วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

เอชเอสบีซีคาดธปท.ไม่ใช้ยาแรงแก้บาทแข็ง

เอชเอสบีซีประเมินแบงก์ชาติไม่ใช้มาตรการคุมเงินทุนรุนแรง คาดจะแข็งที่ 28.9 บาทต่อดอลลาร์ สิ้นปีนี้

นายพอล แมคเคล กรรมการผู้จัดการและผู้อำนวยการบริหารศูนย์วิจัยสกุลเงินภูมิภาคเอเชีย ธนาคารเอชเอสบีซี กล่าวว่า มาตรการที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะนำมาใช้น่าเพื่อแก้ไขปัญหาเงินบาทแข็งค่านั้นน่าจะเป็นความพยายามชะลอบริหารค่าเงินไม่ให้มีอัตราการแข็งค่าเร็วเกินไป และจะทำให้ได้อย่างประเทศอื่นปล่อยค่าเงินแข็งแบบค่อยเป็นค่อยไป หวังให้นักลงทุนกับบริษัทในประเทศปรับตัวได้ หรือคุมตลาดให้สงบ ไม่น่าจะเป็นมาตรการเข้มเกินไปจนส่งผลกระทบ สร้างความผันผวนและทำให้ตลาดผิดหวัง เหมือนที่เคยเกิดขึ้นในปี 2549

"เราเข้าใจถึงความกังวลของหน่วยงานรัฐต่างๆของไทยเมื่อบาทแข็งค่าเร็วมาก โดยเฉพาะช่วงเยนอ่อนค่าผลจากคิวอีญี่ปุ่น แต่ไทยได้ประโยชน์ตรงนี้เมื่อบริษัทญี่ปุ่นขนเงินมาลงทุนมากขึ้น และการพิจารณาใช้มาตรการคุมเงินทุนเป็นเรื่องที่นักลงทุนต่างชาติจับตามองกันอยู่ และยังไม่ได้มองว่ามีอะไรรุนแรงเกิดขึ้น อีกทั้งมีบทเรียนในอดีตให้เห็นอยู่แล้วว่าการทำอะไรที่รุนแรงมากนั้น ย่อมมีผลกระทบต่อประเทศค่อนข้างสูง นักลงทุนจึงไม่คาดว่าจะแบงก์ชาติจะนำมาตรการรุนแรงอะไรมาใช้"

อย่างไรก็ตาม ประเมินว่า การที่เงินทุนจากไทยจะไหลกลับเข้าตลาดยุโรปและสหรัฐในช่วง 2-3 ปีข้างหน้านั้น ยังไม่มีโอกาสเกิดขึ้น เนื่องจากนักลงทุนมองว่า ตลาดไทยเป็นแหล่งลงทุนที่ดีและปลอดภัย และมีภาพกับเรื่องราวทางเศรษฐกิจที่ดี ซึ่งสอดคล้องกับภาพที่ดีของเศรษฐกิจชาติอื่นในเอเชีย ไม่ว่าเป็นเกาหลีใต้, ฟิลิปปินส์, มาเลเซียและอินโดนีเซีย นักลงทุนต่างชาติยังมองหาแหล่งที่พวกเขาจะกระจายสินทรัพย์การลงทุน และไทยเป็นหนึ่งในตลาดที่ต่างชาติอยากกระจายการลงทุนบนพื้นฐานหรือมุมมองที่เข้ามาลงทุนในระยะยาว

ทั้งนี้ คาดว่า อัตราการแข็งค่าของบาทช้าลงในไตรมาส 2 ปีนี้ ในช่วงที่เหลือของปีนี้คาดว่าบาทจะแข็งค่าอย่างช้าๆอาจไปอยู่ที่ระดับ 28.9 บาทต่อดอลลาร์สิ้นปีนี้ ซึ่งเป็นการแข็งค่าต่อเนื่องเช่นเดียวกับค่าเงินเอเชียอื่นๆ