วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ชงครม.อนุมัติMOUระบบรางไทย-เกาหลี

คมนาคมชงครม.อนุมัติร่างบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือระบบราง ไทย-เกาหลี อายุ 3 ปี และต่ออายุได้อีก 2 ปี ชี้ไม่เข้าข่ายม. 190

รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า ในการประชุมครมวันที่7 พค.นี้ ทางกระทรวงคมนาคม เสนอ เรื่องขอความเห็นชอบร่างบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือระบบรางระหว่างกระทรวงคมนาคม แห่งราชอาณาจักรไทย กับ กระทรวงที่ดิน การขนส่งและกิจการทางทะเลแห่งสาธารณรัฐเกาหลี ให้ครม.พิจารณา

ทั้งนี้ สืบเนื่องมาจาก นายชัชชาติ สิทธิชาติ รมช.คมนาคม (ตำแหน่งขณะนั้น) และเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐเกาหลีประจำประเทศไทย (H.E.X Mr.lim Jae-hong) พร้อมด้วยคณะผู้แทนกระทรวงที่ดิน การขนส่งและกิจการทะเลของสาธารณรัฐเกาหลี ได้พบปะหารือกันเมื่อวันที่ 8 สค.2555 ซึ่งฝ่ายสาธารณรัฐเกาหลี ได้เสนอให้มีการจัดทำบันทึกความเข้าใจความร่วมมือทางวิชาการด้านระบบรางระหว่าง กระทรวงกระทรวงที่ดิน การขนส่งและกิจการทางทะเลแห่งสาธารณรัฐเกาหลี และกระทรวงคมนาคม และต่อมาเมื่อวันที่ 17 ตค.2555 ทางสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐเกาหลี ประจำประเทศไทย ได้นำส่ง ร่างบันทึกความเข้าใจความร่วมมือทางวิชาการด้านระบบรางระหว่าง กระทรวงกระทรวงที่ดิน การขนส่งและกิจการทางทะเลแห่งสาธารณรัฐเกาหลี และกระทรวงคนาคม ให้กระทรวงคมนาคมพิจารณา โดยสรุปสาระสำคัญของร่างบันทึกความเข้าใจดังนี้

ขอบเขตและกิจกรรมความร่วมมือ ทั้งสองฝ่ายจะมีกิจการพัฒนาระบบรางร่วมกันในลักษณะให้คำปรึกษา การฝึกอบรม การให้ความช่วยเหลือทางวิชาการ และการศึกษาดูงานระหว่างกัน รวมถึงความร่วมมือต่างๆ อาทิ การแลกเปลี่ยนความรู้ ความร่วมมือระหว่างสถาบันเพื่อเสริมสร้างศักยภาพด้านบุคคลากร ,การพัฒนาล้อเลื่อนสมัยใหม่ รวมถึระบบอาณัติสัญญาณ และระบบสื่อสารสำหรับระบบราง ,การบริหารจัดการและการเดินรถ รวมทั้ง กฏระเบียบด้านระบบราง ,การพัฒนาการขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบ ศูนย์โลจิกติกส์และศูนย์สินค้า ,การแลกเปลี่ยนเทคโนโลยีการก่อส้รางและการซ่อมบำรุง โครงส้รางพื้นฐาน รวมถึงราง สะพานอุโมงค์ ระบบไฟฟ้า และพลังงาน ,ความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน ,รถไฟความเร็วสูง

นอกจากนี้ จะจัดให้มีการประชุมความร่วมมือระบบราง สลับกันระหว่างสาธารณรัฐเกาหลี และประเทศไทย โดยแต่ละฝ่ายมีผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับระบบรางเข้าร่วมประชุม โดยให้มีการการกำหนดระเบียบวาระการประชุมร่วมกัน ทั้งนี้ในการประชุมจะประเมิน จัดสรร และติดตามกิจกรรมความร่วมมือภายใต้บันทึกความเข้าใจฉบับนี้ โดยบันทึกความเข้าใจฯ ดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้วันที่ทั้งสองฝ่ายลงนาม มีอายุ 3 ปี และอาจจะมีการต่ออายุได้อีก 2 ปี ตามความเห็นชอบของทั้ง 2 ฝ่าย และอาจมีการแก้ไขเพิ่มเติมบัทึกความเข้าใจฯได้ โดยความเห็นชอบร่วมกัน

อย่างไรก็ตาม ในบททั่วไป มีการระบุไว้ว่า “ความตกลงนี้ไม่มีเจตนาให้เกิดผลผูกพันทางกฏหมายใดๆ การดำเนินการตามบันทึกความเข้าใจฉบับนี้ จะขึ้นอยู่กับกฏระเบียบ งบประมาณ และบุคคลากร ของทั้งสองฝ่าย”

ทั้งนี้ กระทรวงคมนาคม และ ทางกรมเอเซียตะวันออก กระทรวงต่างประเทศ ได้พิจารณาร่างบันทึกฯแล้วเห็นว่า สาระขอบเขตความร่วมมือและกิจกรรมระหว่างกระทรวงที่เกี่ยวข้องทั้งสองฝ่ายในสาขาระบบราง กำหนดไว้ว่า บันทึกความเข้าใจนี้จะไม่ก่อให้เกิดผลผูกพันทางกฏหมาย และให้ปฎิบัติตามบันทึกความเข้าใจ ให้เป็นไปตามกฏหมายและระเบียบภายในของทั้งสองประเทศ ดังนั้น ร่างบันทึกความเข้าใจฯจึงเป็นความตกลงระดับหน่วยงาน และไม่ใช่หนังสือสัญญาตามมาตรา 190 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย

นอกจากนี้ การจัดทำบันทึกความเข้าใจฯจะเป็นสัญลักษณ์ที่ดีในการตอกย้ำความสัมพันธ์ทีใกล้ชิดระหว่างไทยกับเกาหลีใต้ และเป็นการยืนยันเจตนารมย์ที่จะส่งเสริมความร่วมมืระหว่างกันในสาขาระบบราง ประกอบกับไทยที่เคยจัดทำเอกสารแสดงเจตนารมย์ความร่วมมือในลักษณะใกล้เคียงกันกับประเทศอื่นแล้ว อาทิ จีน และญี่ปุ่น