พาณิชย์ห่วงบาทแข็ง! ธุรกิจเจ๊งกระจาย 4 เดือนแรก ผู้ส่งออกขาดทุนจนต้องเลิกกิจการ 127 ราย จี้ธปท.หามาตรการรับมือ-ลดดบ. ห่วงเลิกกิจการเพิ่ม
นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ผลกระทบจากค่าเงินบาทแข็งค่าตั้งแต่ปลายปี 2555 จนถึงปัจจุบัน ส่งผลให้ผู้ประกอบธุรกิจส่งออกส่วนใหญ่ประสบปัญหาขาดทุน และต้องจดทะเบียนเลิกกิจการในช่วง 4 เดือนแรก (ม.ค.-เม.ย.56) แล้วถึง 127 ราย แต่หากนับเฉพาะเดือนเม.ย.2556 มีผู้ส่งออกเลิกกิจการ 29 ราย โดยส่วนใหญ่เป็นผู้ส่งออกกลุ่มยานยนต์ สินค้าเกษตร เสื้อผ้าแฟชั่นรวม 25 ราย เภสัชกรรม 2 ราย และสินค้าอุปโภคบริโภค 2 ราย
"ยอดผู้ส่งออกที่เลิกกิจการในปีนี้ที่มี 127 ราย แม้ภาพรวมจะลดน้อยกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มี 144 ราย แต่จุดที่น่าสังเกตคือ สาเหตุของการเลิกกิจการในปีนี้ส่วนใหญ่ระบุว่า ประสบปัญหาขาดทุนมาเป็นอันดับหนึ่ง แตกต่างจากปีก่อนที่มีสาเหตุจากการขัดแย้งธุรกิจ การลาออก หรือการตายของหุ้นส่วน"
ทั้งนี้ ยอดจดทะเบียนเลิกกิจการของผู้ส่งออกในเดือนนี้ค่อนข้างน่าวิตก และเกรงว่าหากธนาคารแห่งประเทศไทยไม่มีมาตรการดูแลปัญหาค่าเงินอย่างชัดเจน หรือการลดดอกเบี้ยลง อาจทำให้ยอดผู้ส่งออกเลิกกิจการเดือนพ.ค. และเดือนถัดไปเพิ่มขึ้นอีกได้ ดังนั้นจึงต้องการส่งสัญญาณปัญหาค่าเงินบาทแข็งค่าไปถึงคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ให้เร่งแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วน
ขณะเดียวกันจะนำตัวเลขการจดทะเบียนนำเสนอให้น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี พิจารณาอีกด้วย ขณะที่ยอดจดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจใหม่ของผู้ส่งออกในเดือนเม.ย. มี 257 ราย รวม 4 เดือน มี 1,236 ราย ซึ่งเป็นตัวเลขที่เพิ่มขึ้น เพราะผู้ประกอบการเชื่อมั่นจากมาตรการสนับสนุนคนไทยไปลงทุนต่างประเทศของรัฐบาล









