนทั้งปีที่จะสาขาใหม่ 12 สาขา
บริษัทได้มีการเพิ่มสัดส่วนสินค้าเฮ้าส์แบรนด์มากขึ้นเป็น 15% ทำให้สามารถจัดการต้นทุนได้ดียิ่งขึ้น และเป็นสินค้าที่มีอัตรากำไรสูงกว่าสินค้าทั่วไปที่วางขายในสาขาของบริษัท จึงน่าจะทำให้ทั้งรายได้และกำไรเติบโตต่อเนื่อง โดยคาดอัตรากำไรสุทธิในปีนี้ จะเติบโตขึ้นเป็น 7% จากที่ปี 2555 ทำได้ในระดับ 5.9 %
"บริษัทยังอยู่ระหว่างศึกษาการขยายลงทุนในต่างประเทศทั้งพม่า และอินโดนีเซีย โดยบริษัทมีความสนใจหากจะมีพันธมิตรเข้ามาร่วมมือกัน แต่หากไม่มีพันธมิตรท้องถิ่นเข้ามา บริษัทมีความพร้อมที่จะเข้าไปขยายธุรกิจด้วยตัวเอง อาจได้ข้อสรุปปีนี้หรือปีหน้าก็ได้ ขึ้นอยู่กับความพร้อม ส่วนการจะไปเปิดเอง หรือร่วมมือกับพันธมิตรท้องถิ่น ก็ยังศึกษาความเป็นไปได้อยู่"นายวิทูรกล่าว
จากการสำรวจข้อมูลจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยพบว่า ราคาหุ้นบริษัทสยามโกลบอลเฮ้าส์ ตั้งแต่บริษัทย่อยของปูนซิเมนต์ไทย (SCC) ได้เข้ามาถือหุ้นจำนวน 224 ล้านหุ้น คิดเป็น 31% และกลายเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่สุด ทั้งนี้ บริษัทปูนฯมีต้นทุนในการซื้อหุ้นสยามโกลบอล ราคาหุ้นละ 14 บาท หากนำมาเปรียบเทียบกับราคาหุ้นอยู่ที่ 23.30 บาท พบว่ามีกำไรส่วนต่างจากราคาหุ้นประมาณ 66% ขณะที่ราคาหุ้นตั้งแต่เดือนก.พ.ที่ผ่านมา ราคาปรับขึ้นต่อเนื่อง โดยราคาเคยปรับตัวขึ้นไปสูงสุด 23.70 บาท ต่ำสุด 22.40 บาท ราคาเฉลี่ย 23.25 บาท
เมื่อวันที่ 4 ก.พ.ที่ผ่านมา บริษัทสยามโกลบอลเฮ้าส์ ได้รายงานการขายหุ้นเพิ่มทุนให้บริษัท เอสซีจี ดิสทริบิวชั่น ในราคาหุ้นละ 14 บาท มูลค่ารวม 3,136 ล้านบาท โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อการลงทุนขยายสาขา และหลังจากได้รับเงินค่าหุ้นเพิ่มทุน บริษัทได้นำเงินดังกล่าวทั้งจำนวน หลังหักค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้อง มาใช้ในการบริหารสภาพคล่อง กล่าวคือ ชำระคืนเงินเบิกเกินบัญชี เงินกู้ยืมระยะสั้นจากสถาบันการเงิน และเงินกู้ยืมระยะยาว ซึ่งบริษัทได้ประโยชน์จากการลดภาระดอกเบี้ยจ่าย และยังเพิ่มความสามารถในการกู้เงิน เพื่อรองรับการขยายสาขาในอนาคตตามแผนที่วางไว้









