คลัง พร้อมจับมือ ธปท. ดูแลค่าเงินบาท "ยิ่งลักษณ์" เรียกถกแก้ปัญหาราคายางตก บาทแข็งกดราคายางร่วง 12 บาทต่อกิโลกรัม
วานนี้ (1 พ.ค.) นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เรียกรัฐมนตรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการติดตามนโยบายเศรษฐกิจ เข้าหารือที่ทำเนียบรัฐบาล โดยมี นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง, นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี, นายวราเทพ รัตนากร รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี, นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์, นายยุคล ลิ้มแหลมทอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์, นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์, นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน,นายวรวิทย์ จำปีรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ, นายสมชัย สัจจพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.), นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.), นายณอคุณ สิทธิพงศ์ ปลัดกระทรวงพลังงาน และ นายพันศักดิ์ วิญญรัตน์ ประธานที่ปรึกษานโยบายเศรษฐกิจนายกรัฐมนตรี เข้าร่วมประชุม
นายสมชัย สัจจพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า สถานการณ์ที่ค่าเงินบาทอ่อนค่าลงในขณะนี้ เป็นสถานการณ์ชั่วคราวที่ยังคงต้องจับตามองว่าเงินบาทจะกลับมาแข็งค่าขึ้นได้ โดยค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลง เป็นผลมาจาก 2 ปัจจัย คือ 1.การที่สหรัฐและญี่ปุ่น ยังมีแนวโน้มที่จะใช้มาตรการผ่อนคลายทางการเงิน (QE) อย่างต่อเนื่อง 2.การที่หน่วยงานเศรษฐกิจทั้งรัฐบาลและธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) มีการประชุมหารือเกี่ยวกับสถานการณ์ค่าเงินบาทบ่อยครั้ง ทำให้มีผลต่อจิตวิทยาซึ่งทำให้ค่าเงินบาทอ่อนลง
นายสมชัย กล่าวว่า ขณะนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็มีการดูแลอัตราแลกเปลี่ยนและค่าเงินบาทให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม ซึ่งรวมทั้งคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ก็มีการติดตามสถานการณ์ต่างๆ ตามที่ได้มีการประชุมกันไปในวันก่อน ทั้งนี้หากกรณีที่เงินบาทแข็งค่าขึ้นอีกก็อาจมีการออกมาตรการในการควบคุมดูแล อย่างไรก็ตาม ต้องรอ ธปท.เป็นผู้เสนอเรื่องขึ้นมาให้กระทรวงการคลังพิจารณา
บาทแข็งฉุดราคายางร่วง12บาทต่อกก.
ด้าน นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า นายกฯ ได้สอบถามถึงสถานการณ์ราคายางพารา ซึ่งตนได้รายงานว่าราคายางพาราที่ตกต่ำลง ส่วนหนึ่งเป็นผลกระทบมาจากการแข็งค่าของเงินบาท เนื่องจากเมื่อเทียบราคาขายยางพาราในตลาดต่างประเทศ ประเทศไทยยังขายยางได้ที่ราคาเฉลี่ยกิโลกรัมละ 3 ดอลลาร์ เช่นเดิม แต่ในช่วงเวลาเดียวกันเมื่อปี 2555 อัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินบาทอยู่ที่ 33 บาทต่อดอลลาร์ แต่ปัจจุบันอยู่ที่ 29 บาทต่อดอลลาร์ ทำให้ราคายางพาราลดลงไป 12 บาทต่อกิโลกรัม จากอัตราแลกเปลี่ยนที่เปลี่ยนไป
สำหรับสถานการณ์ราคายางพาราที่มีการตกต่ำลงไปมาก ในช่วงหยุดเทศกาลสงกรานต์ ที่ราคายางแผ่นดิบได้ลดลงไปอยู่ที่กิโลกรัมละ 71 บาท ขณะนี้ราคายางได้ไต่ระดับเพิ่มสูงขึ้นอยู่ที่ 80 บาทต่อกิโลกรัม ตามราคากลางที่ตลาดยางพาราหาดใหญ่ ถือว่าราคาในตอนนี้ไม่ได้ตกต่ำอย่างรุนแรง จากต้นทุนการผลิตที่ 62 บาทต่อกิโลกรัม แสดงว่าราคาตลาดในขณะนี้ยังสูงกว่าต้นทุน
สั่งศึกษาใช้ยางทำรางรถไฟเร็วสูง
เขากล่าวด้วยว่า สำหรับแนวทางแก้ไขปัญหาราคายางพาราในขณะนี้ มีการลดปริมาณยางในตลาดลง โดยให้วงเงินเกษตรกรโค่นสวนยางเก่าที่หมดสภาพ 16,000 บาทต่อไร่ ซึ่งหากพบราคายังตกต่ำก็จะเพิ่มให้อีก 10,000 บาท รวมเป็น 26,000 บาทต่อไร่ ส่วนระยะยาวที่รัฐบาลจะทำโครงการรถไฟความเร็วสูง นายกฯ สั่งการให้ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เป็นแกนกลางในการหารือร่วมระหว่างกระทรวงคมนาคมและกระทรวงเกษตรฯ ในการนำยางพาราผลิต เป็นส่วนประกอบของรางรถไฟความเร็วสูง เพื่อเพิ่มปริมาณการใช้ในประเทศด้วย
นายกฯสั่งหาแหล่งรองรับผลผลิตปาล์ม
นายยุคล ลิ้มแหลมทอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังประชุมว่า นายกฯ สอบถามสถานการณ์ราคาปาล์มน้ำมัน ซึ่งโดยภาพรวมสถานการณ์ผลผลิตปาล์มน้ำมันรุ่นใหม่ ที่กำลังออกสู่ตลาด ทำให้ผลผลิตปาล์มจะมากกว่าความต้องการ จนอาจทำให้ราคาตกต่ำลงได้ โดยนายกฯได้แสดงความเป็นห่วงและกำชับให้แต่ละหน่วยงาน เช่น กระทรวงพลังงาน กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ช่วยกันมองหาแหล่งกระจายผลผลิตปาล์มน้ำมันที่ล้นตลาด เพื่อช่วยเหลือเกษตร
รวมทั้งให้จัดทำแผนรองรับโดยเน้นการนำไปใช้ประโยชน์ในด้านต่างๆ เช่น ผลิตพลังงานทดแทนและการส่งออกปาล์มน้ำมัน ซึ่งผู้ประกอบการกลุ่มนี้ได้รับผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนเช่นกัน
นอกจากนี้ กระทรวงเกษตรฯ กำลังอยู่ในระหว่างวางแผนทำโซนนิ่งเกษตร เพื่อกำหนดการปลูกพืชในพื้นที่ต่างๆ ตามลักษณะพื้นที่ที่เหมาะสม รวมทั้งมีการกำหนดปริมาณที่เพียงพอต่อความต้องการของตลาด
นายณอคุณ สิทธิพงศ์ ปลัดกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า นายกฯ ให้กระทรวงพลังงาน เพิ่มปริมาณการใช้พืชพลังงานมาผลิตพลังงานทดแทนเพื่อใช้ในประเทศมากขึ้น รวมทั้งลดการนำเข้าน้ำมันและก๊าซธรรมชาติจากต่างประเทศลงในอนาคต
ส่วนกรณีปาล์มน้ำมัน ที่ขณะนี้เกิดปัญหาผลผลิตล้นตลาด กระทรวงพลังงาน มีแผนที่จะปรับเปลี่ยนสูตรการผลิตน้ำมันไบโอดีเซลจากสูตร บี 5 เพิ่มเป็น บี 7 แทน โดยมีแผนที่จะเริ่มดำเนินการต้นปีหน้า เพื่อเป็นการดูดซับน้ำมันปาล์มดิบออกจากตลาดในปีต่อไปได้
เล็งโอนเงินกองทุนหมู่บ้านฯ ระยะที่ 3
นายวราเทพ รัตนากร รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงความคืบหน้าของโครงการกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง ระยะที่ 3 ซึ่งอยู่ในระหว่างดำเนินการเพิ่มทุนหมู่บ้านละ 1 ล้านบาท ซึ่งในขณะนี้ได้มีการดำเนินการเพิ่มทุนให้กับหมู่บ้านที่มีความพร้อมแล้ว 2 ครั้ง รวม 36,641 กองทุน หรือประมาณ 46.23%
ส่วนที่เหลืออีก 42,614 กองทุน ทาง สำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ มีแผนที่จะดำเนินการเพิ่มทุนให้แล้วเสร็จภายในปีงบประมาณ 2556 โดยในวันที่ 16 พ.ค. 2556 นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี จะเดินทางไปที่จังหวัดบึงกาฬ เพื่อเป็นประธานในการทำพิธีกดปุ่มโอนเงินให้กับกองทุนหมู่บ้านฯ ที่มีความพร้อมอีกประมาณ 1 หมื่นหมู่บ้านเศษ หลังจากนั้นจะมีการโอนเงินให้กับกองทุนหมู่บ้านฯ ที่มีความพร้อมอีกเป็นระยะๆ
"ในโอกาสที่กองทุนหมู่บ้านฯ จะดำเนินการมาครบ 12 ปีในเดือนก.ค. นี้ จะต้องมีการยกระดับการดำเนินงานของกองทุนเพื่อให้มีสิทธิประโยชน์กับสมาชิกมากขึ้น โดยจะมีการทำในเรื่องของสวัสดิการของสมาชิกหรือกรรมการของกองทุนหมู่บ้าน อาจจะมีการทำบัตรสมาชิกกองทุนหมู่บ้าน 12 ล้านคน กรรมการประมาณ 1.3 ล้านคน น่าจะร่วมมือกับส่วนต่างๆ จัดสรรสิทธิประโยชน์ให้ อย่างเช่น ส่วนลดในการซื้อสินค้า หรือการอำนวยความสะดวกให้กับผู้ถือบัตรกองทุนหมู่บ้านฯ ในการติดต่อทำธุรกรรมทางการเงิน "
ยกระดับกองทุนเป็นสถาบันการเงินชุมชน
นอกจากนี้ รัฐบาลยังอยู่ในการยกระดับการดำเนินงานของกองทุนหมู่บ้านฯ ให้เป็นสถาบันการเงินของชุมชน โดยร่วมมือกับ สถาบันการเงินของรัฐ ทั้ง 3 แห่ง ได้แก่ ธนาคารออมสิน ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) และ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร โดยในปีนี้มีเป้าหมายว่าจะยกระดับให้ได้ 10,000 แห่ง ภายในปี 2556 เพื่อให้สามารถให้บริการทางการเงินแก่สมาชิกมากกว่าการกู้ยืมทั่วๆ ไป เช่น การทำธุรกรรมฝาก-ถอน โดยใช้คอมพิวเตอร์ หรือบริการการจ่ายค่าน้ำ ค่าไฟ เป็นต้น
ส่วนโครงการพัฒนาศักยภาพของหมู่บ้านและชุมชน (SML) ที่รัฐบาลจัดสรรงบประมาณให้ตามขนาดของประชากร ได้แก่ หมู่บ้านและชุมชนขนาดเล็ก 3 แสนบาท หมู่บ้านและชุมชน ขนาดกลาง 4 แสนบาท และ หมู่บ้านและชุมชนขนาดใหญ่ 5 แสนบาท โดยที่ผ่านมามีการดำเนินการโดยโอนเงินให้แก่หมู่บ้าน/ชุมชน ไปแล้ว มากกว่า 90% หรือกว่า 73,560 หมู่บ้าน/ชุมชน โดยที่เหลืออีก 6,483 หมู่บ้าน/ชุมชน แต่เดิมตั้งเป้าว่าจะมีการโอนเงินให้ได้ทั้งหมดในเดือนเม.ย. แต่ก็ติดปัญหา ต้องมีการทำประชาคมโดยไม่ต้องผ่านหน่วยราชการ แต่มีบางพื้นที่ที่การทำประชาคมยังไม่ถูกต้อง มีการเปิดบัญชีซ้ำซ้อน






