รายจ่ายค่าการกุศลสาธารณะ (3)

ขอนำหลักเกณฑ์ และเงื่อนไขเกี่ยวกับการมีส่วนร่วมรับผิดชอบในสังคม หรือ CSR (Corporate Social Responsibility) ในทางภาษีอากร
สำหรับรายจ่ายค่าการกุศลสาธารณะตามมาตรา 65 ตรี (3) แห่งประมวลรัษฎากร ในการคำนวณกำไรสุทธิ มาเป็นประเด็นปุจฉา – วิสัชนา ต่อจากสัปดาห์ก่อนดังนี้
ปุจฉา “รายจ่ายเพื่อการศึกษา” และ “รายจ่ายเพื่อการกีฬา” ตามที่อธิบดีกำหนดโดยอนุมัติรัฐมนตรี ให้หักได้อีกร้อยละ 2 ของกำไรสุทธิ ตามที่กำหนดไว้ในมาตรา 65 ตรี (3) แห่งประมวลรัษฎากรหมายความว่าอย่างไร
วิสัชนา “รายจ่ายเพื่อการศึกษา”หมายถึง รายจ่ายในการบริจาคเงินหรือทรัพย์สินที่จ่ายให้แก่หรือเพื่อกิจการสถานศึกษา หอสมุดหรือห้องสมุด หรือสถาบันวิจัย ทั้งนี้ เฉพาะของทางราชการหรือการให้ทุนการ ศึกษาแก่นักเรียน นิสิต นักศึกษา เป็นการทั่วไป หรือกิจการของกระทรวง ทบวง กรม เทศบาล สุขาภิบาล หรือองค์การบริหารราชการส่วนท้องถิ่นอื่นเพื่อสร้างสถานศึกษา หอสมุดหรือห้องสมุดของทางราชการ หรือโรงเรียนเอกชนโดยบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลหรือนิติบุคคลอื่น และสถาบันอุดมศึกษาเอกชน
“รายจ่ายเพื่อการกีฬา” หมายถึง รายจ่ายในการบริจาคเงินหรือทรัพย์สินที่จ่ายให้แก่หรือเพื่อกิจการของการกีฬาแห่งประเทศไทย หรือคณะกรรมการกีฬาจังหวัดที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายว่าด้วยการกีฬาแห่งประเทศไทย เพื่อส่งเสริมกีฬาจังหวัด หรือกรมพลศึกษา เพื่อการจัดการแข่งขันกีฬานักเรียน หรือสมาคมกีฬาสมัครเล่นที่ได้รับอนุญาตจากการกีฬาแห่งประเทศไทย
ปุจฉา การบริจาคเงินให้แก่กองทุนสวัสดิการที่จัดตั้งขึ้นตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการจัดสวัสดิการภายในส่วนราชการ
วิสัชนา ตามพระราชกฤษฎีกาฯ ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 424) พ.ศ. 2547 ซึ่งมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 12 ตุลาคม 2547 เป็นต้นไป กำหนดยกเว้นสำหรับเงินได้เป็นจำนวนเงินหรือมูลค่าทรัพย์สินเท่าที่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลบริจาค แต่เมื่อรวมกับรายจ่ายการกุศลสาธารณะตามมาตรา 65 ตรี (3) แห่งประมวลรัษฎากรแล้ว ต้องไม่เกินร้อยละ 2 ของกำไรสุทธิก่อนหักรายจ่ายเพื่อการกุศลสาธารณะ ทั้งนี้ สำหรับเงินได้ที่เกิดขึ้นในปี พ.ศ. 2547 เป็นต้นไป
ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขตามประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 134) เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการยกเว้นภาษีเงินได้สำหรับการบริจาคให้แก่กองทุนสวัสดิการภายในส่วนราชการ ลงวันที่ 23 พฤศจิกายน 2547
“ส่วนราชการ” ที่เป็นผู้จัดตั้งกองทุนสวัสดิการภายในส่วนราชการตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการจัดสวัสดิการภายในส่วนราชการ หมายความว่า กระทรวง กรม หรือส่วนราชการอื่นไม่ว่าจะตัดตั้งในรูปแบบใด จังหวัด และให้หมายความรวมถึงหน่วยงานที่อยู่ในความรับผิดชอบของคณะผู้แทนในการบริหารราชการในต่างประเทศตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการแผ่นดินด้วย
กองทุนสวัสดิการต้องเป็นกองทุนซึ่งมีวัตถุประสงค์ที่จะนำเงินหรือทรัพย์สินที่ได้รับบริจาคไปใช้เพื่อเป็นสวัสดิการของข้าราชการในส่วนราชการตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี และส่วนราชการได้จัดตั้งกองทุนสวัสดิการไม่เกินหนึ่งกองทุน ในกรณีส่วนราชการใดจัดตั้งกองทุนสวัสดิการเกินหนึ่งกองทุน ให้ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้สำหรับการบริจาคให้แก่กองทุนสวัสดิการกองทุนเดียวเท่านั้น
พบกันใหม่สัปดาห์หน้าครับ







