วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

กฟผ.ทุ่ม3แสนล้านลงทุนโรงไฟฟ้า-สายส่ง

กฟผ.ทุ่มงบ 3 แสนล้านบาท ลงทุน"โรงไฟฟ้า-สายส่ง"ภายใน 5 ปี ยันเดินหน้าโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ ระบุคนส่วนใหญ่เห็นด้วย

นายสุทัศน์ ปัทมสิริวัฒน์ ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดเผยว่า แผนการลงทุนในอีก 5 ปีข้างหน้า นับตั้งแต่ปี 2556-2560 กฟผ. มีแผนที่จะลงทุนพัฒนาโรงไฟฟ้าและระบบส่งไฟฟ้า โดยจะใช้งบประมาณรวม 3 แสนล้านบาท ในส่วนนี้จะเป็นเงินกู้ต่ำกว่า 50% ที่เหลือเป็นการนำรายได้มาลงทุน ซึ่งจะนำมาลงทุนด้านโรงไฟฟ้า 55% และลงทุนด้านระบบสายส่งอีก 45% โดยในการลงทุนในปี 2556 จะใช้งบ 3.7 หมื่นล้านบาท ปี 2557 ใช้งบ 4 หมื่นล้านบาท ปี2558 ใช้งบ 6.4 หมื่นล้านบาท ปี 2559 ใช้งบ 7.8 หมื่นล้านบาท และปี 2560 ใช้งบ 8.1 หมื่นล้านบาท

ทั้งนี้ การลงทุนด้านโรงไฟฟ้าจะประกอบด้วย โรงไฟฟ้าวังน้อย หน่วยที่ 4 ,โรงไฟฟ้าจะนะ หน่วยที่ 2 ซึ่งโรงไฟฟ้าทั้ง 2 โรงนี้จะเสร็จในเดือนเม.ย.ปี 2557 ,โรงไฟฟ้าพระนครเหนือ หน่วยที่ 2 ,โรงไฟฟ้าถ่านหินที่จ.กระบี่ กำลังผลิต 800 เมกะวัตต์ ,โรงไฟฟ้าพลังน้ำแบบสูบกลับ ลำตะคอง หน่วยที่ 3 และ 4กำลังผลิต 500 เมกะวัตต์ จากเดิมมีอยู่ 2 หน่วย ทำให้กำลังการผลิตเพิ่มขึ้นเป็น 1,000 เมกะวัตต์ ,และโรงไฟฟ้าถ่านหินทดแทนโรงไฟฟ้าแม่เมาะ หน่วยที่ 4-7 ซึ่งจะสร้างเป็นโรงไฟฟ้าเพียงหน่วยเดียว แต่มีกำลังผลิตเท่ากับโรงไฟฟ้าที่หมดอายุที่ 600 เมกะวัตต์ แต่ใช้ถ่านหินลดลงจาก 4 ล้านตันต่อปี เหลือ 2 ล้าน 6 แสนตันต่อปี ช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ 2 ล้านตันต่อปี

ในส่วนของโรงไฟฟ้าถ่านหินที่ จ.กระบี่ ขณะนี้ อยู่ระหว่างการรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน โดยส่วนใหญ่ ตอบรับการก่อสร้างโรงไฟฟ้าดังกล่าว แม้มีบางส่วนที่ยังมีความกังวลปัญหาด้านสุขภาพ ซึ่ง กฟผ. ได้เชิญผู้แทนกระทรวงสาธารณสุขมาให้ข้อเท็จจริงแก่ประชาชน โดยมั่นใจ เทคโนโลยีที่ กฟผ. เลือกใช้เป็นเทคโนโลยีที่ทันสมัย สามารถดักจับซัลเฟอร์ไดออกไซด์ได้เกือบทั้งหมด และปล่อยฝุ่นละอองต่ำกว่ามาตรฐานที่กำหนด

อย่างไรก็ตาม ภาครัฐจะต้องใช้ความเข้มแข็งในการตัดสินใจในโครงการนี้ เพราะประชาชนส่วนใหญ่เห็นด้วย โดยทุกโครงการโรงไฟฟ้าในโลก ไม่มีโครงการใดที่ประชาชนทุกคนให้ความเห็นชอบ 100% แต่ทั้งนี้ กฟผ. ก็ไม่ได้ละเลยความเห็นของคนส่วนน้อย โดยได้ร่วมกับชุมชนหารือปรับแผนการสร้างโรงไฟฟ้ามาโดยตลอด เช่น การเปลี่ยนแผนการขนส่งถ่านหิน และการก่อสร้างหลายจุดให้ตรงต่อความต้องการของชุมชน แม้ว่าจะมีต้นทุนการก่อสร้างสูงขึ้นก็ตาม ซึ่งโครงการนี้คาดว่าจะเสร็จตามเป้าหมายในปี 2562